“สายตาแบบนั้นหมายความว่ายังไงครับคุณมีนารากะจะเก็บหลักฐานไปฟ้องใครหรือเปล่า”
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ ภคินที่ก้าวลงมาจากรถในชุดสูทเนี้ยบกริบขยับเนกไทเล็กน้อยก่อนจะใช้สายตาคมกริบกวาดมองผู้มาเยือนใหม่ทั้งสองคน กวินท์ที่ยืนอยู่ข้างมีนารารู้สึกได้ทันทีว่าอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงกะทันหัน
“แหม... เฮียคินคะ คนเราก็ต้องช่างสังเกตบ้างสิคะ โดยเฉพาะของที่วางเด่นอยู่บนคอนโซลรถเนี่ย มันน่าสงสัยเกินไปหรือเปล่า” มีนาราไม่ใช่คนขี้กลัว เธอเชิดหน้าขึ้นรับแรงกดดันจากมหาเศรษฐีหนุ่มอย่างไม่สะทกสะท้าน “ของขวัญชิ้นเล็กๆ ลายแบบนี้ ดูยังไงก็ไม่ใช่ของที่จะเอาไว้แจกพนักงานทั่วไปในออฟฟิศนะคะ ว่าไหมคะคุณเลขา?”
กวินท์ช้อนสายตามองภคินที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ ร่างสูงใหญ่ของอีกฝ่ายดูเหมือนจะบดบังแสงไฟจากเสาถนนจนเงาทอดลงมาทับร่างของเขาจนมิด ความกดดันที่แผ่ออกมาไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่มันคือความหวงแหนที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความถือตัวที่หนาเตอะ
“พนักงานคนไหนจะได้ของขวัญชิ้นไหน มันก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของประธานบริษัทครับ” ภคินแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคู่คมเลื่อนกลับมาสบตากับกวินท์ที่พยายามทำหน้าตาย “แต่สำหรับคนที่ไม่รู้จักหน้าที่การงาน เอาแต่แอบดูของส่วนตัวคนอื่น... ผมว่าควรได้รับคำสั่งพักงานสักวันสองวันดีไหมครับคุณวินท์?”
กวินท์เม้มริมฝีปากแน่น แรงปะทะจากวาจาของภคินไม่เคยทำให้เขาถอยห่าง แต่มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณความอยากเอาชนะ “ถ้าเฮียอยากพักงานผมเพราะเรื่องนี้ ก็เอาเลยครับ ผมถือว่าได้พักสมองจากคนเอาแต่ใจพอดี”
คำตอบสวนกลับที่ทันท่วงทีทำให้มุมปากของภคินกระตุกยิ้มเล็กน้อย เขารู้ดีว่ากวินท์ไม่ได้โกรธจริงๆ แต่สิ่งที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อบีบให้เขายอมรับความจริง
“ปากเก่งให้ได้ตลอดนะ” ภคินเดินตรงเข้ามาหาจนกวินท์ต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว “แล้วนี่... จะไปไหนกัน จะไปหาอะไรกินหรือจะไปเดินเล่นในที่ที่ผมมองไม่เห็น?”
“เฮียคิน นี่อย่าบอกนะว่าที่ยืนกั้นรถไว้นี่คือจะหวง?” มีนาราถามหยั่งเชิงด้วยรอยยิ้มล้อเลียน
ภคินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น “เพ้อเจ้อ ผมแค่รำคาญที่ลูกน้องทำตัวเหลวไหลในเวลาทำงานก็เท่านั้น” มือหนาเอื้อมไปเปิดประตูรถ หยิบกล่องของขวัญใบเล็กที่วางอยู่บนคอนโซลออกมาอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะโยนมันไปที่กวินท์อย่างแม่นยำ
“รับไปซะ ถือว่าเป็นโบนัสที่ทำงานล่วงเวลาบนดอยจนสมองกลับ” ภคินพูดทิ้งท้ายพลางกระชับปกเสื้อ “พรุ่งนี้เช้า อย่าสาย”
รถหรูเคลื่อนตัวออกไปทิ้งไว้เพียงความเงียบและกล่องของขวัญในมือของกวินท์
“โบนัสงั้นเหรอ? ปากแข็งสุดๆ เลยนะนั่น” มีนาราหัวเราะคิกคักพลางเขย่าแขนเพื่อน “แกเปิดดูสิ ของในนั้นน่ะ ฉันพนันได้เลยว่าราคามันเกินงบของขวัญพนักงานทั่วไปไปสิบเท่า!”
กวินท์นิ่งไปครู่หนึ่ง หัวใจของเขาเต้นรัวแรงจนแทบจะได้ยินเสียงสะท้อนออกมาข้างนอก มือเรียวค่อยๆ แกะริบบิ้นสีน้ำเงินออกอย่างเบามือ ภายในกล่องกำมะหยี่สีเข้มคือเข็มกลัดเนกไทรูปดาวตกฝังเพชรน้ำงามดีไซน์ทันสมัยที่เขาเคยบ่นว่าสวยในร้านหรูเมื่อคราวก่อน
คนซึนปากร้ายคนนั้น... จำได้ทุกอย่างที่เขาพูด
“เป็นไงล่ะ? นี่หรือคือของแจกพนักงานทั่วไป?” มีนาราแกล้งถามลากเสียงยาว
กวินท์ไม่ได้ตอบ แววตาของเขาสั่นไหว เขาไม่ได้หลงในราคาของมัน แต่เขาแพ้ทางความใส่ใจที่ถูกห่อหุ้มด้วยวาจาเชือดเฉือนนั้นต่างหาก
ทว่าในขณะที่เขากำลังอมยิ้มกับของขวัญ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าก็แผดเสียงขึ้นมาขัดจังหวะ หน้าจอโชว์ชื่อ 'กรวีร์' ที่โทรเข้ามารัวๆ จนน่าประหลาดใจ กวินท์กดรับสายด้วยความสงสัย
“คุณวินท์ครับ... คุณอยู่ที่ไหน? ผมว่าคุณควรรีบกลับมาที่ออฟฟิศด่วนที่สุดเลยครับ” น้ำเสียงของกรวีร์เต็มไปด้วยความร้อนรน “เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องทำงานของภคิน มีคนลักลอบนำเอกสารสำคัญออกไป แล้วหลักฐานทั้งหมด... มันชี้มาที่โต๊ะทำงานของคุณ!”
กวินท์ตัวชาวาบ ความสุขเมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง สายตาสบกับมีนาราที่หุบยิ้มทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนรัก
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความเข้าใจผิด แต่มันคือกับดัก... กับดักที่เขากำลังจะก้าวเข้าไปหาโดยที่ไม่มีภคินคอยคุ้มครอง!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับกวินท์และเฮียคินในทุกๆ ตอนนะคะ หวังว่าตอนหน้าจะทำให้นักอ่านใจสั่นยิ่งกว่าเดิมค่ะ!
ดาวตกคืนคริสต์มาส
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ•ตอนที่ 21
ของขวัญชิ้นพิเศษ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!