"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณบุกรุกและแจ้งข้อหาฐานอนาจารนะคะท่านประธาน!"
น้ำเสียงใสที่เอ่ยขึ้นไม่ได้มีความสั่นเครือเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือความเฉียบคมที่มาพร้อมกับสายตาเอาเรื่องของกวินท์ ซึ่งกำลังแนบแผ่นหลังติดกับผนังห้องทำงานหรูหรา โดยมีร่างสูงโปรดของภคินกักขังเอาไว้ด้วยวงแขนแข็งแกร่งทั้งสองข้าง ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่แทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนเข้ากับสันจมูกคมสันของอีกฝ่ายอยู่รำำไร
แต่ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างเลขาฯ ตัวแสบกับเจ้านายจอมเผด็จการจะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาขัดจังหวะ พร้อมกับร่างสูงของกรวีร์ที่ผลักประตูพรวดเข้ามาหน้าตาเฉย พร้อมถุงขนมชื่อดังในมือและรอยยิ้มกวนประสาทที่ค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า
ภาพบาดตาบาดใจตรงหน้าทำเอาดวงตาคมกริบของกรวีร์ไหววูบไปชั่วขณะ รอยยิ้มบนมุมปากกระตุกค้าง ก่อนที่เขาจะส่งเสียงกระแอมในลำคอเบาๆ เพื่อทำลายบรรยากาศมาคุ
"อุ๊ย... ดูเหมือนผมจะมาผิดเวลาสินะครับ ท่านประธาน... กับคุณเลขาฯ คนเก่งถึงขั้นแนบชิดติดกำแพงกันขนาดนี้ ว้าว สงสัยผมต้องขอตัวไปรอข้างนอกก่อนดีกว่ามั้งครับ"
กวินท์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของภคินให้ออกห่างทันที ร่างบางถลาหลุดจากการกักขัง พวงแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอับอายปนขัดkยเขิน ขณะที่ภคินกลับไม่ได้มีทีท่าตกใจหรือลนลานแม้แต่น้อย ใบหล่อเหลายังคงเรียบตึง เยชา และเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมดุหรี่ลงมองตัวป่วนที่บังجาญเข้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบ
"ถ้าคุณยังมีมารยาทพอ กรวีร์ คุณน่าจะรู้ว่าการเคาะประตูแล้วรอให้เจ้าของห้องอนุญาต คือพื้นฐานของคนมีชาติตระกูลเขาทำกัน" ภคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบ สายตาคมปรายมองถุงขนมในมืออีกฝ่ายอย่างรังเกียจ
กรวีร์ยักไหล่ไม่ยี่ห้อ ก้าวฉับๆ เข้ามาวางถุงขนมลงบนโต๊ะทำงานของกวินท์ราวกับเป็นเจ้าของห้องเสียเอง "แหม ท่านประธานก็... ผมแค่นำเอกสารด่วนมาส่ง แถมแวะซื้อขนมเจ้าโปรดมาฝากคนเก่งแถวนี้ต่างหาก ใครจะไปรู้ล่ะครับว่าจะเจอ 'ซีนเด็ด' ชวนใจสั่นแบบนี้เข้า"
กวินท์สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้หัวใจจะยังเต้นรัวโครมครามด้วยความตื่นตระหนกจากเหตุการณ์เมื่อครู่ หญิงสาวปรายตามองกรวีร์ด้วยแววตาดุๆ "ถ้าไม่มีธุระอะไรอื่นแล้ว เชิญคุณกรวีร์กลับออกไปได้เลยค่ะ เอกสารวางไว้ตรงนั้น เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง"
"ใจร้ายจังนะครับคุณกวินท์ ผมอุตส่าห์ตั้งใจเอามาฝาก..." กรวีร์ทำหน้าตาน่าสงสารแบบจอมปลอม แต่ก่อนที่เขาจะทันได้หยอดคำหวานอะไรต่อ ภคินก็ก้าวเข้ามาแทิงกลางระหว่างทั้งคู่ด้วยท่าทีคุกคาม ร่างสูงใหญ่บังร่างบางของกวินท์ไว้มิดชิด สายตาดุดันจ้องเขม็งไปยังคู่แข่งทางธุรกิจ
"หมดธุระแล้วก็เชิญ... ออกไปจากห้องทำงานของผม" ภคินกดเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนที่พ่นออกมาเจือความหงุดหงิดอย่างชัดเจน
กรวีร์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจนักก่อนจะยอมหมุนตัวเดินกลับออกไป พร้อมกับทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ก็ได้ครับ... ไม่กวนใจท่านประธานกับเลขาฯ แล้ว ขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ"
ปัง! เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง
กวินท์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานของตัวเองอย่างหมดแรง หญิงสาวเสมองไปทางอื่น หลีกเลี่ยงการสบตากับร่างสูงที่ยังคงยืนค้ำหัวอยู่ไม่ไกล "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เชิญท่านประธานกลับไปเคลียร์งานที่โต๊ะตัวเองเถอะค่ะ ฉันต้องเคลียร์เอกสารพวกนี้ให้เสร็จก่อนพักเที่ยง"
ไม่มีเสียงตอบรับจากภคิน ร่างสูงยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่ขึ้นสีแดงระเรื่อไม่หาย ความรู้สึกบางอย่างตีรวนอยู่ในอกอย่างประหลาด มันไม่ใช่แค่ความหึงหวงที่เห็นไอนั่นเข้ามาใกล้ แต่เป็นความรู้สึกหงุดหงิดที่เห็นกวินท์ตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่น
วันเวลาผ่านไปจนล่วงเลยเข้าสู่สัปดาห์ถัดมา...
ท่ามกลางโปรเจกต์ใหญ่ที่กำลังโหมกระหน่ำเข้ามาจนแทบไม่ได้พักผ่อน ภคินในยามปกติที่เคยเนี้ยบกริบและน่าเกรงขาม กลับเริ่มมีอาการแปลกไปตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันอังคาร ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงเสมอเริ่มมีเลือดฝาดแดงก่ำ ดวงตาคมปรือลงเล็กน้อยราวกับคนอดนอน และที่สำคัญที่สุด... เจ้าตัวเอาแต่จามฮัดเช้ยติดต่อกันมาสามรอบแล้วในห้องประชุม
กวินท์ที่นั่งจดบันทึกการประชุมอยู่ข้างๆ แอบเหลือบมองเจ้านายหนุ่มด้วยความสงสัย หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นเมื่อสังเกตเห็นเม็ดเหงื่อผุดพรายอยู่ตามขมับของอีกฝ่าย ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องประชุมเปิดไว้เย็นเฉียบ
"ท่านประธานคะ... ไหวหรือเปล่าคะนั่น?" กวินท์กระซิบถามเบาๆ เมื่อการประชุมเลิกราและทุกคนทยอยเดินออกจากห้องจนเหลือเพียงแค่เขากับเธอ
ภคินยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ ดวงตาคมกริบปรือปรอย น้ำเสียงที่เคยทุ้มนุ่มน่าฟังกลับแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด "เรื่องของผม... คุณจัดการเอกสารส่วนของคุณไปเถอะน่า"
"ปากแข็งชะมัด..." กวินท์พึมพำเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นยืนแล้วเอื้อมมือไปแตะหน้าผากกว้างของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ
"เฮ้ย!" ภคินอุทานด้วยความตกใจ ปัดมือบางออกตามสัญชาตญาณ แต่ทว่า... สัมผัสเพียงเสี้ยววินาทีนั้นก็ทำให้กวินท์แน่ใจแล้ว
"ตัวร้อนจี๋เลยนี่คะ! ไข้ขึ้นสูงขนาดนี้ยังจะมาทำเป็นเก่งอีก" กวินท์บ่นอุบ ใบหน้าหวานฉายแววเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด แม้จะพยายามทำเสียงดุกลบเกลื่อนก็ตาม "กลับห้องค่ะ! วันนี้ไม่ต้องทำมันแล้วงาน ประธานบริษัทป่วยตายคาโต๊ะขึ้นมา บริษัทคงได้ล้มละลายพอดี"
"ผมไม่ได้เป็นอะไร... แค่นอนน้อย..." ภคินพยายามจะเถียง แต่เสียงแหบๆ ของเจ้าตัวกลับไม่มีน้ำหนักเอาเสียเลย ขาทั้งสองข้างเซถลาเล็กน้อยตอนที่พยายามจะลุกขึ้นยืน จนกวินท์ต้องรีบพุ่งเข้าไปคว้าแขนแกร่งเอาไว้ทันที
"ไม่ต้องมาเถียงค่ะ เดินไหวไหมเนี่ย? หรือจะต้องให้ฉันแบกคุณกลับคอนโด" กวินท์ถอนหายใจยาวเหยียด ยอมแบกรับน้ำหนักตัวของเจ้านายจอมซึนที่ตอนนี้ร่างกายนุ่มนิ่ม(?)และร้อนผ่าวราวกับเตาไฟ
ท้ายที่สุดแล้ว เลขาฯ ฝีปากกล้าก็ต้องกลายเป็นพยาบาลจำเป็น จำใจหิ้วปีีกท่านประธานหนุ่มจอมหยิ่งยโสกลับมาส่งถึงห้องพักหรูส่วนตัวที่คอนโดมิเนียมใจกลางเมือง
บรรยากาศภายในห้องนอนกว้างขวางเงียบสงบ กวินท์จัดการประคองร่างสูงโปร่งให้นอนราบลงบนเตียงนอนนุ่มอย่างทุลักทุเล หญิงสาวปาดเหงื่อบนหน้าผากตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันไปหยิบกะละมังใส่น้ำอุ่นและผ้าขนหนูที่ไปเกณฑ์มาจากห้องน้ำ
"ลุกขึ้นมาเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนค่ะ ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้ เดี๋ยวก็เพ้อหรอก" กวินท์เอ่ยดุๆ พลางวางกะละมังไว้ข้างเตียง แล้วเอื้อมมือไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทของคนป่วยทีละเม็ด
ภคินนอนหลับตาพริ้มหายใจหอบริน ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงจัดด้วยพิษไข้ แต่มือหนากลับไว1พอที่จะเอื้อมคว้าข้อมือบางของกวินท์เอาไว้แน่นในจังหวะที่ปลายนิ้วเรียวแตะโดนกระดุมเม็ดสุดท้าย
ดวงตาคมกริบที่ควรจะปิดสนิท... บัดนี้ลืมขึ้นช้าๆ มองตรงมาที่เธอด้วยแววตาพราวระยับที่เจือความดื้อรั้นเอาไว้เต็มเปี่ยม
"ผมป่วย... แต่ไม่ได้ไร้ความรู้สึกนะครับคุณเลขาฯ" เสียงแหบพร่ากระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากหยักยกยิ้มมุมปากนิดๆ ทั้งที่หน้าซีดเซียว
กวินท์ใจเต้นแรงตึ๊กตั๊กกับสายตาคู่นั้น หญิงสาวพยายามดึงข้อมือตัวเองกลับแต่ถูกอีกฝ่ายรั้งไว้แน่น "ปล่อยเลยค่ะ! ฉันจะเช็ดตัวให้คุณ อย่ามาลามปามตอนป่วยนะ!"
"ไม่ได้ลามปาม..." ภคินพูดเสียงเบา แต่แรงดึงกลับมหาศาล ร่างสูงขยับตัวเข้าหาความเย็นจากไอตัวของหญิงสาวโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะดึงรั้งข้อมืองดงามจนกวินท์เสียหลักล้มลงไปทาบทับอยู่บนร่างแกร่งบนเตียงนอนกว้าง!
กรี๊ด! กวินท์อุทานในลำคอ ใบหน้าหวานแนบชิดอยู่กับแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ
ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เสียงกดกริ่งหน้าห้องพักก็ดังขึ้น... ติ๊ง-ต่อง! เสียงกริ่งนั้นดังลั่นท่ามกลางความเงียบ งุนงง และชวนสับสน
ภคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างถึงที่สุด ขณะที่กวินท์เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่า... เธอไม่ได้ล็อกประตูห้องด้านล่าง!
และก่อนที่ทั้งคู่จะทันได้ขยับตัว ประตูห้องนอนก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างของ **มีนารา** ที่ก้าวพรวดเข้ามาพร้อมถุงยาในมือ พร้อมกับเอ่ยทักเสียงใส
"วินท์! ชั้นซื้อยามาให้แล้วนะ... เอл... เฮ้ย! พวกแกทำอะไรกันวะเนี่ย!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของเฮียคินนะคะ!
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ•ตอนที่ 11
ไข้หวัดตัวร้ายกับเจ้านายจำเป็น
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!