กลลวงเวทบทสุดท้ายกับสหายที่ไม่เคยรู้จัก•ตอนที่ 10

กลิ่นอายของพลังต้องห้าม

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
กลิ่นอายคาวเลือดจาง ๆ ที่ลอยอวลอยู่ปลายจมูกไม่ได้มาจากสนามประลองเวทข้างหอพัก หากแต่มาจากรอยปริแยกของมิติระดับห้าที่กำลังร้าวรานอยู่เบื้องล่างพื้นหินอ่อน เซวีน่านิ่งงัน ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองคราบละอองเวทสีเทาหม่นที่เกาะตามชายเสื้อคลุมของตัวเอง ปลายนิ้วเรียวยาวสั่นเทานิด ๆ ยามที่เธอต้องสะกดกลั้นพลังงานมหาศาลซึ่งกำลังพยายามพุ่งทะยานออกจากชีพจร ทุกครั้งที่สถาบันเวทมนตร์แห่งนี้เกิดความสั่นไหว หัวใจของเธอก็เหมือนจะร่วงหล่นไปถึงตาตุ่ม เพราะความลับที่เธอพยายามซ่อนเร้นมาตลอดสามปี—วิชาสายมืดที่ถูกตราหน้าว่าเป็น ‘สิ่งต้องห้าม’—กำลังเรียกร้องหาการปลดปล่อย "เธอจะยืนทื่ออยู่อย่างนั้นอีกนานไหม เซวีน่า" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู พร้อมกับแรงฉุดกระชากเบา ๆ ที่ข้อศอก อลิคก้าวเข้ามาบังร่างของเธอไว้จากสายตาของอาจารย์เวรตรวจการณ์ที่กำลังเดินตรวจความเรียบร้อยตามระเบียงทางเดิน แว่นตากรอบเงินของเขา สะท้อนแสงสีฟ้าอมม่วงจากคบเพลิงเวทมนตร์ รอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่มไม่ได้บ่งบอกถึงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับดูตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าเด็กได้ของเล่นชิ้นใหม่ "นายไม่รู้หรอกอลิค ว่าข้างล่างนั่นมันคืออะไร..." เซวีน่าเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีนิลเข้มข้นจนเกือบกลายเป็นสีดำสนิท เมื่อการมองเห็นทะลุผ่านชั้นหินและโครงสร้างอาคารเริ่มทำงาน เธอเห็นกระแสมานาบิดเบี้ยว รูปร่างประหลาดคล้ายเงาอสูรนับร้อยกำลังกัดกินรากฐานของหอสมุดหลวง "รู้ส-ิ ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะ" อลิคหันมาสบตา เธอเห็นประกายความท้าทายในดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้น "ก็เพราะไอ้พลังที่เธอกำลังพยายามกดมันเอาไว้จนหน้าซีดเป็นไก่ต้ม นั่นแหละคือทางเดียวที่จะทำให้เราลงไปถึงชั้นใต้ดินโดยไม่โดนพวกยามเวทมนตร์จับได้ไม่ใช่หรือไง" คำพูดของเขาเฉียบคมจนเซวีน่าต้องเบนสายตาหลบ เธอรู้ดีว่าอลิคไม่ใช่แค่นักเรียนแลกเปลี่ยนธรรมดา ทักษะการเคลื่อนไหวที่ไร้ร่องรอยและเวทมนตร์ไร้รูปแบบที่เขาใช้เมื่อวานนี้ เป็นหลักฐานชั้นดีว่าเขาเกี่ยวข้องกับกลุ่มกบฏเวทมนตร์ที่สภาเวทมนตร์กำลังตามล่า แต่แปลก... ที่เธอกลับรู้สึกปลอดภัยยามที่มีเขาอยู่ใกล้ ๆ ในสถานการณ์ที่จวนตัวเช่นนี้ "ถ้างั้นก็ตามฉันมา" เซวีน่าสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปลายนิ้วมือขวาคลายออก เผยให้เห็นอักขระโบราณสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ วิชา "เนตรทมิฬนำทาง" ซึ่งเป็นวิชาต้องห้ามขั้นสูงสุดที่เธอคัดลอกมาจากตำราโบราณของตระกูล ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเงียบเชียบ ทันทีที่อักขระสัมผัสกับพื้นหิน อากาศรอบตัวก็เย็นเฉียบลงฉับพลัน เงาดำสนิทราวกับหยดหมึกไหลลามไปตามพื้นผิวราวกับมีชีวิต มันกัดเซาะอาคมป้องกันของสถาบันอย่างนุ่มนวลและรวดเร็ว เปิดทางลงสู่ชั้นใต้ดินที่ถูกปิดตายมานานนับศตวรรษ กลิ่นอายของพลังต้องห้ามแผ่ซ่านตลบอบอวลจนอลิคต้องหรี่ตาลงด้วยความทึ่ง "ให้ตายสิ... นี่มันไม่ใช่เววทมนตร์ที่สอนกันในตำราเรียนปีสามแน่ ๆ" อลิคพึมพำขณะก้าวตามหลังเธอลงไปในช่องว่างมืดมิด "เธอนี่ซ่อนไพ่ตายไว้เยอะเสียจริง เซวีน่า" "ถ้าไม่อยากตาย ก็หุบปากแล้วเดินตามมาเงียบ ๆ" เซวีน่ากล่าวเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวต่อพลังของตนเอง แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น การจะไขปริศนาการหายตัวไปของบรรพบุรุษและการปรากฏตัวของสหายลึกลับคนนี้ เธอต้องเดิมพันด้วยทุกสิ่งที่มี ทั้งสองก้าวลึกลงไปในความมืด เสียงฝีมือสะท้อนก้องกังวานในอุโมงค์แคบ ๆ ที่ไม่มีใครเคยเหยียบย่น นานนับนาทีที่บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป ความกดอากาศต่ำทำให้หายใจลำบากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเซวีน่าต้องหยุดชะงักกะทันหัน เบื้องหน้าของพวกเขาคือประตูเหล็กกล้าบานยักษ์ สลักด้วยตราสัญลักษณ์ของสภาสูงที่ถูกผนึกไว้ด้วยโซ่เวทมนตร์นับพันเส้น แต่สิ่งที่ทำให้เซวีน่าต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจไม่ใช่ตัวประตู หากแต่เป็นรอยเท้าเปื้อนโคลนสด ๆ ที่อยู่หน้าประตู... รอยเท้าของคน สรุปคือมีใครบางคนมาถึงที่นี่ก่อนพวกเขาแล้ว อลิคยื่นมือไปแตะรอยโคลนนั้นเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ แววตาที่เคยขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังเคร่งเครียด "ไม่ใช่ฝีมือของพวกยาม... และไม่ใช่ฝีมือของนักเรียนในสถาบันแน่" อลิคกระซิบเสียงเครือ "เพราะกลิ่นอายเวทมนตร์ที่ตกค้างอยู่นี่มัน..." ยังไม่ทันที่อลิคจะพูดจบ ประตูเหล็กกล้าบานยักษ์ที่ควรจะถูกผนึกแน่นหนากลับส่งเสียง "ครืด..." ดังสนั่นหวั่นไหว โซ่เวทมนตร์นับพันเส้นแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีแดงฉานในพริบตา พร้อมกับร่างเงาดำปริศนาในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่ก้าวออกมาจากความมืดมิดด้านใน เสียงปรบมือช้า ๆ ดังขึ้นสามครั้ง ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ "เก่งมาก... เด็กน้อย เจ้าหาทางมาจนถึงที่นี่จนได้" น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่บุคคลลึกลับในชุดคลุมค่อย ๆ ถอดฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้เซวีน่าต้องผงะถอยหลังด้วยความตก and หวาดผวาถึงขีดสุด—ใบหน้าที่มีดวงตาสีทองข้างเดียวและรอยแผลเป็นรูปอักขระเวทที่คุ้นตาที่สุด นั่นคือใบหน้าของอาจารย์ใหญ่ผู้ล่วงลับไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางไปพร้อมกับเซวีน่านะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงเวทบทสุดท้ายกับสหายที่ไม่เคยรู้จัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%