กลิ่นอายของกระดาษโบราณและละอองมานาเข้มข้นในหอสมุดใต้ดินเวลานี้ ดูเหมือนจะบางเบาลงถนัดตา เมื่อเทียบกับเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นระรัวอยู่ในระยะประชิด
เซวีน่าพยายามควบคุมลมหายใจของตัวเองให้สม่ำเสมอที่สุด ทว่ามันช่างยากเย็นเหลือเกินเมื่อแผ่นหลังของเธอแนบติดอยู่กับชั้นหนังสือสูงตระหง่าน ขณะที่อลิค... ชายหนุ่มผู้กุมความลับดำมืดของกลุ่มกบฏเวทมนตร์ กำลังใช้มือข้างหนึ่งยันขอบชั้นไม้ไว้เพื่อกักกันเธอไม่ให้ถอยหนี ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นไม่ได้มองไปที่ตำราเวทมนตร์ต้องห้ามที่พวกเขาเพิ่งค้นพบ แต่มันกำลังจดจ้องลึกลงมาในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการอ่านสลักอักษรทุกตัวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น
"เธอสั่นนะ เซวีน่า"
น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นที่เจือกลิ่นอายของสนธยาและคาถาบทโบราณเป่ารดลาดไหล่จนผิวเนื้อของเธอกรีดร้องด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด มันไม่ใช่ความกลัว—เธอไม่เคยกลัวเวทมนตร์หรืออันตรายใดๆ ในสถาบันแห่งนี้—แต่นี่คือความหวาดหวั่นต่อ "บางสิ่งที่เกินควบคุม" ซึ่งกำลังก่อตัวขึ้นในความสัมพันธ์ของพวกเขา
"ฉันไม่ได้สั่น อลิค... แค่อากาศแถวนี้มันเย็นเกินไปต่างหาก" เซวีน่าฝืนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ปลายนิ้วมือที่ซ่อนอยู่ใต้ชายแขนเสื้อจะกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อเยื่อ เพื่อดึงสติให้หลุดพ้นจากแรงดึงดูดประหลาดที่อีกฝ่ายแผ่ออกมา
อลิคเลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่มีความนุ่มนวลและจริงจังจนน่าใจหาย เขาก้มหน้าลงมาอีกนิด จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น
"โกหกไม่เนียนเอาเสียเลยนะคะ, นักเรียนตัวอย่างแห่งปีสาม" เขากระซิบ น้ำเสียงเจือความเอ็นดูที่ทำเอาหัวใจของเซวีน่ากระตุกวูบ "ทั้งที่ดวงตาคู่นั้นมองเห็นกระแสมานาที่ซับซ้อนที่สุดในอาณาจักรได้ แต่ทำไมถึงมองไม่เห็นความจริงที่อยู่ตรงหน้าเลยล่ะ... ว่าฉันไม่ได้อยากเป็นแค่ 'สหาย' ร่วมเป็นร่วมตายกับเธออีกต่อไปแล้ว"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเวทมนตร์ที่ทุบลงกลางใจ เซวีน่าชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง
ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมาในโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้ โลกของเซวีน่าถูกจำกัดอยู่แค่กรอบของความปลอดภัย การปกปิดเนตรวิเศษที่มองเห็นความผิดปกติของมานาเพื่อไม่ให้ใครหวาดกลัว และการใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว จนกระทั่งอลิคก้าวเข้ามาในชีวิตเธอกลางคัน เขาคือตัวแปรที่เข้ามาปั่นป่วนทุกกฎเกณฑ์ เขาคือคนเดียวที่เข้าใจรอยแผลเป็นจากเวทมนตร์ในอดีตของเธอ และเป็นคนเดียวที่ยืนเคียงข้างเธอในสมรภูมิเงาเมื่อสัปดาห์ก่อน
แต่ความใกล้ชิดที่ร่วมรบเคบยบ่า ฟันฝ่าคมดาบและบทเวทมรณะด้วยกันมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้มันได้แปรเปลี่ยนรูปร่าง กลายเป็นความผูกพันที่เนื้อตัวและจิตวิญญาณเริ่มเรียกร้องหาการเติมเต็มซึ่งกันและกัน
เซวีน่าเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณของการป้องกันตัว แต่หัวใจกลับทรยศด้วยการเต้นแรงขึ้นจนเธอเกรงว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน
"เราอยู่ในภารกิจนะ, อลิค" เธอพยายามอ้างเหตุผลเพื่อสร้างกำแพงกั้น "เป้าหมายของเราคือการหาทางแก้คำสาปของสภาเวทมนตร์ ไม่ใช่มา..."
"ไม่ใช่มาทำตามเสียงหัวใจตัวเองอย่างนั้นเหรอ?" อลิคพูดแทรกขึ้นมาอย่างรู้ทัน ดวงตาคู่นั้นเป็นประกายลึกล้ำราวกับห้วงจักรวาลยามค่ำคืน "เซวีน่า... เธอฉลาดเป็นกรดในทุกๆ เรื่อง ยกเว้นเรื่องของตัวเอง เธอรู้ดีว่าพลังงานรอบตัวเราตอนนี้มันไม่ได้ผิดปกติเพราะคำสาป แต่มันผิดปกติเพราะตัวเราสองคนต่างหาก มานาในตัวเธอกำลังตอบสนองกับฉัน... เหมือนที่มานาของฉันกำลังโหยหาเธอ"
สิ้นคำพูดนั้น แสงเรืองรองสีครามจางๆ ก็พลันเปล่งประกายออกมาจากปลายนิ้วของอลิคที่แตะลงบนพื้นผิวชั้นหนังสือข้างตัวเธอ ละอองมานารwispy ลอยวนเวียนรอบตัวพวกเขาทั้งสองราวกับผีเสื้อเรืองแสง มันไม่ใช่เวทโจมตี ไม่ใช่เวทป้องกัน แต่มันคือ "เวทสะท้อนจิตวิญญาณ" —คาถาระดับสูงที่สะท้อนความรู้สึกที่แท้จริงของผู้ใช้ผ่านกระแสมานา และในวินาทีนี้ มานาของทั้งคู่กำลังหลอมรวมเข้าหากันอย่างไร้รอยต่อ สร้างเกราะล่องหนปิดกั้นโลกภายนอกไว้ทั้งหมด เหลือเพียงพื้นที่แคบๆ ระหว่างชั้นหนังสือที่มีเพียงอุณหภูมิร่างกายของกันและกันเป็นเครื่องยืนยันการมีอยู่
เซวีน่าสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอายจางๆ ของฝนและสมุนไพรเวทมนตร์จากตัวอลิคทำให้สติของเธอพร่าเลือน มือข้างหนึ่งของเธอที่เคยตั้งท่าจะผลักไส ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นวางทابลงบนอกเสื้อของเขาโดยไม่รู้ตัว
สัมผัสจากฝ่ามือผ่านเนื้อผ้าสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วไม่แพ้กัน มันเป็นหลักฐานที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ว่าชายหนุ่มผู้ไร้ที่มาคนนี้ ก็กำลังหวาดหวั่นและโหยหาเธอไม่ต่างกัน
อลิคชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงการยอมจำนนทีละน้อยของหญิงสาว แววตาของเขาเปลี่ยนจากความหยอกเย้าเป็นความลึกซึ้งและจริงจังอย่างที่สุด มือข้างที่ว่างเอื้อมขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของเซวีน่าออกอย่างเบามือ สัมผัสนั้นนุ่มนวลราวกับเธอบอบบางดั่งแก้วเจียระไนที่พร้อมจะแหลกสลายได้ทุกเมื่อ
"ฉันไม่เคยสนใจสภาเวทมนตร์ ไม่เคยสนใจว่าโลกนี้จะตัดสินฉันว่าเป็นกบฏหรือฮีโร่..." เสียงกระซิบพร่าเลือนแต่ชัดเจนในความรู้สึก "แต่ถ้าการปกป้องเธอ... หมายถึงการต้องยืนอยู่ตรงข้ามกับทั้่งโลก ฉันก็พร้อมจะทำมันตั้งแต่วินาทีแรกที่ดวงตาคู่นั้นมองมาที่ฉันแล้ว, เซวีน่า"
คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นกระแทกเข้ากับความรู้สึกที่เซวีน่าพยายามกด 1 ผนึกไว้มาตลอดสามปี กำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวดพังทลายลงในพริบตา ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากปลายนิ้วที่แตะแก้มลามเลียไปถึงหัวใจ
เซวีน่าเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ความลังเลในแววตาถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวและยอมจำนนต่อความรู้สึกที่แท้จริง เธอกำลังจะอ้าปากพูดบางอย่างเพื่อตอบรับความรู้สึกนั้น
*กริ๊ง!*
เสียงระฆังเตือนภัยเวทมนตร์ระดับฉุกเฉินดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วหอสมุดใต้ดิน แสงไฟสีแดงฉานสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างหินลงมาแทนที่แสงสีครามละมุนละอองมานาในอากาศแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกที่ถูกทุบแตก
พร้อมกันนั้น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็พัดถล่มเข้ามาทางประตูทางเข้าหอสมุด แรงดันมานากดทับจนเซวีน่าเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น แต่อลิคคว้าเอวเธอไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณ ดึงร่างของเธอกระชับแนบอกทันที
กระแสมานาสีดำสนิทที่คุ้นเคยพวยพุ่งเข้ามาตามทางเดิน พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของกองกำลังผู้ตรวจสอบพิเศษแห่งสภาเวทมนตร์ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... เสียงฝเท้านั้นไม่ได้มาเพื่อจับกุม แต่มาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นของบุคคลที่เซวีน่าไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นในสถานที่แห่งนี้
"โอ้... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง นักเรียนตัวอย่างกับอาชญากรหลบหนี" เสียงแหบพร่าของอาจารย์อาวุโสเวลานอก ดังแทรกผ่านม่านควันเวทมนตร์เข้ามา พร้อมกับร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวเท้าเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าชั้นหนังสือ "ไม่นึกเลยว่าความลับเรื่องเนตรวิเศษของเธอ จะถูกซ่อนเอาไว้ใต้ความสัมพันธ์ที่น่ารังเกียจแบบนี้... เซวีน่า!"
อลิคหรี่ตาลงทันที แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีด เขาดึงเซวีน่ามาหลบไว้ด้านหลังในท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ พร้อมกับที่มืออีกข้างสะบัดออก สร้างม่านโล่เวทมนตร์สีครามขึ้นป้องกันการจู่โจม
ทว่า ก่อนที่บทเวทบทแรกจะทันได้เปล่งออกมาจากปากของอลิค หน้าต่างแจ้งเตือนระบบเวทมนตร์ส่วนตัวของเซวีน่า ซึ่งเชื่อมต่อกับคลังข้อมูลลับของสภาที่เธอแอบเจาะระบบไว้ ก็เด้งสว่างวาบขึ้นกลางอากาศด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน พร้อมเสียงแจ้งเตือนที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ:
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบรหัสพันธุกรรมเวทมนตร์ตรงกับ "เป้าหมายระดับ SSS" — บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้าท่านในขณะนี้ ไม่ใช่อาจารย์ผู้ดูแล... แต่คือผู้บงการตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของตระกูลอลิคเมื่อสิบปีก่อน!]
— แอสทริดธาตุมนต์
กลลวงเวทบทสุดท้ายกับสหายที่ไม่เคยรู้จัก•ตอนที่ 17
จังหวะหัวใจที่สั่นคลอน
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงเวทบทสุดท้ายกับสหายที่ไม่เคยรู้จัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!