“รอยร้าวพวกนี้ไม่ได้เกิดจากการเสื่อมสภาพของหินปูนค่ะ อลิค... มันคือร่องรอยของการถูก ‘ลบ’ ออกจากผืนทวีปด้วยมตราต้องห้าม”
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำของเซวีน่ากดลงบนผนังหินชื้นแฉะของห้องสมุดใต้ดิน โครงสร้างเวทมนตร์โบราณที่ควรจะนิ่งสงบ กลับสั่นระริกราวกับมีชีพจรเต้นอยู่ใต้ชั้นหินหนา แสงเรืองรองสีครามจางๆ ไหลเวียนตามร่องรอยการสลักอักษรเวทที่บิดเบี้ยว ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองกลุ่มก้อนพลังงานมานาสีม่วงเข้มที่ลอยวนเวียนอยู่เบื้องหน้า มันเป็นความผิดปกติที่ตำราเวทมนตร์เล่มไหนของสถาบันอคาเดมี่แห่งนี้ไม่เคยบันทึกไว้
อลิคก้าวเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มปัดหยากไย่และฝุ่นหนาที่เกาะตามไหล่เสื้อคลุมสีเข้มออกอย่างไม่ใส่ใจนัก ดวงตาสสีอำพันของเขาหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสลมเย็นเฉียบที่พัดขึ้นมาจากเบื้องล่าง ลมที่ไม่ได้มีที่มาจากธรรมชาติ แต่พัดพาเอาความทรงจำและกลิ่นอายของสงครามเวทมนตร์เมื่อหลายร้อยปีก่อนขึ้นมาด้วย
“เธอกำลังบอกว่า แผนผังโครงสร้างของตึกอำนวยการและหอสมุดกลางสามฉบับที่เราแอบคัดลอกมาเมื่อคืน... จงใจปกปิดพื้นที่ส่วนนี้เอาไว้ตั้งแต่แรกอย่างนั้นเหรอ?” อลิคเอ่ยถาม เสียงทุ้มต่ำของเขากลมกลืนไปกับความเงียบงันอันน่าอึดอัด
“ไม่ใช่แค่ปกปิดค่ะ” เซวีน่าหันกลับมาสบตา สีหน้าของเธอเรียบเฉยแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความตื่นตัวระดับสูงสุด “แต่มันถูก ‘ลบ’ ออกจากความทรงจำของทุกคนที่เกี่ยวข้อง แม้กระทั่งอาจารย์ใหญ่ก็อาจจะไม่รู้ว่ามีห้องโถงนี้ซ่อนอยู่ใต้ฐานรากของโรงเรียนที่เรากำลังยืนเรียนกันอยู่ทุกวัน”
บรรยากาศรอบตัวกดดันขึ้นอย่างฉับพลัน เมื่อเวทมนตร์ประเภท ‘การลบตัวตน’ (Oblivion Magic) ที่พวกเขากำลังแกะรอย เริ่มส่งเสียงหึ่งต่ำในโสตประสาท ราวกับมันกำลังขับไล่ผู้บุกรุกให้ออกไปจากอาณาเขตอันเป็นความลับ เซวีน่าสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ พลังเวทธาตุมายาในร่างกายตอบสนองด้วยการสร้างเกราะป้องกันบางเบาห่อหุ้มผิวหนังเอาไว้เพื่อต้านทานแรงโน้มถ่วงเวทที่กำลังแปรปรวน
พวกเขากำลังยืนอยู่หน้าประตูโค้งหินโบราณที่ไม่มีบานประตู มีเพียงม่านพลังงานสีเทาหมุนวนปิดกั้นทางเข้าเอาไว้ บนกรอบประตูสลักสัญลักษณ์รูปตาชั่งที่เอียงเทข้างหนึ่ง ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของ ‘สภาผู้ชำระวิญญาณ’—กลุ่มบุคคลในตำนานที่ถูกบันทึกไว้ว่าสูญพันธุ์ไปตั้งแต่ยุคก่อตั้งสถาบัน
“ระวังตัวด้วยนะคะอลิค เวทมนตร์แถบนี้ไม่เสถียรเลยสักนิด ถ้าเราก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว จิตวิญญาณของเราอาจจะถูกดึงให้จมดิ่งลงไปในวังวนมานาที่ถูกผนึกไว้ที่นี่ตลอดกาล” เซวีน่าเตือนพลางชักไม้กายสิทธิ์เนื้อไม้เออโบดี้ออกมาจากซองข้างเอว ปลายไม้ส่องแสงสีฟ้าอ่อนเพื่อขับไล่ความมืดมิด
“ฉันอยู่ข้างเธอเสมอ เซวีน่า... เธอรู้ดี” อลิคยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่มักซ่อนความลับอันตรายเอาไว้เสมอ มือหนาเอื้อมไปแตะด้ามจับมีดสั้นอาคมที่เหน็บอยู่ด้านหลัง พร้อมกับแผ่ขยายเขตอาคมป้องกันรอบตัวเพื่อคุ้มกันหลังให้หญิงสาวอย่างรู้หน้าที่
ทั้งสองก้าวผ่านม่านพลังงานสีเทาเข้าไปในความมืดเบื้องล่างทันที ความรู้สึกเหมือนตกหลุมอากาศวูบหนึ่งทำให้ลมหายใจสะดุด ก่อนที่กลิ่นอายของฝุ่นโบราณและโลหะสนิมจะตีเข้าจมูก ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงพร้อมกัน
เบื้องล่างไม่ใช่ห้องใต้ดินธรรมดา แต่มันคือโถงขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมกอธิคสีดำสนิท เสาหินขนาดใหญ่หลายสิบต้นค้ำยันเพดานสูงลิบลิ่วที่ประดับด้วยดวงดาวจำลองจากกลุ่มดาวที่ไม่เคยปรากฏบนท้องฟ้าจริง บนพื้นหินอ่อนสีดำสะท้อนภาพเงาของพวกเขาราวกับกระจกเงา ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือใจกลางห้องโถงนั้น มีแท่นบูชาหินสีขาวบริสุทธิ์ตั้งตระหง่านอยู่ และบนแท่นนั้น... มีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งกำลังส่งแสงสีทองสว่างจ้าออกมา พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังสะท้อนอยู่ในหัวของเซวีน่าและอลิคพร้อมๆ กัน
*“ในที่สุด... ผู้สืบทอดก็มาถึง”*
เซวีน่าก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อพลังงานเวทมนตร์รอบตัวพุ่งพล่านจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดเล็ก สมุดบันทึกเล่มนั้นไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยหมึกธรรมดา แต่มันถูกเขียนด้วย ‘หยาดโลหิตเวท’ ของใครบางคน
“เซวีน่า... ดูที่ผนังรอบห้องนั่นสิ” เสียงของอลิคขาดห้วงเล็กน้อย ความระแวดระวังในน้ำเสียงของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด
หญิงสาวหันไปมองตามปลายนิ้วของเขา และวินาทีนั้นเอง หัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้น
ภาพแกะสลักนูนต่ำบนผนังหินรอบห้องโถงไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของโรงเรียน แต่เป็นภาพเหตุการณ์ในอนาคต—ภาพของเซวีน่ายืนถือไม้กายสิทธิ์ที่หักเป็นสองท่อน ท่ามกลางซากปรักหักพังของสถาบันอคาเดมี่ โดยมีร่างของอลิคนอนหมดสติอยู่แทบเท้า และเบื้องหลังของพวกเขามีเงาสลัวของตัวตนประหลาดที่มีดวงตาสีแดงฉานนับพันคู่กำลังจ้องมองลงมา
ก่อนที่เซวีน่าจะทันได้วิเคราะห์ความหมายของภาพนิมิตรเบื้องหน้า เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้องกังวานก็ดังขึ้นจากทางเข้าลับที่พวกเขาเพิ่งเดินผ่านมา เสียงก้าวเดินนั้นเชื่องช้า ทว่าทรงพลังจนทำให้พื้นหินใต้เท้าสั่นสะเทือน
*ตึง... ตึง... ตึง...*
เงาสูงโปร่งในชุดคลุมยาวสีขาวสะอาดตา ปรากฏขึ้นที่กรอบประตูโค้งหิน ใบหน้าของบุคคลนั้นถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดสีขาวสนิท แต่กลิ่นอายกดดันระดับมหาเวทที่แผ่ซ่านออกมาทำให้เซวีน่าและอลิคแทบหายใจไม่ออก
“ช่างน่าประทับใจเสียจริง...” เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังลอดออกมาจากใต้ฮู้ด พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของร่างนั้น “ไม่นึกเลยว่า... หนูทดลองตัวน้อย จะหาทางมาถึงห้องทดลองต้นแบบของฉันได้เร็วกว่ากำหนดถึงสามวันเต็มๆ, เซวีน่า”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางไปพร้อมกับเซวีน่าในตอนนี้นะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
กลลวงเวทบทสุดท้ายกับสหายที่ไม่เคยรู้จัก•ตอนที่ 9
แผนผังที่ถูกลบ
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงเวทบทสุดท้ายกับสหายที่ไม่เคยรู้จัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!