เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ•ตอนที่ 9

ข่าวลือในบริษัท

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
"ถ้าคุณกรวีร์ว่างมากจนไม่มีโปรเจกต์ไหนให้บริหาร ผมยินดีให้แผนกประชาสัมพันธ์จัดตารางงานกระชับพื้นที่ความรู้รอบตัวให้ใหม่นะคะ... ฟรีค่ะ ไม่คิดค่าใช้จ่าย" ซุ่มเสียงทุบโต๊ะเบาๆ ตามด้วยประโยคเชือดเฉือนที่หลุดจากริมฝีปากของกวินท์ เรียกเสียงสูดปากหายใจเฮือกจากพนักงานรอบแผนกที่แสร้งทำเป็นก้มหน้าก้มตาพิมพ์งานกันให้วุ่น แต่หูผึ่งผายกันหมดแล้ว หน้าจอโทรศัพท์ในมือของกรวีร์ยังคงสว่างวาบ แสดงภาพโปรไฟล์ไลน์ของเจ้าตัวที่ตั้งใจยื่นเข้ามาประชิดจนเกินงาม ท่ามกลางสายตาคมกริบดั่งใบมีดโกนของภคินที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา บรรยากาศหน้าห้องทำงานประธานในเวลานี้ไม่ได้ต่างอะไรจากลานประลองยุทธ์ขนาดย่อมๆ ที่มีเลขาฯ ป้ายแดงยืนกอดอกเชิดหน้าท้าทายด้วยความมั่นใจเกินร้อย "แหม คุณกวินท์นี่ใจร้อนเหมือนคนกำลังมีความรักเลยนะครับ... ผมแค่จะชวนไปดื่มกาแฟร้านเปิดใหม่ข้างตึกเอง นึกว่าเลขาฯ ท่านประธานจะเบื่อบรรยากาศตึงเครียดนี่ซะอีก" กรวีร์ไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาแพรวพราวระยับคู่นั้นจงใจทอดมองกวินท์ด้วยประกายวิบวับที่ใครมองก็รู้ว่าเป็นการหยั่งเชิงเพื่อปั่นประสาทคนตัวสูงใหญ่ที่ยืนหน้าตึงอยู่ด้านหลัง ภคินก้าวเท้าเข้าประชิดตัวกวินท์อย่างรวดเร็ว มือหนายื่นออกไปคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเลขาฯ ขึ้นมาพลิกเปิดราวกับกำลังตรวจเช็คความเรียบร้อย แต่ไอความเย็นเยือกที่แผ่ออกจากร่างสูงใหญ่กลับชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด "งานที่ผมสั่งเมื่อเช้าเสร็จหมดแล้วหรือยัง คุณกวินท์" สุ้มเสียงทุบต่ำเอ่ยถามโดยไม่ชายตามองหน้าคู่แข่งทางธุรกิจแม้แต่น้อย ทว่าแรงกดดันมหาศาลกลับพุ่งตรงไปที่กรวีร์เต็มๆ "ถ้ายัง... กรุณาอย่าเพิ่งอนุญาตให้แขกไม่ได้รับเชิญมาเดินเพ่นพ่านแถวหน้าห้องทำงานผมครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ พอดีฉันติดนิสัยพูดความจริง" ภคินชะงักไปนิดเมื่อกวินท์แอบย้อนเข้านิ่มๆ ด้วยสรรพนามที่เจ้าตัวจงใจกวนประสาทกลับ กรวีร์หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างชอบใจ "ท่านประธานภคินนี่หวง... เอ้ย ห่วงงานในความดูแลดีจังนะครับ งั้นผมไม่กวนเวลาทำงานล้ำค่าของเลขาฯ คนเก่งแล้วดีกว่า ไว้เราค่อยคุยเรื่องโปรเจกต์กันใหม่นะกวินท์" ประโยคหลังเจ้าตัวจงใจโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ร่างโปร่ง พร้อมกับส่งรอยยิ้มพริမ်းเพราทิ้งท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี คล้อยหลังร่างของคู่ปรับตัวฉกาจ ประตูห้องทำงานประธานก็ถูกกระชากปิดลงด้วยแรงอารมณ์ของคนตัวโตทันที กวินท์กลอกตาขึ้นฟ้าอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานตามเดิม แต่ยังไม่ทันที่ก้นจะแตะเบาะดี ร่างสูงใหญ่ของภคินก็ก้าวตามออกมายืนค้ำหัวด้วยสีหน้าถมึงทึง "สนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่" คำถามห้วนสั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักที่เม้มเป็นเส้นตรง ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองคนนั่งอย่างคาดคั้น "ใครคะ? คุณกรณ์เหรอ? ก็เพิ่งรู้จักตอนที่เขาเอาโปรเจกต์มารuเสนอเมื่อวานนี่แหละค่ะ... เฮียจะอะไรนักหนาคะเนี่ย แค่คนมาจีบ เอ้ย มาชวนคุยเรื่องงาน" กวินท์แกล้งลากเสียงสูงเพื่อหยอกเย้า แต่กลับทำให้คนฟังคิ้วกระตุกหนักกว่าเดิม "อย่ามาทำเป็นเล่นนะกวินท์ นายก็รู้ว่ามันหวังผลอะไร ถึงมันจะเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ แต่เรื่องส่วนตัว..." ภคินชะงักคำพูดตัวเองไปดื้อๆ เมื่อเห็นดวงตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นมองอย่างจับผิด "เรื่องส่วนตัวทำไมคะ? หรือว่าท่านประธานกลัวว่าผมจะหวั่นไหวกับคนรวยสายเปย์แบบนั้น?" "เปล่า... ใครกลัว" ภคินรีบปฏิเสธเสียงแข็ง เบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างน่าขัน "แค่ไม่อยากให้คนในบริษัทเอาไปนินทาว่าเลขาฯ ของฉันไม่มีความเป็นมืออาชีพ มัวแต่ไปยุ่งเกี่ยวกับคู่แข่ง" "อ๋อ... กลัวเสียชื่อเสียงบริษัทนี่เอง นึกว่าหึงซะอีก" กวินท์ลอยหน้าลอยตาตอบ พลางเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อเช็คอีเมล แต่หางตากลับแอบลอบมองปฏิกิริยาของคนปากแข็งที่ยืนนิ่งค้างไปเรียบร้อยแล้ว และดูเหมือนว่าคำพูดลอยๆ ของกวินท์จะไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะทันทีที่ช่วงพักเที่ยงมาถึง เสียงซุบซิบกระมิดกระเมี้ยนจากพนักงานในห้องพักส่วนกลางก็ดังขึ้นระงมราวกับผึ้งแตกรัง "แกๆๆ เห็นข่าวลือในกรุ๊ปไลน์แผนกบัญชีหรือยัง ที่บอกว่าคุณกรวีร์ตามจีบเลขาฯ ป้ายแดงคนใหม่อยู่เนี่ย" เสียงพนักงานสาวแผนกการตลาดกระซิบกระซาบกับเพื่อนร่วมงานขณะยืนกดกาแฟ แต่ระดับเสียงนั้นตั้งใจปล่อยให้ลอยมาเข้าหูกวินท์ที่กำลังเดินถือแก้วน้ำเข้าไปพอดี "เห็นสิ! เมื่อเช้าก็เพิ่งมาเดินป้วนเปี้ยนหน้าห้องท่านประธาน แถมสายตาที่คุณกรวีร์มองคือน้ำตาลเรียกพี่เลยนะแก แต่ประเด็นคือ... ท่านประธานของเราหน้าตึงมากตอนเห็นเขายืนคุยกัน แกคิดว่าสองคนนี้..." กวินท์ชะงักเท้าที่กำลังจะเดินเข้าไปหยิบน้ำแข็ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากบางทันที เมื่อสมองหัวไวเริ่มประมวลผลแผนการสนุกๆ เพื่อดัดนิสัยคนขี้เก๊กบางคน ตกบ่าย งานเอกสารกองโตถูกยกมาวางบนโต๊ะทำงานของภคินตามกำหนด ทว่าท่าทีของกวินท์ในยามนี้กลับดูเงียบขรึมและเหม่อลอยแปลkพิสดาร ดวงตากลมโตมักจะแอบเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับถอนหายใจยาวๆ อยู่เป็นระยะ จนคนนั่งเซ็นเอกสารอยู่หลังโต๊ะทนไม่ไหว ต้องเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความหงุดหงิด "เป็นอะไร ทำไมถอนหายใจบ่อยนัก เอกสารมีปัญหาตรงไหน?" ภคินเอ่ยถามเสียงห้วน พยายามรักษาฟอร์มความนิ่งขรึมเอาไว้เต็มที่ "เปล่าหรอครับ... แค่คิดเรื่องที่คนอื่นเขาซุบซิบกัน" กวินท์ตอบเสียงอ่อย แกล้งทำเป็นก้มหน้าหลบสายตา "ผมเกรงใจเฮียค่ะ กลัวว่าข่าวลือเรื่องผมกับคุณกรวีร์จะทำให้บริษัทเสียหาย..." "ใครกล้าพูดอะไรอีก!" ประธานหนุ่มตบโต๊ะเสียงดังลั่นห้องด้วยความบันดาลโทสะ ดวงตาคมกริบลุกโชนด้วยไฟโทสะ "บอกชื่อมันมาซิ ฉันจะไล่ออกให้หมดฐานเอาเวลาทำงานไปนินทาเรื่องชาวบ้าน!" "โหย เฮียใจเย็นก่อนสิครับ คนเขาไม่ได้นินทาในแง่ลบซะหน่อย..." กวินท์แกล้งลากเสียงยาว ลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของอีกฝ่ายมากขึ้น "พวกเขาบอกว่า... คุณกรวีร์ดูจริงจังมาก แถมยังหล่อ รวย และเปย์เก่ง ถ้าผมลองเปิดใจคบดู อาจจะดีกว่าทนทำงานรับคำสั่งประธานปากร้ายแถวนี้ก็ได้นะครับ" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ภคินเงยหน้าขึ้นจ้องมองคนตัวโปร่งนิ่งสนิท ดวงตาคู่คมฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธและความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับเอาไว้จนมิด ร่างสูงผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวกวินท์อย่างรวดเรวดเร็วชนิดที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อแขนเรียวบางเอาไว้แน่น ดึงรั้งเข้าหาตัวจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับลาดไหล่บาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างใบหูขาวผ่องด้วยความโมโหปนหึงหวงที่พุ่งทะลุขีดจำกัด "กล้ามากนะกวินท์... คิดจะไปซבוอกไอ้กรณ์ว่างั้นเถอะ?" สุ้มเสียงทุบต่ำกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ "คิดเหว่าฉันจะยอมให้คนของฉันเดินไปให้คนอื่นคาบไปกินง่ายๆ หรือไง" "อ้าว... ใครเป็นคนของเฮียกันล่ะครับ ผมเป็นแค่เลขาฯ ป้ายแดง..." กวินท์ยังคงลอยหน้าลอยตเถียงกลับ แม้หัวใจจะเต้นรัวแรงจนแทบหลุดออกมานอกอกกับระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงามนี้ "ปากดีนักนะ..." ภคินแค่นหัวเราะในลำคอ มือหนาเปลี่ยนจากการจับข้อแขนมาเป็นรวบเอวบางไว้แน่นตรึงร่างให้อยู่ในอ้อมแขน ใบหน้าคมคายโน้มลงมาจนปลายจมูกโด่งชนเข้ากับแก้มนุ่มของอีกฝ่ายอย่างจัง "อยากรู้จعلว่าถ้าฉันประกาศให้พนักงานทั้งบริษัทรู้ตอนนี้เลยว่าใครเป็นเจ้าของเลขาฯ ป้ายแดงคนนี้... พวกเขาจะยังกล้าเอาชื่อนายไปผูกกับคนอื่นอีกไหม" ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เมื่อริมฝีปากหยักของประธานหนุ่มขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะแนบชิดติดกับริมฝีปากของตนเอง และในเสี้ยววินาทีที่หัวใจกำลังเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เสียงเคาะประตูก็กดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท "ก๊อกๆๆ ขอโทษครับท่านประธาน พอดีผมเอาเอกสารด่วนมาให้... อุ๊ย! ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย?" เสียงทุ้มคุ้นหูของมีนาราที่เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกรร้มกริ่ม ทำเอาภคินและกวินท์ต้องผละออกจากกันแทบไม่ทัน **รี้ดเดอร์คะ... เตรียมใจรับมือกับความคลั่งรักแบบโนสนโนแคร์ของท่านประธานในตอนหน้าได้เลยนะคะ!** --- *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาส่งกำลังใจให้กันนะคะ*
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%