"บอกผมอีกทีซิครับ... เมื่อกี้คุณรับนามบัตรของไอ้กรณ์มาด้วยฐานะอะไร"
เสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำจนเกือบเป็นเสียงกระซิบดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับแรงฉุดกระชากเบาๆ ที่ดึงร่างของกวินท์ให้หลุดจากกลุ่มคนมารวมตัวกันในมุมอับสายตา ด้านหลังเสาหินอ่อนสลักลวดลายวิจิตรบรรจงของห้องจัดเลี้ยงโรงแรมหรู บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากเสียงเพลงบรรเลงคลอเบาๆ และเสียงหัวเราะรื่นเริงของผู้คนภายนอก เหลือเพียงไออุ่นจากกายหนาที่แนบชิดและแรงกดดันมหาศาลจากคนที่ยืนขวางทางหนีอยู่ตรงหน้า
กวินท์กลอกตาขึ้นฟ้าด้วยความระอา แม้แผ่นหลังจะชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบจนสัมผัสได้ถึงความต่างของอุณหภูมิ แต่เจ้าตัวก็ยังคงเชิดคางขึ้นสู้สายตาคมกริบที่กำลังลุกโชนไปด้วยไฟโทสะอย่างไม่เกรงกลัว
"เฮียคิน... นี่มันกลางงานเลี้ยงนะคะ ปล่อยผมก่อน คนอื่นเขามองหมดแล้ว" กวินท์เอ่ยเตือนเสียงเรียบ พยายามใช้มือดันลาดไหล่กว้างของประธานหนุ่มให้ออกห่าง แต่มีหรือที่แรงของเลขาฯ ตัวแสบจะต้านทานแรงของคนที่กำลังหึงจนหน้ามืดได้
ภคินไม่1500คำยี่หะ เขาใช้แขนข้างหนึ่งยันผนังด้านข้างไว้ กักขังร่างโปร่งให้อยู่ในอาณัติอย่างเบ็ดเสร็จ ดวงตาคมดูลึกล้ำและอันตรายยิ่งกว่าครั้งไหนๆ สันจมูกโด่งรั้นอยู่ห่างจากแก้มใสเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้ผิวแก้มทำให้กวินท์ต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืนทน
"มองก็ให้มันมองไปสิครับ ผมกำลังเคลียร์เรื่องสำคัญกับเลขาฯ ของตัวเองอยู่ ใครจะทำไม" ภคินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ เมื่อครู่ด้วยความหมั่นไส้ระคนหวงแหน "เมื่อกี้ผมเห็นคุณยิ้มรับนามบัตรมัน แถมยังบอกว่าจะติดต่อไปหาเองอีกต่างหาก... สนุกมากเหรอครับกับการอ่อยผู้ชายไปทั่วแบบนั้น"
"พูดจาให้มันดีๆ นะครับเฮีย ผมไปอ่อยใครตอนไหน แค่รักษามารยาททางธุรกิจต่างหาก กรวีร์เขาเป็นลูกค้ารายใหญ่... อุ๊บ!"
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อภคินก้มลงมาปิดริมฝีปากที่เอาแต่เถียงเขาด้วยเรียวปากหยักลึกของตัวเองอย่างอารมณ์ชั่ววูบ มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวาน แต่เป็นการลงโทษด้วยความหึงหวงที่รุนแรงและเอาแต่ใจ
กวินท์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวระดมทุบลงบนอกแกร่งไม่ยั้ง แต่ภคินกลับยิ่งได้ใจ มือหนาเลื่อน1500คำมาล็อกเอวบางให้แนบชิดยิ่งขึ้นจนแทบไม่มีช่องว่าง รสจูบที่จาบจ้วงและเต็มไปด้วยความเร่าร้อนทำให้สติของกวินท์กระเจิดกระเจิง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ความโกรธที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วร่างอย่างน่าหงุดหงิด
กระทั่งร่างสูงยอมผละริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้กวินท์ได้กอบโกยอากาศเข้าปอดอย่างยากลำบาก ริมฝีปากอิ่มบวมเจ่อและขึ้นสีแดงจัดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำด้วยความเคืองโกรธ ปนกับความเขินอายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าบึ้งตึง
"คุณ... เฮียทำบ้าอะไรเนี่ย!" กวินท์กัดฟันกรอด ใช้หลังมือเช็ดริมฝีปากตัวเองลวกๆ ใบหน้าร้อนผ่าวลามเลียไปถึงใบหู "ถ้ามีคนมาเห็นเข้าเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!"
"ก็ช่างหัวคนอื่นสิครับ" ภคินตอบหน้าตาเฉย ดวงตาคมกริบทอดมองคนตรงหน้าด้วยความหลงใหลที่ปิดไม่มิด แม้ปากจะร้ายและท่าทางจะเอาเรื่อง แต่ปลายนิ้วอุ่นก็ยังเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนให้อย่างเบามือ "จำใส่สมองเอาไว้เลยนะกวินท์... คุณเป็นเลขาฯ ของผม และทั้งตัวกับหัวใจของคุณ... ผมจองไว้หมดแล้ว ห้ามไปยิ้มเรี่ยราดให้ไอ้หน้าไหนอีก ไม่งั้นรอบหน้ามันจะไม่ใช่แค่จูบเตือนแบบนี้แน่"
คำประกาศิตที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังและแววตาที่ไม่มีทีท่าว่าล้อเล่น ทำเอากวินท์ถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ยืนนิ่งค้างด้วยความอึ้ง ประโยคคาดโทษที่แฝงความคลั่งรักแบบไม่เกรงใจใครนี้ทำเอาหัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยแรงอารมณ์และเคมีที่ดึงดูดเข้าหากันจนแทบต้านทานไม่ไหว เสียงปรบมือเบาๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลังเสาต้นถัดไป
"โอ้โห... ภาพบาดตาบาดใจขนาดนี้ ถ้าเอาไปลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจพรุ่งนี้ บริษัทพวกคุณคงหุ้นพุ่งกระฉูดแน่เลยนะครับ"
ภคินและกวินท์ชะงักค้าง รีบผละออกจากกันทันทีด้วยสัญชาตญาณ
ร่างสูงของกรวีร์ก้าวออกมาจากมุมมืด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนใบหน้าคมคาย ดวงตาสีเข้มมองสำรวจทั้งคู่สลับกันไปมาด้วยความสนุกสนาน มือหนาทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงไว้อย่างผ่อนคลาย ราวกับตั้งใจเดินมาชมละครฉากใหญ่โดยเฉพาะ
กวินท์หน้าถอดสี รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วขยับตัวถอยห่างจากภคินทันที ในขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาของประธานหนุ่มมืดมนลงในพริบตา รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวภคินจนอุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงอย่างน่ากลัว
"คุณกรวีร์..." กวินท์เอ่ยชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่ว รู้สึกเหมือนความซวยกำลังมาเยือนแบบแพ็กเกจคู่
กรวีร์ยักไหล่ เดินเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ก่อนจะเหลือบสายตาไปมองภคินที่กำลังส่งสายตาดุร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อมาให้ แล้วจึงหันมาส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้กวินท์
"บังเอิญจังครับที่คุณวินท์มาหลบอยู่แถวนี้ พอดีผมกำลังหาตัวคุณอยู่พอดีเลย... เรื่องโปรเจกต์ที่เราคุยกันค้างไว้เมื่อกี้ ผมว่าเราน่าจะไปคุยกันต่อให้จบสักหน่อยนะครับ"
สิ้นคำพูดของกรวีร์ ภคินก็ก้าวเข้ามาขวางหน้ากวินท์ไว้ทันที นัยน์ตาคมกริบฉายแววอันตรายชนิดที่พร้อมจะระเบิดอารมณ์ใส่คู่แข่งทางธุรกิจได้ทุกเมื่อ
"เขากำลังจะกลับบ้านแล้วครับ คุณกรวีร์กรุณาหาเรื่องคุยกับคนอื่นเถอะ" ภคินเอ่ยเสียงแข็ง กร้าวร้าวและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้ง
กรวีร์หัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หะ "อ้าวเหรอครับ? แต่เมื่อกี้ผมได้ยินคุณวินท์ยังรับปากว่าจะติด... อุ๊ป!"
กรวีร์ยังพูดไม่ทันจบประโยค จู่ๆ ไฟในห้องจัดเลี้ยงทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดโรยตัวลงปกคลุมทั่วบริเวณในเสี้ยววินาที เสียงเพลงและเสียงพูดคุยรอบตัวเงียบกริบลงทันทีด้วยความตกใจ ก่อนที่เสียงประกาศจากเครื่องขยายเสียงจะดังแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน
*"ขออภัยท่านแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ เกิดเหตุขัดข้องทางระบบไฟฟ้าเล็กน้อย กรุณาอยู่ในความสงบ ทางเรากำลังเร่งดำเนินการแก้ไข..."*
ในความมืดสนิทที่มองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือตัวเอง กวินท์รู้สึกได้ถึงสัมผัสอุ่นที่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือ รั้งร่างของเขาให้พ้นจากจุดยืนเดิมทันที เสียงกระซิบพร่าทุ้มที่คุ้นเคยดังชิดริมหูท่ามกลางความโกลาหลเบื้องหน้า
"อย่าปล่อยมือผม... ตามผมมา"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ•ตอนที่ 18
คำประกาศิตของคนขี้หึง
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!