"เอกสารชุดนี้ คุณกวินท์เป็นคนคัดกรองเองทั้งหมดใช่ไหมครับ... อ่า หมายถึง ว่าที่คุณเลขาฯ คนเก่งตรวจทานเรียบร้อยแล้วสินะ"
เสียงทุ้มห้วนที่เจือความกวนประสาทเล็กน้อยดังขึ้นกลางห้องประชุมใหญ่ ทว่ากวินท์ไม่ได้ใส่ใจน้ำเสียงระคายหูนั้นเท่ากับการที่ปลายนิ้วอุ่นจัดของอีกฝ่ายบังเอิญปัดผ่านหลังมือขณะยื่นแฟ้มรายงานกลับมา การกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจแต่กลับสร้างกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปตามปลายประสาทจนร่างบางต้องชักมือกลับแทบไม่ทัน
ดวงตาคมกริบของภคินหรี่ลงเล็กน้อย ประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและเยชาเย่อหยิ่งในสายตาคนนอก กำลังแสดงอาการขัดเคืองบางอย่างที่เจ้าตัวก็อธิบายไม่ได้ชัดเจนนัก ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขารู้สึกว่าระยะห่างระหว่างโต๊ะทำงานของเขากับเลขาฯ ส่วนตัวมันสั้นลงจนน่าหงุดหงิดขนาดนี้... หรือความจริงแล้ว เขาต่างหากที่เป็นคนขยับเส้นแบ่งนั้นเข้ามาเองทีละน้อย
"ถ้าผมตรวจทานไม่ละเอียด เอกสารสำคัญระดับโปรเจกต์ร่วมทุนพันล้านคงไม่มานอนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้าท่านประธานหรอกค่ะ" กวินท์ลอยหน้าลอยตาตอบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความยียวนกวนประสาทตามสไตล์คนมั่นใจในฝีมือ ร่างโปร่งในชุดสูทเข้ารูปขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างที่ปลอดภัย หลังจากความใกล้ชิดเมื่อครู่เกือบทำให้เขาเผลอสูดดมกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกาแฟคั่วเข้มจากตัวคนตรงหน้าเข้าเต็มปอด
ให้ตายเถอะ... ช่วงนี้ผู้ชายคนนี้พ่นพิษใส่เขาน้อยลง แต่กลับใช้สายตาคมปลาบมองมาเหมือนจะกลืนกินเข้าไปแทน ซึ่งมันอันตรายต่อสุขภาพจิตของบัณฑิตจบใหม่ป้ายแดงยิ่งกว่าการโดนด่ากราดเสียอีก
"ปากเก่งขึ้นทุกวันนะกวินท์ หรือเพราะช่วงนี้ฉันตามใจเธอมากเกินไป จนลืมไปแล้วว่าใครเป็นเจ้านายใครเป็นลูกน้อง" ภคินแค่นหัวเราะในลำคอ ขายาวก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าวอย่างคุกคาม ร่างสูงใหญ่กดดันด้วยอوراความเย้ายวนและอำนาจเบ็ดเสร็จ จนกวินท์ต้องเผลอถอยหลังจนสะโพชนุ่มไปชนเข้ากับขอบโต๊ะประชุมด้านหลังทางตัน
"ท่านประธานกรุณามีระยะห่างทางสังคมกับลูกน้องด้วยค่ะ นี่มันเวลาทำงาน ไม่ใช่เวลามาเดินเล่นจ๊ะเอ๋ในสวนสนุก" กวินท์เชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจในอกจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกซี่โครง สายตาคมดุที่มองตรงมาทำให้เขาต้องเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อซ่อนความประหม่า
ภคินชะงักไปนิดเมื่อเห็นปลายจมูกรั้นขึ้นสีระเรื่อจางๆ ถึงปากจะเถียงฉอดๆ แต่ใบหูขาวจัดที่ขึ้นสีแดงก่ำนั้นฟ้องชัดเจนว่าคนตรงหน้าไม่ได้เก่งกาจอย่างที่ปากว่าเลยสักนิด ความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอกทำให้ประธานหนุ่มรู้สึกปั่นป่วน แปลกประหลาด และ... ควบคุมตัวเองได้ยากขึ้นทุกที
ตั้งแต่เหตุการณ์ในคืนคริสต์มาสที่ผ่านมา กำแพงน้ำแข็งที่ภคินสร้างขึ้นเพื่อปกป้องความรู้สึกดูเหมือนจะร้าวรานลงเรื่อยๆ ความใกล้ชิดจากการทำงานหามรุ่งหามค่ำ การที่กวินท์คอยส่งกาแฟอุ่นๆ มาวางบนโต๊ะเงียบๆ ยามที่เขานั่งปั่นเอกสารดึกดื่น หรือแม้แต่รอยยิ้มบางเบาที่อีกฝ่ายเผลอหลุดออกมาให้เห็นโดยไม่รู้ตัว สิ่งเหล่านี้กำลังกัดเซาะความเย็นชาของเขาจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
ภคินไม่เคยเป็นแบบนี้... เขาไม่เคยสนใจความรู้สึกของใคร ไม่เคยแคร์ว่าใครจะมองว่าเขาใจร้ายแค่ไหน แต่กับกวินท์... แค่เห็นริมฝีปากคู่นั้นเม้มเข้าหากันด้วยความขัดใจ หัวใจเขาก็พาลจะอ่อนยวบลงเสียดื้อๆ
"ถ้าฉันไม่อยากเว้นระยะล่ะ..." เสียงทุ้มต่ำพร่าลงจนเกือบกลายเป็นกระซิบ ภคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนกวินท์ต้องกลั้นหายใจ กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับความอบอุ่นแผ่ซ่านจนรอบตัวราวกับถูกโอบล้อมไว้ทั้งหมด "ถ้าฉันบอกว่า... เริ่มไม่อยากเป็นแค่เจ้านายของเธอล่ะ กวินท์"
คำพูดนั้นไม่ได้มาพร้อมกับความเยွยหยันหรือท่าทีเอาแต่ใจเหมือนเคย ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความจริงจังและร่องรอยของความสับสนที่ฉายชัดอยู่ในแววตาสีเข้มคู่นั้น ภคินเองก็กำลังสับสนไม่แพ้กัน เขากำลังพยายามหาคำตอบว่าความหงุดหงิดยามที่เห็นกรวีร์เดินเข้ามาตีสนิทกวินท์เมื่อวานนี้มันคืออะไร และทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนคนบ้าทุกครั้งที่อีกฝ่ายทำท่าจะเดินหนีหายไปจากสายตา
กวินท์ชะงักค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วกลับชัตดาวน์กะทันหัน คำพูดเหน็บแนมที่เตรียมไว้โต้กลับหายวับไปกับตา เมื่อความใกล้ชิดนี้มันใกล้เกินกว่าที่มนุษย์มนาเขาจะตั้งสติทัน
"เฮีย... เฮียคิน พูดบ้าอะไรเนี่ย เมาเอกสารหรือไงคะ" กวินท์หลบสายตา หาทางออกด้วยการยกมือขึ้นดันลาดไหล่กว้างให้ออกห่าง ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อນแต่อย่างใด ซ้ำยังใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะกักตัวเขาไว้ตรงกลางอย่างจงใจ
"ฉันไม่ได้เมา และไม่เคยมีสติขนาดนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ" ภคินเอ่ยเสียงพร่า ดวงตาคู่คมมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่ขึ้นสีแดงซ่านลามไปจนถึงลำคอระหงอย่างนึกเอ็นดู ปลายนิ้วเรียวแกร่งเอื้อมออกไปหมายจะเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนอย่างเผลอไผล
ทว่าในจังหวะที่ปลายนิ้วอุ่นกำลังจะแตะโดนผิวแก้ม และระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว—
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะพร้อมกับการผลักเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะโดยไม่รออนุญาต ทำเอาทั้งสองคนที่กำลังยืนแนบชิดกันอยู่สะดุ้งสุดตัว
"ขอโทษทีครับ วินท์พอจะมีเวลา— อ้าว... ผมรบกวนเวลาทำงานสำคัญอะไรอยู่หรือเปล่าครับเนี่ย ท่านประธาน?"
เสียงทุ้มติดจะขี้เล่นของกรวีร์ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนๆ ทำเอาบรรยากาศสีชมพูละมุนเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา ภคินผละตัวถอยหลังกลับด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาสีเข้มฉายแววหงุดหงิดระAคายเคืองจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อคู่แข่งทางธุรกิจที่โผล่มาผิดเวลาเสียเหลือเกิน
ส่วนกวินท์รีบสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวบนใบหน้า ดวงตากลมโตส่งค้อนวงใหญ่ให้ประธานหนุ่มจอมซึนที่ยืนตีหน้ายักษ์อยู่ข้างๆ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มเจื่อน
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ภคินก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ได้ยินกันแค่สองคนข้างใบหู จนกวินท์ต้องขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"อย่าเพิ่งคิดหนีไปไหน... คุยกับไอ้กรณ์เสร็จ เธอต้องเคลียร์กับฉันเรื่องของเราต่อแน่ กวินท์"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของเฮียคินและน้องวินท์นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ•ตอนที่ 13
รอยต่อของความสัมพันธ์
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!