เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นเป็นรอบที่สิบของวัน—หรืออาจจะมากกว่านั้น ตั้งแต่ล้อรถยนต์หรูเหยียบเข้ามาจอดสนิทในลานจอดรถคอนโดมิเนียมใจกลางกรุงเทพฯ บรรยากาศระหว่างกวินท์และภคินก็เปลี่ยนจากความอลหม่านในต่างจังหวัดกลายเป็น “ห้องทดลองนิวเคลียร์ที่ปิดตาย” ทันที
ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ
ความเงียบที่โรยตัวอยู่ภายในห้องโดยสารไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับอัดแน่นไปด้วยไอร้อนระอุของความเขินอายที่ยังค้างคาจากเหตุการณ์ “ถูกจับได้คาหนังคาเขา” บนดอยสูงเมื่อวานนี้ ใบหน้าของกวินท์ร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบเมื่อสมองดันซื่อสัตย์ฉายภาพตอนที่เขากับท่านประธานหนุ่มกำลังยืนแนบชิดกันจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวในสายตาของพนักงาน
ให้ตายเถอะ... อยากจะมุดแผ่นดินหนีลงไปถึงแก่นโลกซะเดี๋ยวนี้!
กวินท์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวแกล้งทำเป็นกดหน้าจอโทรศัพท์มือถือเลื่อนฟีดข่าวอย่างไร้จุดหมาย ทั้งที่ในหัวว่างเปล่าสนิท ขณะที่หางตาก็แอบเหลือบมองร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ ภคินยังคงรักษามาดนิ่งสนิท ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงราวกับรูปสลัก แต่ถ้าสังเกตให้ดี... ใบหูกางๆ คู่นั้นกลับแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคออย่างปิดไม่มิด
“จะนั่งเป็นหุ่นขี้ผึ้งอยู่ในรถอีกนานไหมคะ หรือว่าจะรอให้ยามมาล็อคล้อแล้วลากไปทิ้งหน้าตึก”
เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดเล็กน้อยเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ภคินหันมามองคนข้างกายด้วยแววตาที่พยายามดุ แต่ประกายในดวงตานั้นกลับสั่นไหวระริกจนความน่าเกรงขามลดฮวบลงไปครึ่งต่อครึ่ง
กวินท์หันขวับกลับมาทันที คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่ยอมแพ้ ฝีปากกล้าที่เคยใช้ต่อกรกับเจ้านายมานักต่อ นักกลับทำงานเร็วกว่าสมอง
“อ้าว เฮีย! นี่ฉันเป็นคนผิดเหรอคะที่นั่งเงียบ? แล้วใครล่ะคะที่ทำตัวมีพิรุธจนเกือบโป๊ะแตกตั้งแต่แรก ถ้ารู้จักปล่อยมือฉันให้เร็วกว่านั้น เราก็ไม่ต้องมานั่งอึดอัดหายใจไม่ออกกันแบบนี้หรอกค่ะ!”
“ฉันไปจับมือเธอตอนไหนไม่ทราบ” ภคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มจัดแต่แฝงความร้อนรน “วันนั้นเธอนั่นแหละที่สะดุดขาตัวเองเกือบหัวคะมำ แล้วฉันก็แค่... ยื่นมือไปช่วยตามมารยาทของเจ้านายที่ดีต่างหาก อย่ามาใส่ร้ายกันนะกวินท์”
“มารยาท? มารยาทประสาอะไรที่ต้องโอบเอวแน่นขนาดนั้นแถมยังก้มลงมา... ช่างเถอะค่ะ!” กวินท์ชะงักคำพูดไว้ทันเมื่อนึกถึงระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับอีกฝ่ายในวินาทีนั้น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนข้างๆ จะได้ยินเสียงมัน “พูดไปก็เถียงเปล่าๆ ฉันจะขึ้นห้องแล้วค่ะ ขอบคุณที่กรุณามาส่งนะคะท่านประธานผู้แสนดี”
ร่างบางผลักประตูรถเปิดออกอย่างรวดเร็วหมายจะหนีสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้ให้พ้นๆ แต่เร็วกว่าความคิด ภคินเอื้อมมือมากระชากข้อมือเรียวเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงดึงไม่ได้รุนแรงแต่หนักแน่นพอที่จะทำให้กวินท์ต้องเซถลาหันกลับมาปะทะกับแผงอกกว้างของอีกฝ่ายที่ขยับเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยผสมผสานกับความอบอุ่นเฉพาะตัวของภคินโอบล้อมกวินท์เอาไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างเบาะรถ
“จะรีบหนีไปไหน...” เสียงของภคินเบาหวิวจนแทบกลายเป็นกระซิบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างแก้มจนกวินท์ขนลุกซู่ “เคลียร์ให้มันจบก่อนสิคะ เลขาฯ ตัวแสบ”
“จ... จบอะไรล่ะคะ ปล่อยมือฉันนะ คนอื่นมองหมดแล้ว!” กวินท์พยายามดึงข้อมือตัวเองกลับ แต่ภคินกลับยิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของเขาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ทั้งดื้อรั้น ทั้งเว้าวอน และ... คลั่งรักจนปิดไม่มิด
“มองก็ช่างสิ ใครจะทำไม” ภคินเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ปากเก่งตามสไตล์คนซึน แต่แววตาอ่อนโยนยวบยาบ “ฉันไม่ได้เป็นคนเริ่มความวุ่นวายนี้ก่อนนะ... แต่เธอนั่นแหละ ที่เข้ามาปั่นป่วนหัวใจฉันตั้งแต่แรก แล้วจะรับผิดชอบยังไงหล่ะหืม?”
กวินท์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อได้ยินคำพูดที่ตรงไปตรงมาที่สุดเท่าที่เคยได้ยินจากปากผู้ชายคนนี้ ใบหน้าที่ว่าแดงอยู่แล้วตอนนี้คงร้อนจัดจนทอดไข่สุกได้ หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก สมองที่เคยฉลาดเป็นกรดกลับขาวโพลนคิดคำตอบโต้ไม่ออกสักคำ
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดออกไปจนเหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกัน ระยะห่างระหว่างริมฝีปากลดลงเรื่อยๆ ตามแรงโน้มถ่วงของหัวใจที่เรียกร้อง ภคินค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ ราวกับจะให้เวลาอีกฝ่ายได้ปฏิเสธ แต่กวินท์กลับทำได้เพียงหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อความรู้สึกที่ซ่อนไว้ในใจมานาน
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะกระจกฝั่งคนขับดังขึ้นกะทันหันราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ทำเอาทั้งสองสะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ
ภคินสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดขีดสุดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ เขากระชากกระจกเลื่อนลงด้วยสีหน้าถมึงทึง พร้อมจะกินหัวใครก็ตามกล้ามาขัดขวางความสุขของเขาในเวลานี้
“มีธุระอะไร ถ้าไม่มีเรื่องคอขาดบาดตายก็ไสหัวไปซะ—!”
“อ้าว เฮียคิน! ใจRooตระกูลไหนเนี่ยคะเนี่ย แค่ทักทายทำเป็นดุ” เสียงใสแจ๋วของมีนารา ดังแทรกขึ้นพร้อมรอยยิ้มกริ่มที่ส่งให้เพื่อนสนิทของเธอที่นั่งหน้าแดงก่ำอยู่เบาะข้างๆ “พอดีฉันผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอาของฝากมาให้ยัยมีน เอ้ย! มาหากวินท์มันหน่อย... อุ๊ย ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย หน้าแดงกันเชียว”
กวินท์เบิกตากว้างเมื่อเห็นเพื่อนรักยืนยันตัวตนอยู่ข้างรถพร้อมรอยยิ้มล้อเลียนสุดฤทธิ์ ก่อนที่สายตาของมีนาราจะกวาดมองเลยไปเห็นกล่องของขวัญชิ้นเล็กที่วางอยู่บนคอนโซลรถ—กล่องเดียวกับที่ภคินแอบซื้อให้เขาบนดอยเมื่อวานนี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความซึนของเฮียคินนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ! — ดาวตกคืนคริสต์มาส
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ•ตอนที่ 20
กลับมาเคลียร์ใจ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!