เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ•ตอนที่ 24

ระเบิดเวลาทำงาน

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
เสียงปิดประตูห้องทำงานใหญ่ดัง *ปั้ง* สนั่นหวั่นไหว จนกวินท์เกือบสะดุ้งทำแฟ้มเอกสารในมือร่วงหล่นลงพื้น ยังไม่ทันที่เขาจะได้ก้าวขาถอยหนี ร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวราวกับเสือชีตาร์ที่ตะครุบเหยื่อ แรงเหวี่ยงเบาๆ พาแผ่นหลังบางของเขาแนบชิดไปกับบานไม้เนื้อดี ขณะที่สองแขนแข็งแรงยกขึ้นกั้นขอบเขต ปิดตายทุกเส้นทางหนีอย่างไร้เยื่อใย "รอดตัวไปนะ... แต่คืนนี้ เคลียร์กันยาวแน่" คำพูดทิ้งท้ายเมื่อตอนเย็นยังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาท แต่ดูเหมือนว่าภคินจะอดใจรอให้ถึง "คืนนี้" ไม่ไหวเสียแล้ว เมื่อระเบิดเวลาที่ชื่อว่าความหึงหวงและฟิวส์ขาดได้ทำงานเร็วกว่ากำหนด กวินท์เงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมที่ตอนนี้กำลังลุกโชนไปด้วยไฟโทสะผสมความอัดอั้นตันใจ ดวงตาคู่นั้นดุดันและจริงจังเสียจนคนถูกมองต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่มีหรือที่คนอย่างกวินท์จะยอมก้มหัวให้ความกดดันนี้ง่ายๆ "นี่มันเวลางานนะคะคุณภคิน ลากตัวผมเข้ามาในห้องแบบนี้ เสียหายหมดนะคะ" กวินท์เชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วท้าทายแม้แผ่นหลังจะชนติดประตูอยู่รำไร "ถ้าประธานบริษัททำตัวไร้เหตุผลแบบนี้ พนักงานเขาจะเอาเยี่ยงอย่างได้ยังไง" "อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง กวินท์!" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความเคืองแค้น ภคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะแก้มบอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังควบคุมอารมณ์ตัวเองแทบไม่ไหวแล้ว "ผมถามคุณคำเดียว... ทำไมต้องไปยุ่งกับกรณ์?" คำถามนั้นกระแทกกระทั้นออกมาตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม ไม่มีฟอร์มซึมกะทือให้เสียเวลา ภคินจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาคำตอบที่เขากระวนกระวายใจมาตลอดทั้งวัน กวินท์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะที่เคยประดับอยู่บนมุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนฉุนเฉียว "ยุ่ง? นี่คุณกำลังหมายถึงตอนที่ฉันคุยงานกับคุณกรณ์ที่ล็อบบี้เมื่อบ่ายนี้น่ะเหรอคะ" "ใช่! นั่งยิ้มระรื่น หัวร่อต่อกระซิบกันจนคนอื่นเขาแทบจะเอาไปนินทาทั้งตึก คุณสนุกมากใช่ไหมที่ได้ไปป้วนเปี้ยนใกล้ชิดกับคู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจของผมน่ะหํา!" "เฮียคิน!" กวินท์เผลอหลุดปากเรียกชื่อเล่นที่อีกฝ่ายมักจะบังคับให้เรียกเฉพาะเวลาอยู่กันสองต่อสอง น้ำเสียงของเขาตวัดสูงด้วยความเหลืออด "พูดจาให้มันดีๆ หน่อยนะคะ ฉันไปคุยเรื่องโปรเจกต์ร่วมทุน ไม่ได้ไปเดินสวนสนามความรักกับเขาเสียหน่อย ทำไมคะ... กลัวคู่แข่งแย่งผลงาน หรือว่ากลัว..." "กลัวอะไร!" ภคินสวนกลับทันควัน ดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างอันตราย "กลัวคุณไปหลงเสน่ห์มัน หรือกลัวผมจะทนเห็นคุณไปยืนอ่อยคนอื่นไม่ได้มากกว่า!" ประโยคหลังกระแทกกระทั้นออกมาจากริมฝีปากหยักลึกราวกับระเบิดอีกลูกที่ทำงานซ้อนลงไปในความเงียบ กวินท์อ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็ง นี่... ภคินกำลังยอมรับโต้งๆ เลยอย่างนั้นเหรอว่าเขาหึง? บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางพลันอึดอัดขึ้นมาทันตาเห็น เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ แต่กลับไม่ได้ช่วยคลายความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านอยู่ระหว่างคนทั้งคู่เลยแม้แต่น้อย กวินท์หลบสายตาไปวบหนึ่ง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความซึนเดระเรย์ขั้นเทพที่ปกติมักจะเอาไว้ใช้กำราบคนอื่น ตอนนี้กลับพ่ายแพ้ให้กับความตรงไปตรงมาอย่างไร้ฟอร์มของประธานหนุ่มจอมเผด็จการ "พูดบ้าอะไรของคุณ..." กวินท์พึมพำเสียงเบา พยายามดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่มีหรือที่แรงแค่นี้จะสะเทือนคนตัวโตที่กำลังยึดครองพื้นที่ได้ ภคินกลับยิ่งกักตัวเขาแน่นขึ้น ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ "ผมไม่ได้บ้า..." ภคินกระซิบชิดริมใบหู เสียงของเขาเปลี่ยนจากเกรี้ยวกราดเป็นนุ่มนวลทุ้มต่ำ ทว่าแฝงความเว้าวอนอย่างที่กวินท์ไม่เคยเห็นมาก่อน "ผมแคร์คุณ จนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้วต่างหาก... วินท์" คำว่า 'วินท์' ที่หลุดออกมาจากปากของภคิน พร้อมกับปลายนิ้วอุ่นที่เอื้อมมาแตะแก้มเนียนเบาๆ ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลาย ทำเอาภูเขาน้ำแข็งในใจของกวินท์ละลายกลายเป็นจุล ดวงตากลมโตตวัดกลับมามองสบตาคนที่โน้มตัวลงมาใกล้ ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงเรื่อยๆ จนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ หัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาล กวินท์เม้มริมฝีปากแน่น สมองกำลังประมวลผลหาทางโต้กลับด้วยคำพูดแสบๆ คันๆ ตามนิสัยเดิม แต่ทว่า... ริมฝีปากหยักของอีกฝ่ายกลับเคลื่อนเข้ามาใกล้จนชิดขอบริมฝีปากของเขาเอง ลมหายใจอุ่นร้อนผสานกันเป็นหนึ่งเดียว นิ้วเรียวของภคินเลื่อนขึ้นมาเกลี่ยเส้นผมที่ปรกลงมาบังใบหน้าของเลขาฯ ตัวแสบออกอย่างทะนุถนอม สายตาทอดมองด้วยความลึกซึ้งที่ซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งมาตลอด "เลิกกวนประสาทผมด้วยการไปยุ่งกับไอ้กรณ์สักที... ได้ไหม" ภคินกระซิบเสียงพร่า ปลายจมูกคมสันคลอเคลียอยู่ข้างแก้มใสอย่างออดอ้อนในแบบที่ไม่มีลูกน้องคนไหนในบริษัทเคยมีบุญได้เห็น กวินท์ใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุอก ความรู้สึกต่อต้านพังทลายลงในพริบตา เขาเตรียมจะอ้าปากเอ่ยคำตอบบางอย่างเพื่อยุติสงครามประสาทครั้งนี้ ทว่า... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับเสียงแหลมใสของมีนาราที่ดังทะลุบานไม้เข้ามาทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต "เฮียคินคะ! เอกสารสรุปยอดงบไตรมาสสามที่เฮียให้หนูเอามาให้... เฮ้ย!" มีนาราที่ผลักประตูเข้ามาโพล่งเสียงหลง เมื่อภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือท่านประธานหนุ่มเนื้อหอมกำลังกักตัวเพื่อนสนิทของเธอไว้แนบชิดกับประตูในท่าทางที่ชวนคิดไปไกลโข ภคินผุดลุกขึ้นถอยหลังออกไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งในเสี้ยววินาทีด้วยความหัวเสียสุดขีด ขณะที่กวินท์หน้าแดงแจ๋ รีบยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่เข้าทางทันที มีนาราอ้าปากค้าง กระดาษในมือร่วงหล่นลงพื้น กวาดสายตามองเพื่อนรักกับเจ้านายสลับกันไปมาด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับราวกับเจอขุมทรัพย์ "เอ่อ... ฉัน... ฉันมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าพวกแก?" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชอบตอนนี้ค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%