กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคราบอักษรเวทโบราณที่หลุดลอกร่วงกราวลงมาคล้ายเกล็ดหิมะสีดำ คือสิ่งเดียวที่เด่นชัดอยู่ในโถงลับใต้ดินเวลานี้ แรงปะทะจากบาตรคุ้มกันมานาขั้นสูงของอลิคส่งเสียงหวีดหิวเสียดแก้วหู ราวกับกระจกใสที่กำลังจะแตกร้าวภายใต้พายุหมุน แรงกดดันระดับที่ทำให้กระดูกในร่างของเซวีน่ารู้สึกปวดแปลบ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสนามพลังรอบตัวพวกเขากำลังถูกดูดกลืน—ถูกกลืนกินโดยสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจจัดประเภทได้ตามตำราเรียนเล่มไหนในสถาบัน
"หนีไปซะ เซวีน่า... พวกมันไม่ได้มาเพื่อฉัน แต่พวกมันมาเพื่อฆ่าคนที่รู้ความลับแบบเธอ!"
เสียงของอลิคขาดห้วงไปเล็กน้อยเมื่อระลอกคลื่นพลังสีครามเข้มพุ่งเข้ากระแทกม่านบาตรจนเกิดรอยร้าวเป็นรูปใยแมงมุม ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มที่ปกติมักจะพราวระยับด้วยความขี้เล่น ในยามนี้กลับมีประกายความเด็ดเดี่ยวและกังวลฉายชัดเจนอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
เซวีน่าเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบไร้สีเลือด ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะดวงตาของเธอกำลังมองเห็นโครงสร้างมานาที่แท้จริงของสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า—มันไม่ใช่สัตว์อสูรเวทมนตร์ทั่วไป แต่มันคือ "โกเลมศาสตราโลหิต" อสูรเฝ้าประตูที่ถูกสร้างขึ้นจากเศษซากสงครามเวทมนตร์ยุคโบราณ ร่างกายของมันสูงตระหง่านจนจรดเพดานโค้งศิลา ผิวเนื้อประกอบด้วยเกราะเหล็กไหลที่หลอมละลายประสานเข้ากับเส้นโลหิตเวทสีแดงฉาน ทุกครั้งที่มันหายใจ ไอความร้อนและกลิ่นอายแห่งความตายจะแผ่ขยายออกมาราวกับจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล
"ถ้าฉันหนี แล้วนายจะทำยังไงต่อล่ะ อลิค?" น้ำเสียงของเซวีน่าราบเรียบ เย็นเยียบ และหนักแน่น ผิดกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง เธอก้าวเท้าขึ้นมาเคียงข้างเขา แม้ว่าแรงโน้มถ่วงรอบตัวจะเพิ่มสูงขึ้นจนแทบทรงตัวไม่อยู่ก็ตาม "นายคิดว่าคนอย่างฉัน จะยอมทิ้งสหายที่เพิ่งร่วมผ่าทางตันมาด้วยกันไว้เบื้องหลังงั้นเหรอคะ?"
อลิคชะงักไปชั่ววินาที หางตาเหลือบมองร่างเพรียวบางที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้าง ดวงตาสสีเทาควันบุหรี่ของเขาหรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะระบายยิ้มจางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความระอาใจแกมความรู้สึกชื่นชมที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาเป็นคำพูด
"เธอนี่มัน... หัวดื้อเป็นบ้าเลยนะ เซวีน่า" อลิคพึมพำสั้นๆ ก่อนที่มือข้างขวาจะสะบัดออกไปอย่างไร้รูปแบบ วงแหวนเวทสีเงินยวดยิ่งนับสิบควงสว่านประสานเข้าหากันจนเกิดเป็นเสียงคำรามก้อง "งั้นก็ช่วยไม่ได้... มาดูกกันว่าของเล่นโบราณนี่ จะทนมือทนเท้าพวกเราได้สักกี่น้ำ!"
*ตูมมม!*
ม่านบาตรคุ้มกันระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษละอองมานาแตกกระจายดั่งหิมะโปรยปราย อสูรเฝ้าประตูลับคำรามลั่นด้วยเสียงที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ มันเงมือขนาดยักษ์ที่หลอมรวมจากดาบหักนับร้อยเล่มฟาดลงมาตรงจุดที่ทั้งสองยืนอยู่ ทว่าเซวีน่าไวเท่าความคิด ดวงตาของเธอจับจ้องไปยัง 'จุดบอด' ของกระแสมานาที่ไหลเวียนอยู่บริเวณข้อต่อหัวเข่าขวาของมัน
*ที่ตรงนั้น... วงจรมานากำลังติดขัด!*
"อลิค! เล็งที่หัวเข่าขวาของมัน! ตรงรอยต่อของอักษรีกำกับ!" เซวีน่าตะโกนลั่น พร้อมกับสะบัดฝ่ามือเรียกคทาไม้สนโบราณที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อคลุมออกมา อักขระเวทสีทองอร่ามพวยพุ่งออกจากปลายนิ้วของเธอ ถักทอเป็นตาข่ายแสงพัวพันขาข้างนั้นเอาไว้เพื่อตรึงการเคลื่อนไหว
อลิคไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือ ร่างกายของเขาพุ่งทะยานออกไปราวกับเงาพราย เวทมนตร์ไร้รูปแบบถูกรีดเค้นออกมาจนเกิดประกายไฟสีครามสว่างวาบไปทั่วโถงมืด เขาประสานมือเข้าหากันเหนือศีรษะ เกิดเป็นหอกเพลิงมหึมาที่มีอุณหภูมิสูงจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
"รับไปซะ ของขวัญต้อนรับแขก!"
เขาเหวี่ยงหอกเพลิงพุ่งตรงเข้าใส่เป้าหมายที่เซวีน่าชี้แนะอย่างแม่นยำ แรงปะทะทำให้เกิดเสียงระเบิดกัมปนาท ควันไฟและฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ โกเลมยักษ์ส่งเสียงคำรามโหยหวน ร่างกายสูงใหญ่เซถลาถอยหลังไปหลายก้าว รอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่ข้อต่อหัวเข่า เผยให้เห็นแกนกลางมานาสีม่วงเข้มที่กำลังเต้นตุบๆ อยู่ภายใน
ทว่า... มันยังไม่ยอมล้มลงง่ายๆ
อสูรเฝ้าประตูสะบัดแขนข้างที่เหลือปัดกวาดอากาศด้วยความเกรี้ยวกราด แรงลมจากการเหวี่ยงแขนซัดเอาร่างของอลิคกระเด็นถอยหลังไปกระแทกกับผนังศิลาอย่างแรงจนมีเสียงกระดูกลั่นกรอบ ขณะเดียวกัน ดวงตาสีแดงฉานคู่โตของมันก็หันขวับมาจ้องมองที่เซวีน่าซึ่งยืนอยู่ลำพังเบื้องหน้า มันอ้าปากกว้าง เตรียมพ่นลำแสงทำลายล้างสีดำสนิทออกมาในระยะประชิด
หัวใจของเซวีน่ากระตุกวูบ ระยะห่างแค่ไม่กี่เมตรนี้ เร็วกว่าที่เธอจะร่ายเวทป้องกันทัน
*พรึบ!*
เงาร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาขวางกั้นระหว่างเธอกับลำแสงมรณะในเสี้ยววินาทีสุดท้าย อลิค, แม้สภาพลมหายใจจะหอบถี่และมีคราบเลือดซึมที่มุมปาก แต่เขากลับใช้สองมือยันแผ่นโล่มานาขั้นสูงที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่เข้าต้านทานพลังทำลายล้างนั้นเอาไว้ แรงกดดันมหาศาลทำให้พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าของเขาร้าวรานแตกละเอียดลึกลงไปหลายนิ้ว
"เซวีน่า... ใช้ไม้ตายของเธอซะ!" อลิคตะโกนลอดไรฟัน เสียงของเขาขาดห้วงเพราะต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีในการยื้อยุด "ฉันยื้อมันไว้ได้ไม่เกินห้าวินาที!"
เซวีน่าสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในเสี้ยววินาทีนั้น ความลังเลทั้งหมดถูกปัดเป่าทิ้งไป ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีทองสว่างวาบด้วยพลังเนตรเวทขั้นสูงสุด เธอมองทะลุผ่านเปลือกนอกของอสูร ลึกลงไปถึงแกนกลางมานาที่เชื่อมต่อกับประตูโบราณเบื้องหลังมัน
นี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่นี่คือการปลดล็อกพันธนาการที่สถาบันเวทมนตร์พยายามปกปิดมานานหลายปี
มือเรียววาดออกเป็นวงกลมกลางอากาศ อักขระเวทโบราณนับร้อยตัวผุดขึ้นรอบกายเธอดั่งดวงดาวระยิบระยับในยามค่ำคืน เสียงร่ายเวทมนตร์ด้วยภาษาโบราณดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโถงถ้ำ มันเป็นบทเวทที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน และเป็นเวทมนตร์ที่เธอไม่เคยกล้าใช้ต่อหน้าใครเพราะหวาดกลัวพลังที่แท้จริงของตนเอง
"ในนามแห่งสรวงสวรรค์และปฐพี... จงดับสูญ"
แสงสว่างเจิดจ้าพุ่งทะยานออกจากปลายนิ้วของเซวีน่า พุ่งทะลุม่านพลังและพุ่งตรงเข้าสู่แกนกลางสีม่วงของโกเลมยักษ์ในพริบตาเดียว
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณชั่วขณะ... ก่อนที่รอยร้าวสีทองจะแผ่ขยายไปทั่วร่างของอสูรเฝ้าประตู และสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวบริสุทธิ์ปลิวหายไปกับสายลม
บรรยากาศกลับคืนสู่ความเงียบสงบ มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งสองที่ดังสะท้อน อลิคทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้น มือข้างซ้ายกุมไหล่ขวาที่มีรอยแผลไหม้จากแรงกระแทก เขายกยิ้มมุมปากอย่างเหนื่อยอ่อน พลางเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนหอบหายใจอยู่ไม่ไกล
"ให้ตายสิ... เธอนี่มันซ่อนไพ่ตายไว้ลึกกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะ เซวีน่า"
เซวีน่ากำลังจะก้าวเข้าไปหาเพื่อตรวจสอบอาการของเขา ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะแตะถึงไหล่ของชายหนุ่ม... เสียงแจ้งเตือนปริศนาที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน กลับดังขึ้นในโสตประสาทอย่างชัดเจน พร้อมกับแผงหน้าต่างระบบสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
[แจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS: ตรวจพบการปลดล็อก "ประตูแห่งปราชญ์โบราณ"]
[เงื่อนไขผ่าน: ทำลายผู้พิทักษ์แห่งพันธสัญญาสำเร็จ]
[คำเตือนจากระบบ: บุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาต กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่เขตหวงห้าม... จำนวน 3 คน... และหนึ่งในนั้น คือบุคคลที่คุณคุ้นเคยเป็นอย่างดี]
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายมานาอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดเบื้องหลังประตูที่เพิ่งเปิดออก อลิคหน้าถอดสีทันทีที่สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังนั้น ส่วนเซวีน่าถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเงาร่างในชุดคลุมสีขาวสนิทของบุคคลผู้ไม่ควรอยู่ที่นี่ ก้าวพ้นความมืดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมายังพวกเขา
---
*(ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เซวีน่ากับอลิคมาโดยตลอดนะคะ หวังว่าจะยังคงติดตามบททดสอบอันตรายบทต่อไปด้วยกันค่ะ!)*
— **แอสทริดธาตุมนต์**
กลลวงเวทบทสุดท้ายกับสหายที่ไม่เคยรู้จัก•ตอนที่ 14
ค่ำคืนแห่งการพิสูจน์
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงเวทบทสุดท้ายกับสหายที่ไม่เคยรู้จัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!