"บอกมาซะดีๆ วินท์... เมื่อกี้แกกับท่านประธานหน้ายักษ์กำลังทำ ‘พิธีลับ’ อะไรกันอยู่ หน้าแดงซ่านเชียว นึกว่ามะเขือเทศสุกคาต้น"
เสียงทุ้มหวานเจือแววหยอกล้อของมีนารา ดังแทรกบรรยากาศตึงเครียดในห้องทำงานส่วนตัวของท่านประธานทันทีที่บานประตูถูกผลักเปิดออก ร่างบางของเพื่อนสนิทก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับราวกับเรดาร์จับผิดความสัมพันธ์กำลังกวาดมองกวินท์ที่ยืนหายใจไม่ทั่วท้อง สลับกับร่างสูงใหญ่ของภคินที่ยังคงยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยท่าทีนิ่งขรึม ทว่ากรามคมสันนั้นขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนอย่างชัดเจน
กวินท์สะดุ้งสุดตัว รีบผละถอยหลังออกมาจากรัศมีวงแขนแกร่งที่เมื่อครู่เกือบจะกักขังเขาไว้กับขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก รีบยกมือขึ้นปัดป่ายเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ
"ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละมีน! แกตานฝาดไปแล้ว... ว่าแต่เข้ามาห้องคนอื่นไม่รู้จักเคาะประตูรึไง หายนะชัดๆ" กวินท์แหวใส่เพื่อนสนิทเสียงสูง เพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหู ร่างโปร่งส่งค้อนวงใหญ่ไปให้มีนาราที่ตอนนี้เดินลอยชายเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟารับแขกอย่างถือวิสาสะ
"โอ๊ะ โอ๋... โดนจับได้แล้วทำเป็นโวยวายกลบเกลื่อนนะคะคุณเลขาฯ" มีนาราหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี ดวงตาคู่คมปรายตามองเลยไปยังร่างสูงของภคินที่ยืนตีหน้ายักษ์อยู่หลังโต๊ะทำงาน "สวัสดีค่ะท่านประธาน... ดิฉันไม่ได้ขัดจังหวะอะไรสำคัญใช่ไหมคะ พอดีเห็นว่าเอกสารโปรเจกต์ใหม่มันด่วนจี๋ เลยถือวิสาสะเดินเข้ามาส่งเอง ไม่คิดว่าจะเจอ... บรรยากาศชวนลุ้นระทึกขนาดนี้"
ภคินปรายตามองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญด้วยแววตานิ่งสนิท ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวประธานหนุ่มจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา มือหนาเอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาพลิกเปิดดูอย่างไร้ความสนใจในคำแซวของอีกฝ่าย น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้อารมณ์
"ถ้าส่งงานเสร็จแล้ว ก็เชิญออกไปได้แล้วครับ คุณมีนารา... งานข้างนอกคงไม่ได้ว่างจนมีเวลามาเดินตรวจความเรียบร้อยในห้องผมหรอกกระมัง"
น้ำเสียงกดดันและสายตาดุราวกับพญาอินทรีย์ของภคินไม่ได้ทำให้มีนาราหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับกัน หญิงสาวกลับยิ้มกริ่มยิ่งกว่าเดิม เธอวางแฟ้มเอกสารกระแทកโต๊ะเบาๆ ก่อนจะหันมาส่งสัญญาณยิบยับให้กวินท์ที่ยืนกอดอกทำหน้ามุ่ยอยู่ไม่ไกล
"อุ๊ย ท่านประธานปากร้ายจังเลยนะคะ สมกับฉายา ‘ยักษ์ใจยักษ์’ ที่พวกพนักงานเขาแอบลือกันจริงๆ... แต่ก็นั่นแหละค่ะ พอดีฉันมีธุระ ‘ส่วนตัว’ ที่ต้องเคลียร์กับเลขาฯ ส่วนตัวของคุณพอดี รบกวนเวลาสักสิบนาทีคงไม่ว่าอะไรหรอกนะคะ" มีนาราเน้นเสียงคำว่า ‘ส่วนตัว’ ชัดถ้อยชัดคำ พร้อมกับลุกขึ้นไปคว้าแขนเรียวของกวินท์ให้เดินตามออกไปที่มุมรับแขกฝั่งกระจกใส
"เดี๋ยวสิมีน ดึงฉันมาทำไมเนี่ย..." กวินท์บ่นอุบอิบแต่ก็ยอมเดินตามแรงดึงของเพื่อนสาวแต่โดยดี
ภคินมองตามร่างโปร่งของเลขาฯ ตัวแสบที่เดินเลี่ยงไปอีกมุมห้องกับเพื่อนสนิท ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างไม่มีสาเหตุ เขาไม่ชอบเลยเวลาที่มีคนอื่นเข้ามามีอิทธิพลทางสายตาหรือรอยยิ้มของกวินท์ แม้แต่เพื่อนสนิทอย่างมีนาราก็ตาม มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แต่ทำได้เพียงแค่นั่งนิ่งฟังบทสนทนาที่ลอยข้ามมาเข้าหูทีละคำ
ทางด้านมีนารา เมื่อลากเพื่อนรักมาถึงมุมโซฟาไกลสายตา เธอก็กดไหล่บางให้นั่งลงทันที ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบกระซาบด้วยสีหน้าจริงจัง ชนิดที่ไม่มีเค้าลางความขี้เล่นเมื่อครู่หลงเหลืออยู่เลย
"แก... ตั้งสติแล้วฟังฉันดีๆ นะวินท์" มีนาราเสียงเข้มขึ้น ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนรัก
"อะไรของแกเนี่ย ทำไมทำหน้าซีเรียส?" กวินท์เลิกคิ้วถามอย่างนึกฉงน
"ฉันเตือนแกด้วยความหวังดีในฐานะเพื่อนรักตายาย... แกกำลังเล่นกับไฟนะวินท์" มีนาราถอนหายใจเฮือกใหญ่ "มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าท่านประธานหน้ายักษ์คนนั้นน่ะ เขาไม่ได้คิดกับแกแค่เจ้านายกับลูกน้อง แล้วดูทรงแกซิ... เริ่มจะใจอ่อนยวบยาบไปกับความปากร้ายแต่ใส่ใจของเขาแล้วใช่ไหมล่ะ?"
กวินท์ชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ใกล้แค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่บนพวงแก้ม และสัมผัสวาบหวามที่ทำให้สติกระเจิดกระเจิงผุดขึ้นมาในหัวทันที จนต้องรีบกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ภาพเหล่านั้นออกไป
"แกพูดบ้าอะไรเนี่ยมีน! ใครใจอ่อน ปากจัดขนาดนั้น ใครจะไปพิศวาสลง" กวินท์รีบปฏิเสธเสียงแข็ง ใบเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายจับผิดของเพื่อน
"ปากแข็งไปเถอะแก!" มีนาราเคาะหน้าผากมนเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ "จำคำฉันไว้นะวินท์... ผู้ชายอย่างภคินน่ะ ทั้งเจ้าเล่ห์ เย่อหยิ่ง แล้วก็อันตรายต่อหัวใจเป็นที่สุด ถ้าแกเผลอใจไปรักเขาเข้าจริงๆ คนที่จะเจ็บเจียนตายก็คือตัวแกเองนะเว้ย! เขาเป็นถึงประธานบริษัท ส่วนเรามันก็แค่... เฮ้อ แกเข้าใจที่ฉันจะสื่อใช่ไหม?"
บรรยากาศรอบตัวราวกับเงียบงันลงชั่วขณะ คำเตือนของมีนาราเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงลงมากลางใจ เตือนสติให้กวินท์ตระหนักถึงความจริงอันโหดร้าย ระหว่างเขากับภคินมันมีกำแพงหนาเตอะกั้นกลางอยู่ ทั้งฐานะ สังคม และภาระหน้าที่ที่แบกรับไว้บนบ่า
กวินท์เม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกไหววาลในอกถูกกดทับลงไปด้วยเหตุผล เขารู้ตัวดีว่ากำลังรู้สึกหวั่นไหวกับสัมผัสและสายตาของอีกฝ่ายมากแค่ไหน แต่การก้าวขาเข้าไปในอาณาจักรหัวใจของคนอย่างภคิน มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้ากองไฟทั้งเป็น
"ฉันรู้... ฉันรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ มีน" กวินท์เอ่ยเสียงแผ่วเบา แววตาไหวระริกชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม "ฉันไม่มีทางเอาหัวใจตัวเองไปแขวนไว้กับผู้ชายอันตรายแบบนั้นหรอกน่า วางใจเถอะ ฉันตั้งสติได้ดีพอ"
"ให้มันจริงเถอะ..." มีนาราถอนหายใจยาวเหยียด "เห็นสายตาที่เขามองแกเมื่อกี้แล้วฉันเสียวสันหลังวาบ... เหมือนหมาป่ากำลังจ้องจะขย้ำเหยื่อไม่มีผิด"
ในขณะที่สองเพื่อนซี้กำลังกระซิบกระซาบกันด้วยความเคร่งเครียด ภคินที่นั่งฟังบทสนทนาอยู่ไม่ไกล (แม้จะพยายามทำเป็นไม่สนใจ) กลับขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงกรอด ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นด้วยความไม่พอใจ
*‘หมาป่าขย้ำเหยื่อ’ อย่างนั้นเหรอ?... หึ ช่างเปรียบเปรยได้ตรงใจเสียจริง*
ประธานหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาหยุดยืนค้ำหัวคนทั้งคู่ รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจนมีนาราต้องรีบดีดตัวลุกขึ้นยืนอัตโนมัติ
"หมดเวลาธุระส่วนตัวของคุณแล้วมั้งครับ คุณมีนารา... งานข้างนอกโน่น เอกสารกองเป็นภูเขา ถ้ายังว่างมากจนมีเวลามานั่งวิเคราะห์เรื่องหัวใจคนอื่น เดี๋ยวผมจะเพิ่มงานให้ทำจนไม่ได้พักผ่อนเลยดีไหมครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียบๆ ทว่าเฉียบขาดจนมีนาราต้องกลืนน้ำลายลงคอ
"อ๊ะ! แหม ท่านประธานก็... คนเขาอุตส่าห์เป็นห่วงเลขาฯ คนโปรด กลัวจะโดนหมาป่าแถวนี้กินหัวเอา ฮ่าๆๆ งั้นฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ พอดีนึกขึ้นได้ว่ามีเอกสารด่วนต้องเคลียร์... สู้ๆ นะคะคุณเลขาฯ" มีนาราแกล้งแซบทิ้งท้าย ขยิบตารัวๆ ให้กวินท์ทีหนึ่งก่อนจะรีบเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบงัดอีกครั้ง
ประตูห้องปิดสนิทลงพร้อมกับความเงียบที่เข้าปกคลุม กวินท์สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับร่างสูงที่ยืนประชิดตัวอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"มองอะไรเล่า... จะให้ผมหยิบเอกสารกองไหนมาให้อีก หรือจะสั่งงานอะไรก็ว่ามาเลยครับท่านประธาน" กวินท์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามทำเป็นไม่ยี่ห้อต่อสายตาคมกริมที่กำลังจ้องมองมาลึกซึ้งเกินกว่าปกติ
ภคินไม่ตอบ เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างโปร่งทีละก้าว จนกวินท์ต้องถอยหลังกรูดไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ร่างสูงใช้แขนแกร่งข้างหนึ่งยันกำแพงกักขังอีกฝ่ายให้อยู่ในอ้อมกอด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางลอยปะทะจมูกจนหัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำ
"เมื่อกี้เพื่อนเธอ... เตือนอะไรเธอนะ?" เสียงทุ้มต่ำเอสกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนกวินท์ขนลุกซู่
"มะ... ไม่เห็นมีอะไรนี่ครับ ถอยไปเลยนะเฮีย..." กวินท์พยายามดันแผงอกกว้างออกไป แต่ก็เหมือนเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง แรงของเขากลายเป็นแค่การลูบไล้ไปเสียอย่างนั้น
"ไม่มีอะไรจริงเหรอ?" ภคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์และความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอก "แล้วที่เพื่อนเธอเตือนว่า... ระวังจะตกหลุมรักผมเนี่ย เธอกลัวว่าเธอกำลังจะทำตามคำเตือนนั้นจริงๆ ใช่ไหมล่ะ กวินท์?"
หัวใจของกวินท์หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม สมองขาวโพลนคิดคำแก้ตัวไม่ออกเมื่อดวงตาคมคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตา ราวกับต้องการจะอ่านทะลุปรุโปรดไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
และในจังหวะที่กวินท์กำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธนั้นเอง...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ก่อนที่บานประตูห้องจะถูกผลักเปิดผางเข้ามา พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูที่เอמהขึ้นอย่างร่าเริง โดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"เฮียคิน! วินท์จ๋า... ผมเอาของอร่อยมาฝาก... อ๊ะ! ผมไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะอะไรใช่ไหมเนี่ย?"
ร่างสูงโปรดของ **กรวีร์** ยืนค้างเติ่งอยู่ตรงประตู ในมือถือถุงขนมชื่อดัง รอยยิ้มกวนประสาทค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า เมื่อสายตาคมปะทะเข้ากับภาพบาดตาบาดใจของท่านประธานหนุ่มที่กำลังคร่อมร่างเลขาฯ คนสวยติดกำแพงในระยะประชิด!
────────────────────────
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาเติมกำลังใจให้กันเสมอนะคะ!
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ•ตอนที่ 10
คำเตือนจากเพื่อนสนิท
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!