เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ•ตอนที่ 2

กฎเหล็กสิบข้อของท่านประธาน

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
"ถ้าคุณคิดว่าการมาเป็นเลขาฯ ของผมคือการมานั่งจิบกาแฟสวยๆ รับเงินเดือนไปวันๆ ล่ะก็... เชิญยื่นใบลาออกที่โต๊ะ HR ได้เลยค่ะ คุณกวินท์" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีดโกน ดังก้องขึ้นทันทีที่กวินท์ก้าวพ้นธรณีประตูห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า บรรยากาศภายในห้องกว้างขวางตกแต่งด้วยโทนสีเทาเข้มและกระจกใสรอบด้าน ช่างเยียบเย็นจนน่าขนลุก สมกับฉายา ‘ท่านประธานน้ำแข็ง’ ที่พนักงานทั้งบริษัทลือกันหนาหู กวินท์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้ในใจจะอยากหันหลังแล้วเดินกลับบ้านให้รู้แล้วรู้รอด แต่ภาพยอดเงินในบัญชีธนาคารที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ประกอบกับภาระค่ารักษาพยาบาลของมารดาที่รออยู่ ทำให้ชายหนุ่มต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจกลับคืนมา แล้วปั้นยิ้มสู้เสือ "ไม่คิดแบบนั้นหรอกครับ... เอ๊ย! ไม่คิดแบบนั้นหรอกค่ะท่านประธาน" กวินท์เกือบหลุดปากผิดสรรพนาม รีบแก้เกมแทบไม่ทันเมื่อนึกถึงกฎข้อแรกที่ฝ่ายบุคคลยัดเยียดให้ท่องจำตั้งแต่ก้าวเข้าตึก ภคินเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดูลึกล้ำและทรงอำนาจ เขาไล่สายตามองสำรวจเลขาฯ คนใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาประเมินค่า ชายหนุ่มรุ่นพี่ผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารในวัยเพียงสามสิบต้นๆ แผ่รังสีความกดดันออกมาเสียจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง "ดีค่ะ ที่ยังจำกฎข้อแรกของผมได้..." ภคินยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ร่างโปร่งของกวินท์ทีละน้อย จนอีกฝ่ายต้องถอยหลังไปชนกับบานประตูไม้เนื้อดีที่ปิดสนิท "เพราะที่นี่... ไม่มีพื้นที่ให้คนสะเพร่า" กวินท์เม้มริมฝีปากแน่นอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตจ้องตอบสายตาคมปลาบนั้นอย่างไม่หลบเลี่ยง "ดิฉัน... เอ้ย ผม... คือ ดิฉันสิคะ! ดิฉันเข้าใจกฎระเบียบของบริษัทเป็นอย่างดีค่ะท่านประธาน" สรรพนามที่สลับไปสลับมาด้วยความประหม่าทำเอาภคินมุมปากกระตุกเล็กน้อย คล้ายจะหลุดยิ้มแต่ก็ฝืนกลั้นไว้ได้ทัน "เอกสารสรุปยอดขายไตรมาสที่ผ่านมา วางอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณเรียบร้อยแล้วนะคะ" ภคินหยุดยืนห่างจากกวินท์เพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟอาราบิก้าชั้นดีโชยเข้าจมูกจนกวินท์ต้องผินหน้าหนี "ภายในเที่ยงนี้ ฉันต้องการตัวเลขที่ผ่านการวิเคราะห์อย่างละเอียด ไม่ใช่แค่ลอกตัวเลขเก่ามาส่งเดช... หวังว่าคุณสมบัติเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง จะไม่ได้มีดีแค่ในเรซูเม่หรอกนะคะ" พูดจบ ภคินก็หันหลังกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปล่อยให้กวินท์ยืนกำหมัดแน่นด้วยความโมโหจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ *ให้ตายเถอะ! ผู้ชายอะไร ปากร้ายยิ่งกว่ากรรไกร แถมยังชอบกดคนอื่นให้จมดินเพื่อความสะใจสินะ! ถ้าไม่ใช่เพราะเงินเดือนก้อนโตกับโบนัสปลายปีล่อตาล่อใจล่ะก็... พ่อจะซัดให้คว่ำคามุมโต๊ะทำงานเลยคอยดู!* กวินท์คิดในใจอย่างฮึดฮัด แต่ก็จำใจต้องเดินคอตกไปยังโต๊ะทำงานตัวเล็กที่ตั้งอยู่หน้าห้องกระจกของท่านประธาน บนโต๊ะมีแฟ้มเอกสารกองพะเนินสูงเท่าภูเขาเลากา สมกับคำขู่ของเจ้านายจอมเผด็จการไม่มีผิด เวลาผ่านไปนับชั่วโมง กวินท์จมอยู่กับกองกระดาษและตัวเลขละลานตาจนปวดหัวตุบๆ เสียงคีย์บอร์ดดังรัวเป็นจังหวะสะท้อนความหงุดหงิดในใจ สมองที่เคยแล่นฉิวเริ่มรั้นและตื้อตันเมื่อเข้าสู่วิชากฎหมายธุรกิจที่ซับซ้อน "อ้าว คุณวินท์... นั่งหน้าดำคร่ำเครียดเชียวนะคะ" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทักขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างสูงโปรดของ 'กรวีร์' นักธุรกิจหนุ่มคู่แข่งคนสำคัญของบริษัท ที่ก้าวเข้ามาในโซนห้องทำงานท่านประธานอย่างไร้มารยาท กรวีร์ส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้ พร้อมกับวางแก้วชาเขียวเย็นเฉียบลงบนโต๊ะทำงานของกวินท์ "คุณกรณ์..." กวินท์เงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ "เข้ามาได้ยังไงคะเนี่ย ตรงนี้เป็นเขตหวงห้ามนะคะ" "สำหรับคนอื่นอาจจะใช่... แต่สำหรับผม ยกเว้นเป็นกรณีพิเศษเสมอแหละครับ" กรวีร์ยิ้มกรุ่มกริ่ม โน้มตัวลงกระซิบใกล้ใบหูของกวินท์ด้วยท่าทีสนิทสนมเกินเหตุ "มาทำวันแรกก็เจอท่านประธานจอมโหดรับน้องเลยสิครับเนี่ย สนใจย้ายค่ายมาอยู่กับผมไหมล่ะ? เงินเดือนเท่าไหร่ ผมให้เบิ้ลสองเท่าแถมสิทธิพิเศษเพียบ" กวินท์ชะงักไปนิด กำลังจะอ้าปากปฏิเสธข้อเสนอน่าสนใจแต่แฝงเลศนัยนั้น ทว่า... *ปัง!* เสียงเปิดประตูกระแทกผนังดังสนั่นหวั่นไหวจนทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว ภคินก้าวออกมาจากห้องทำงานด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาสสีเข้มคมกริบจ้องเขม็งไปยังมือของกรวีร์ที่กำลังเอื้อมมาแตะไหล่ของกวินท์ด้วยความหึงหวงที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเยชา "ถ้าว่างมากจนไม่มีงานทำ... เชิญไสหัวออกไปจากบริษัทของผมค่ะ คุณกรวีร์!" กรวีร์หัวเราะในลำคออย่างไม่สะทกสะท้าน ผายมือยอมแพ้อย่างอารมณ์ดีก่อนจะเหลือบมองภคินและกวินท์สลับกันด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ใจร้อนเป็นไฟแบบนี้ ระวังเลขาฯ คนสวยจะทนไม่ไหวหนีไปซะก่อนนะครับท่านประธาน" เมื่อร่างของกรวีร์ลับสายตาไป ภคินก็หันขวับมามองกวินท์ที่นั่งอ้าปากค้างด้วยความงุนงงกับสรรพนามที่เพิ่งได้ยิน ประธานหนุ่มก้าวเข้าประชิดตัว ใช้มือหนายันขอบโต๊ะกักตัวกวินท์ไว้ตรงกลางจนไม่มีทางหนี "เมื่อกี้... คุณเรียกผมว่าอะไรนะคะ?" ภคินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนกวินท์ขนลุกซู่ หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพล "ดิ... ดิฉัน... เปล่านะคะ!" กวินท์เสียงสั่นโดยไม่รู้ตัว เมื่อดวงตาคู่คมของเจ้านายหนุ่มจ้องมองมาใกล้เสียจนเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในนัยน์ตานั้นชัดเจน "อย่ามาตีหน้าซื่อกับผมค่ะ, กวินท์..." เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบแผ่วเบาอยู่ที่ข้างแก้ม "ถ้าขืนคุณยังไปอ่อยผู้ชายคนอื่นต่อหน้าผมอีก... คุณจะได้รู้ว่า 'กฎเหล็กข้อที่สิบเอ็ด' ของผม มันน่ากลัวกว่าสقกฎเก้าข้อแรกรวมกันมากแค่ไหน!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%