เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ•ตอนที่ 7

สงครามประสาทในห้องประชุม

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
“ถ้าตัวเลขกำไรขั้นต้นไตรมาสนี้ของโปรเจกต์ ‘Aether’ ยังร่วงลงอีกสามจุดเปอร์เซ็นต์ตามที่ คุณภคิน นำเสนอมา ผมเกรงว่าบอร์ดบริหารคงต้องทบทวนสถานะหัวหน้าทีมพัฒนาโปรเจกต์ใหม่อย่างจริงจังแล้วล่ะครับ เพราะดูท่าทาง... ต่อให้ท่านประธานจะเก่งกาจแค่ไหน ก็คงบริหารโปรเจกต์ใหญ่ระดับนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหวหรอกกระมัง” น้ำเสียงเย้ยหยันเจือรอยยิ้มมุมปากของ กรวีร์ ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่กระจกใส บรรยากาศรอบโต๊ะประชุมตัวยาวอัดแน่นไปด้วยความกดดันชนิดที่แทบจะเชือดเฉือนกันได้ด้วยมีดโกน บอร์ดบริหารอาวุโสหลายคนพากันพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้องต้องกัน ขณะที่ ภคิน นั่งไขว่ห้างอยู่ ณ หัวโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉยราวนับถือลัทธิไร้ความรู้สึก ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองคู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจที่จงใจเปิดฉากหักหน้าเขากลางที่ประชุมใหญ่ด้วยแววตานิ่งสนิท แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนนั้นฟ้องชัดเจนว่าท่านประธานหนุ่มกำลังเดือดดาลถึงขีดสุด กวินท์ ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลังเก้าอี้ประธาน หรี่ตาลงเล็กน้อย สมองส่วนหน้าประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งคอมพิวเตอร์ควอนตัม เมื่อครู่ก่อนเข้าห้องประชุม ภคินเพิ่งจะหัวเสียมาจากเหตุการณ์ผลักอกกันในห้องทำงานส่วนตัว หงุดหงิดเรื่องหนึ่งไม่พอ ตอนนี้ยังมาโดนไอ้หมาป่าเจ้าเล่ห์อย่างกรวีร์รุมขย้ำกลางดงเสืออีก สถานการณ์แบบนี้ถ้าปล่อยให้ภคินเปิดปากโต้กลับด้วยอีโก้สูงลิ่ว มีหวังได้กลายเป็นสงครามน้ำลายยืดเยื้อที่เปิดช่องให้ฝั่งตรงข้ามเล่นงานเรื่องความเป็นมืออาชีพแน่ “ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตชี้แจงตัวเลขในส่วนนี้แทนค่ะ” กวินท์ก้าวออกมาหนึ่งก้าวอย่างมั่นใจ พร้อมกับเชื่อมต่อแท็บเล็ตส่วนตัวเข้ากับจอโปรเจกต์เตอร์กลางห้องอย่างรวดเร็ว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นห้องประชุมเงียบกริบจนทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว ร่างโปร่งในชุดสูทเข้ารูปดูปราดเปรียวและทรงพลังในเวลาเดียวกัน ภคินชำเลืองมองเลขาฯ ตัวแสบด้วยหางตา แววตาดุดันเมื่อครู่ไหววับชั่วขณะด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง แต่ใบหน้าหล่อเหลายังคงรักษาฟอร์มเคร่งขรึมไว้อย่างแนบเนียน “เชิญครับ คุณกวินท์” กรวีร์ผายมือด้วยท่าทียียวน พร้อมส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้ “หวังว่าตัวเลขแก้ตัวคงจะดูดีกว่าหน้าตาตอนตื่นนอนเมื่อเช้านะครับ” “ขอบคุณสำหรับความห่วงใยอันน่าประหลาดใจของคุณกรวีร์ค่ะ” กวินท์ยิ้มรับด้วยรอยยิ้มการค้าที่ฉาบยาพิษไว้บางๆ ก่อนจะหันไปสบตากับบอร์ดบริหารทุกคนด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม “แต่ดิฉันคิดว่าที่คุณกรวีร์กล่าวมาเมื่อครู่ อาจจะเกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเรื่อง ‘ไทม์ไลน์การรับรู้รายได้’ ของโปรเจกต์ Aether เสียมากกว่าค่ะ” เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นในห้องประชุม ภคินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ปล่อยให้เลขาฯ ฝีปากกล้าของเขาโชว์ฟอร์มอย่างเต็มที่โดยไม่คิดจะขัดจังหวะ “ถ้าเรามองแค่ตัวเลขกำไรสุทธิเฉพาะกิจของไตรมาสนี้ แน่นอนว่ามันดรอปลงตามที่คุณกรวีร์พยายามจะชี้ประเด็นให้ที่ประชุมตระหนัก” กวินท์สไลด์หน้าจอแสดงกราฟแท่งสามมิติที่ซับซ้อนขึ้นมาประกอบคำบรรยาย “แต่ถ้าเราดึง ‘ข้อมูลดิบเชิงลึก’ ของต้นทุนการผลิตล็อตแรกที่ถูกโยกไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว ซึ่งจะเริ่มเบรกอีเวนท์และสร้างกระแสเงินสดกลับมาคูณสองในไตรมาสหน้า... ตัวเลขสามจุดเปอร์เซ็นต์ที่หายไป จะกลายเป็นตัวเลขกำไรส่วนต่างที่สูงที่สุดในรอบสามปีของบริษัทเราทันทีค่ะ” ปลายนิ้วเรียวสวยกดรีโมทเปลี่ยนสไลด์เผยให้เห็นตารางวิเคราะห์ความเสี่ยงที่จัดทำขึ้นอย่างละเอียดลออ ไร้ที่ติ และมองเห็นภาพรวมทั้งหมดได้อย่างทะลุปรุโปร่ง กรวีร์หุบยิ้มฉับพลัน สีหน้าเจ้าเล่ห์เมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเรียบตึงทันที ดวงตาคมกวาดมองตัวเลขบนจอด้วยความรู้สึกทึ่งแกแกมหมั่นไส้ เพราะข้อมูลชุดนี้เพิ่งถูกอัปเดตเข้ามาในระบบเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่เลขาฯ ของภคินกลับดึงมันมาใช้หักล้างคำพูดเขาได้อย่างคมกริบชนิดที่แทบไม่เหลือทางให้เถียง “และที่สำคัญที่สุด...” กวินท์หยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองกรวีร์ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ “ท่านประธานของเราเป็นคนอนุมัติแผนการโยกงบประมาณส่วนนี้ด้วยพระองค์เองค่ะ เพราะทรงเล็งเห็นการณ์ไกลว่า การยอมเสียคะแนนนิยมระยะสั้น เพื่อแลกกับการผูกขาดซัพพลายเชนในระยะยาว คือกลยุทธ์ที่เหนือกว่าการมองแค่ตัวเลขรายไตรมาสแบบฉาบฉวย... เหมือนอย่างที่บางคนกำลังพยายามดิสเครดิตอยู่ในตอนนี้ค่ะ” ความเงียบกริบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ก่อนที่ประธานอาวุโสท่านหนึ่งจะพยักหน้าช้าๆ ด้วยแววตาชื่นชม “ยอดเยี่ยมมาก... การวิเคราะห์เฉียบคมมาก คุณกวินท์ มองเกมขาดและอธิบายเข้าใจง่ายแบบนี้สิ ถึงจะสมเป็นทีมบริหารของภคิน” เสียงปรบมือเบาๆ ดังขึ้นจากบอร์ดบริหารบางท่าน กรวีร์กัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อข้างแก้มกระตุก ได้แต่ฝืนยิ้มกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแล้วพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ “อ่า... สมเป็นมือหนึ่งของคุณคินจริงๆ ครับ เก่งกาจจนน่าดึงตัวมาร่วมงานด้วยเลยทีเดียว” “เกรงว่าคุณกรวีร์คงไม่มีปัญญาจ่ายค่าตัวหรอกค่ะ เพราะค่าตัวเลขาฯ ของดิฉัน... แพงและประเมินค่าไม่ได้” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยแทรกขึ้นทำลายความเงียบ ภคินขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีคุกคามอันทรงพลังแผ่ซ่านไปทั่วห้องจนทุกคนต้องหันมามอง ประธานหนุ่มปรายตามองคู่แข่งทางธุรกิจด้วยสายตานิ่งสนิทที่แฝงความเย่อหยิ่งไว้เต็มเปี่ยม “เลขาฯ ของผม ผมดูแลเองได้ดีพอ... และหวังว่าการประชุมครั้งหน้า คุณกรวีร์จะทำการบ้านมาแน่นหนากว่าการนั่งจับผิดเรื่องไร้สาระนะครับ” คำพูดเฉียบขาดนั้นทำเอาบรรยากาศตึงเครียดขึ้นไปอีกขั้น ก่อนที่ภคินจะหันไปพยักหน้าให้ที่ประชุม “เลิกประชุมได้” สิ้นเสียงประกาศ บอร์ดบริหารทยอยเดินออกจากห้องจนเหลือเพียงแค่ไม่กี่คน กรวีร์ปรายตามองภคินและกวินท์ด้วยรอยยิ้มเหยียดก่อนจะเดินสะบัดก้นออกจากห้องไปเป็นคนสุดท้าย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่อบอวลไปด้วยกระแสไฟฟ้าประหลาดระหว่างคนทั้งคู่ ปัง! ทันทีที่ประถูกปิดลงและมั่นใจว่าไม่มีใครอื่นอยู่ในห้องแล้ว มือหนาก็กระชากข้อมือบางของกวินท์เข้าหาตัวอย่างรวดเร็วกระทันหัน แรงเหวี่ยงเบาๆ พาแผ่นหลังบางแนบชิดติดกับผนังห้องประชุมกระจกใสเย็นเฉียบ กวินท์ยังไม่ทันได้อ้าปากประท้วง ภคินก็ก้มลงกักขังร่างของเขาไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มจนหัวใจดวงน้อยเต้นรำไม่เป็นจังหวะ “นี่คุณ! จะบ้าหรือไงคะ ปล่อยนะ ที่นี่ห้องประชุม!” กวินท์โวยวาย หน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันทีเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว “เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ...” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูกvของคนตัวเล็ก แววตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ใต้มาดขรึมมาตลอดทั้งวัน “ค่าตัวเลขาฯ แพงและประเมินค่าไม่ได้งั้นเหรอ... หืม?” “ฉัน... ฉันแค่พูดตามมารยาทธุรกิจต่างหากเล่า!” กวินท์เบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านมาจากอกแกร่ง พยายามดันอกอีกฝ่ายออกแต่ก็ไร้ผลเมื่ออ้อมแขนของภคินมั่นคงราวนกับกำแพงเหล็ก “เหรอ? แต่ฉันได้ยินว่าเธอกำลังประกาศความเป็นเจ้าของ... ว่าฉันเป็นคนดูแลเธอดีพอ และเธอก็เป็น ‘ของฉัน’ ต่อหน้าไอ้กรวีร์นะ” ภคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด ปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกับแก้มใส น้ำเสียงเย็นชาไร้เยื่อใยเมื่อเช้าหายวับไปกับตา เหลือเพียงความเจ้าเล่ห์และดื้อรั้นที่ทำเอาคนฟังหายใจติดขัด “หลงตัวเองเป็นบ้า! ฉันไม่ได้หมายความว่า...” กวินท์ยังเถียงไม่ทันจบประโยค ประตูห้องประชุมที่ควรจะปิดสนิทกลับถูกผลักเปิดผางเข้ามาเสียงดังลั่น พร้อมกับร่างของมีนาราเพื่อนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ “วินท์! แกแย่แล้ว! ข่าวลือในกลุ่มกรุ๊ปไลน์ผู้บริหารหลุดออกไปข้างนอกแล้ว... มีคนปล่อยภาพตอนที่แกกับเฮียคินยืนประชิดกันในห้องทำงานเมื่อเช้าลงเพจซุบซิบของบริษัทแล้วโว้ย!” ภคินชะงักกึก สีหน้าถมึงทึงขึ้นมาในเสี้ยววินาที ขณะที่กวินท์เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด ดวงตาทั้งคู่หันขวับกลับมาสบกันในระยะประชิดอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปพร้อมกับความซึนของเฮียคินนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%