เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ•ตอนที่ 17

คู่แข่งหัวใจออกโรง

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
เสียงแก้วแชมเปญกระทบกันเบาๆ คลอเคล้าด้วยเสียงดนตรีคลาสสิกในห้องจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาว ทว่าบรรยากาศรอบกายกวินท์กลับไม่ได้รื่นรมย์ตามเสียงเพลงแม้แต่น้อย ร่างโปร่งในชุดสูทสากลตัดเย็บเนี๊ยบกริบกำลังยืนกอดอกพิงเสาสะท้อนเงา พลางกวาดสายตามองประธานหนุ่มจอมเผด็จการที่กำลังยืนปั้นหน้ายิ้มแย้มต้อนรับแขกเหรื่อไฮโซร่วมงานด้วยความหมั่นไส้ระคนระอา ให้ตายเถอะ... พ่อคุณเอ้ย ยิ้มจนแก้มจะฉีกอยู่แล้วมั้งนั่น เก็บอาการหวงก้างหน่อยเถอะเฮียคิน คนเขารู้กันหมดแล้วว่าเลขาฯ คนนี้ไม่ได้มีดีแค่ชงกาแฟ กวินท์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบแก้กระหาย ขณะที่หูยังคงแว่วเสียงกระซิบกระซาบจากกลุ่มไฮโซสาวด้านข้างที่พากันมองมาด้วยสายตาริษยา "นั่นน่ะเหรอเลขาฯ ส่วนตัวของคุณภคิน? หน้าตาก็ธรรมดา ทำไมช่วงนี้ท่านประธานถึงตัวติดด้วยตลอดเวลาเลยล่ะแก" "นั่นสิ ได้ข่าวว่าควงไปออกงานด้วยทุกงาน ชักจะสงสัยแล้วนะว่าทำหน้าที่เลขาฯ หรือทำหน้าที่อะไรกันแน่" กวินท์แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ปรายตาไปมองกลุ่มสาวสังคมเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มมุมปากแบบฉบับคนไม่แคร์โลก มือเรียวยกขึ้นจัดปกเสื้อให้เข้าที่อย่างใจเย็น เรื่องอะไรจะต้องไปแคร์คำคนพวกนั้น ในเมื่อความจริงคือเขาต้องหัวหมุนกับการแก้ปัญหาเอกสารและรับมือกับอารมณ์แปรปรวนของเจ้านายจอมซึนต่างหากล่ะที่หนักหนาสสาหัสยิ่งกว่า "แอบนินทาอะไรผมอยู่หรือเปล่าครับ เลขาฯ หน้าหวาน" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นชิดริมหู พร้อมกับความรู้สึกอุ่นวาบที่ช่วงเอว ภคินผละจากการสนทนาทางธุรกิจเมื่อครู่มาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนเข้ากับแก้มเนียนของอีกฝ่ายหากกวินท์ไม่เบี่ยงตัวหลบเสียก่อน "ไม่ได้นินทาครับ แค่กำลังคิดว่า... รอยยิ้มเมื่อกี้ของเฮียดูฝืนๆ นะครับ ปวดกรามบ้างไหมล่ะ" กวินท์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีเข้มฉายแววท้าทายตามประสาคนปากเก่งที่ไม่เคยยอมจำนนให้ใคร ภคินหรี่ตามองคนตัวเล็กกว่าอย่างคาดโทษ มือหนาที่วางอยู่บนเอวบางออกแรงรั้งเข้าหาตัวอีกนิดจนแทบจะแนบชิดติดกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดๆ ทำให้กวินท์ต้องกลั้นหายใจวูบหนึ่ง "ปากดีจริงๆ นะ... ถ้าไม่ใช่เพราะอยู่ท่ามกลางแขกเหรื่อหลายร้อยคน ผมจะจับคุณมาลงโทษข้อหาปากเก่งนี่ซะให้เข็ดเลยวินท์" ภคินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความคาดโทษที่เจือความคลั่งรักเอาไว้อย่างมิดเมิด "เชิญตามสบายเลยครับ ถ้าเฮียอยากให้ข่าวหน้าหนึ่งพรุ่งนี้พาดหัวว่า 'ประธานหนุ่มไฟแรงปล้ำเลขาฯ กลางงานเลี้ยงการกุศล'" กวินท์ยิ้มหวานหยาดเยิ้มสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายชนิดที่คนมองอยากจะจับฟัดให้หายหมั่นไส้ ภคินขบกรามแน่นอย่างนึก หมั่นเขี้ยว เจ้าตัวแสบนี่นับวันยิ่งต่อปากต่อคำเก่งขึ้นเรื่อยๆ จนเขาชักจะเอาไม่อยู่แล้วจริงๆ ทว่าก่อนที่ประธานหนุ่มจะได้เอאะอะโวยวายหรือหาทางแกล้งคืน เสียงทุ้มกังวานและคุ้นเคยอย่างประหลาดก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวเสียก่อน "อ้าว... คุณกวินท์ ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณที่นี่เลยนะครับเนี่ย โลกกลมจังเลยนะคับ" น้ำเสียงนั้นหยุดชะงักฝีเท้าของทั้งสองคนทันที ภคินชะựngกึก นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นขึ้นมาในเสี้ยววินาที ขณะที่กวินท์เบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเมื่อหันไปพบกับเจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาอ่อนที่กำลังเดินตรงเข้ามา กรวีร์... นักธุรกิจหนุ่มคู่แข่งคนสำคัญที่คอยตามตื๊อและหาเรื่องปะทะคารมกับภคินมาโดยตลอด และดูเหมือนพักหลังมานี้ เป้าหมายของเจ้าตัวจะไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจเสียแล้ว กรวีร์ส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้กวินท์ ดวงตาสีอ่อนพินิจพิเคราะห์ร่างโปร่งตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง "ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่วัน คุณกวินท์ดูเปล่งปลั่งขึ้นเยอะเลยนะครับ หรือว่าเป็นเพราะได้เจ้านายใจดีคอยดูแลอย่างใกล้ชิดกันแน่นะ?" คำพูดทิ่มแทงแฝงความนัยนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น รังสีความอึดอัดแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงของภคินที่ยืนขนาบข้างกวินท์อยู่ ประธานหนุ่มก้าวเท้าขยับมาบังร่างของเลขาฯ ส่วนตัวไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ นัยน์ตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองผู้มาใหม่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ถ้าว่างมากจนไม่มีงานทำ กรวีร์... เชิญไปเดินหาของกินเล่นแถวซุ้มคานาเปนู่นไป ไม่ใช่มาเดินพล่อยๆ แถวนี้" ภคินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดและเย็นเยียบจนคนฟังต้องเลิกคิ้ว กรวีร์หัวเราะในลำคอเบาๆ สีหน้าไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อบารมีของประธานบริษัทคู่แข่งเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เขากลับส่งยิ้มยั่วโมโหให้เสียด้วยซ้ำ "แหม... คุณภคินครับ ผมแค่ทักทายเพื่อนร่วมงาน (ในอนาคต) ตามมารยาททางสังคมเอง ทำไมต้องทำหน้าเหมือนจะกินหัวผมด้วยล่ะครับ หรือว่า... กลัวผมจะแย่งคนสำคัญไปต่อหน้าต่อตา?" คำว่า 'คนสำคัญ' พุ่งเป้าตรงดิ่งมาที่กวินท์อย่างจงใจ กวินท์ขยับตัวเล็กน้อยเตรียมจะอ้าปากสวนกลับตามนิสัยเดิม ทว่ายังไม่ทันได้เปล่งเสียงสักแอะ ฝ่ามือหนาของภคินก็ยกขึ้นโอบรอบเอวบางของเขาไว้แน่นขึ้น แรงบีบที่เอวสื่อถึงความหวงก้างและโทสะที่กำลังพุ่งปรี๊ดจนถึงขีดสุด "คนของใคร... เขาก็รู้อยู่แก่ใจ" ภคินกดเสียงต่ำ ลากสายตาคมกริบมองคู่แข่งตัวฉกาจด้วยความเย้ยหยัน "ส่วนคุณ... จะยืนตรงนี้ต่อให้โดนเชิญออก หรือจะเดินออกไปเองดีๆล่ะครับ" บรรยากาศระหว่างสองหนุ่มคุกกรุ่นจนแขกคนอื่นเริ่มเหลียวมองด้วยความสนใจ กวินท์ลอบถอนหายใจเบาๆ กับความเด็กน้อยของเจ้านายตัวเอง แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นระรัวแปลกๆ กับสัมผัสแนบชิดและการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้งนั้น กรวีร์ยักไหล่อย่างไม่ยี่หรา เขายกแก้วแชมเปญขึ้นจิบเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตามาสบตากับกวินท์ ส่งยิ้มหวานหยดที่ชวนให้คนมองหมั่นไส้ระคนหวั่นไหว "ไม่เป็นไรครับ ผมไม่อยากกวนเวลาสวีทของคุณสองคนเขา... เอาไว้เราค่อยไปคุยกันนอกรอบดีกว่านะครับ คุณกวินท์" กรวีร์จงใจเน้นเสียงคำสุดท้าย ทิ้งสายตากรุ้มกริ่มไว้หนึ่งทบก่อนจะหมุนตัวเดินผละหายเข้าไปในกลุ่มฝูงชน กวินท์มองตามแผ่นหลังนั้นพลาฃส่ายหัวเบาๆ ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวถอยหลังเพื่อปรับระยะห่าง ภคินก็กระชากร่างของเขาให้หันกลับมาประชิดตัวทันที แรงปะทะทำให้แผ่นอกของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วไม่เป็นจังหวะ ดวงตาคมกริบของภคินในยามนี้มืดสนิทและเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความหึงหวงที่แผดเผาจนน่ากลัว ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่แถวขมับของกวินท์ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนคนถูกกอดต้องย่นคอหนีด้วยความจั๊กจี้และตื่นตระหนก "เฮียคิน... ปล่อยเลยนะ คนมองกันเต็ม..." กวินท์เอ็ดเสียงเบาพยายามดันอกแกร่งออก ทว่าแขนยาวยังกอดรัดไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก "ห้ามมองมัน" ภคินกระซิบเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงจริงจังและดุดันจนกวินท์ต้องชะงัก "ห้ามยิ้มให้มัน ห้ามพูดจาหวานหูใส่ใครหน้าไหนทั้งนั้น... จำเอาไว้ว่าคุณเป็นของใคร กวินท์" คำว่า 'เป็นของใคร' กระแทกกระทั้นลงกลางใจจนกวินท์หน้าร้อนผ่าว ลมหายใจติดขัดไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมที่เต็มไปด้วยความจริงจังและหวงแหนอย่างปิดไม่มิด ยังไม่ทันที่กวินท์จะทันได้อ้าปากเถียงหรือหาคำพูดไหนมากลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังตีรวนขึ้นมาในอก จู่ๆ เสียงดนตรีในงานก็เงียบลงพร้อมกับเสียงประกาศจากพิธีกรบนเวทีที่ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะสำคัญ "และในค่ำคืนนี้... ทางเรามีเซอร์ไพรส์พิเศษจากแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ ที่ต้องการจะประกาศข่าวสำคัญบางอย่างร่วมกับผู้บริหารของเราครับ..." ภคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ทว่าสายตาที่กวาดมองไปยังเวทีใหญ่กลับต้องชะงักกึก เมื่อร่างของบุคคลที่ไม่คาดคิดว่าจะปรากฏตัวที่นี่ก้าวขึ้นสู่แสงไฟบนเวทีพร้อมไมโครโฟนในมือ กวินท์หันไปมองตามสายตาของเจ้านาย และเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ยืนอยู่บนเวทีชัดเจน หัวใจของเขาก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที ...นั่นมัน... คนที่เขาพยายามหนีหน้ามาตลอดทั้งชีวิตไม่ใช่เหรอ?! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันเสมอนะคะ! - ดาวตกคืนคริสต์มาส -
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%