เอกสารลาออกแผ่นบางถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสอย่างมั่นคง เสียงกระดาษกระทบผิวโต๊ะดัง *ปึก* เบาๆ แต่กลับสะท้อนก้องกังวานในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบเชียบจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ
ดวงตากลมโตของกวินท์ไม่ได้หลบเลี่ยงความจริงตรงหน้าอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อความลับเรื่องข้อตกลงและหลักฐานทั้งหมดถูกเปิดเผยออกมาจนหมดเปลือก การรั้งอยู่ตรงนี้ในฐานะ ‘เลขาฯ’ ดูจะเป็นตลกคาเฟ่ที่ราคาแพงเกินกว่าที่ศักดิ์ศรีของเขาจะแบกรับไหว
“ผมคิดว่าเราคุยกันเคลียร์แล้วนะคะ... เฮียคิน” กวินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยตรงปลายเสียง ร่างบางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนความเปราะบางที่กำลังกัดกินหัวใจ เขายอมรับว่าใจหาย... ใจหายที่ต้องเดินออกจากพื้นที่ปลอดภัยที่อีกฝ่ายสร้างไว้ให้ แม้ปากจะบอกว่ามันคือ ‘กรงขังความรู้สึก’ ก็ตาม
ภคินที่ยืนค้ำโต๊ะทำงานอยู่เงียบไปเนิ่นนาน ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นจ้องมองแผ่นกระดาษลาออกสลับกับใบดื้อรั้นของคนตรงหน้า รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวประธานหนุ่มจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา
“ลาออก?” ภคินทวนคำ น้ำเสียงต่ำทุบลงกลางความเงียบ “แค่เพราะความเข้าใจผิดบ้าๆ นี่ นายถึงกับกล้าทิ้งงาน ทิ้งโปรเจกต์ และ... ทิ้งฉันเลยอย่างนั้นเหรอ กวินท์”
“ผมไม่ได้ทิ้งครับ... เอ๊ย! ผมไม่ได้ทิ้งค่ะ!” กวินท์เผลอหลุดสรรพนามเดิมออกมาด้วยความลืมตัว ก่อนจะรีบเปลี่ยนเสียงกลับมาอย่างกะทันหันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังถือไพ่เหนือกว่าในแง่ของความรู้สึก “พูดให้ถูกคือ ผมไม่อยากเป็นตัวตลกในเกมแก้เบื่อของประธานบริษัทค่ะ! คิดว่าผมไม่รู้เหรอคะว่าเอกสารพวกนั้น หลักฐานพวกนั้น... หรือแม้แต่ความใกล้ชิดที่ผ่านมา มันก็เป็นแค่แผนการบ้าๆ ที่คุณอยากสนุกกับเด็กฝึกงานคนนี้เท่านั้น!”
“นายกำลังพูดเรื่องอะไรวะ!” ภคินระเบิดอารมณ์ออกมาบ้าง ขายยาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนกวินท์ต้องผถ่าถอยหลังโดยอัตโนมัติ “เกมแก้เบื่อ? นายคิดว่าฉันว่างมากจนต้องเอาอนาคตบริษัท เอาความรู้สึกตัวเองมาล้อเล่นกับเรื่องแบบนี้งั้นเหรอ!”
“ก็แล้วมันคืออะไรล่ะคะ!” กวินท์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่สวยคลหน่วยน้ำตาแต่ไม่ยอมให้มันไหลร่วงลงมาประจานความอ่อนแอ “ภาพถ่ายในห้องทำงานนั้น... สัญญาจ้างลับๆ ระหว่างคุณกับมีนารา... และคำพูดพวกนั้นที่ฉันบังเอิญได้ยิน! ถ้าไม่ใช่เพราะคุณแค่อยากลองของ... แล้วทำไมคุณต้องทำเหมือนฉันเป็นคนพิเศษ ทั้งที่เบื้องหลังคุณกำลังปั่นหัวฉันเล่นอยู่!”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกเป็นชิ้นๆ ได้ ภคินหยุดชะงัก สีหน้าของประธานหนุ่มไหววูบไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำว่า *มีนารา* และ *สัญญาจ้าง* ก่อนที่มุมปากหยักจะกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยตัวเอง
“หึ... นี่สินะเหตุผลที่นายทำตัวห่างเหินและยื่นซองขาวนี่ใส่หน้าฉัน” ภคินแค่นหัวเราะ น้ำเสียงเจือความตัดพ้อที่กวินท์ไม่เคยได้ยินมาก่อน “นายเชื่อเอกสารพวกนั้นมากกว่าความจริงที่อยู่ตรงหน้า มากกว่าสัมผัส... มากกว่าสายตาที่ฉันมองนายทุกวันเนี่ยนะ”
“หลักฐานมันคาตาค่ะ!” กวินท์เถียงเสียงแข็ง กลบรอยร้าวในอก “ฉันไม่ใช่คนโง่ที่จะยอมให้ใครมาหลอกซ้ำซาก แค่เพราะคำพูดแก้ตัวลอยๆ ของคุณหรอกนะคะ!”
“งั้นเหรอ...” ภคินผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเลขาฯ ตัวแสบ “ถ้าคิดว่าฉันเห็นนายเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อ... ทำไมตอนที่นายป่วยเมื่อคืน ฉันถึงต้องนั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงจนถึงเช้า ทำไมฉันต้องยกเลิกประชุมสำคัญกับบอร์ดบริหารเพื่อมาเคลียร์เรื่องงี่นี่กับนายด้วยวะ!”
กวินท์ชะงัก ก้อนเนื้อในอกกระตุกวูบ ภาพความอบอุ่นเมื่อคืนซ้อนทับขึ้นมาในหัว แต่มันถูกความระแวงและหลักฐานปลอมๆ บดบังจนมิด “นั่นมันก็แค่... หน้าที่เจ้านายกับลูกน้องที่ป่วย...”
“หน้าที่บ้าอะไรเล่า!” ภคินทนไม่ไหวอีกต่อไป ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวจนกวินท์ต้องแนบแผ่นหลังติดกับผนังห้องกระจก มือหนารวบเอวบางไว้แน่นด้วยความเร็วที่ไม่ทันให้ตั้งตัว “คนเป็นเจ้านายที่ไหนเขาใจสลายเวลาเห็นเลขาฯ ร้องไห้ คนเป็นเจ้านายที่ไหนเขาคลั่งจนแทบคล้ายเวลาเห็นนายไปยืนใกล้ไอ้กรวีร์!”
หัวใจของกวินท์เต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความสั่นไหวในอารมณ์ของอีกฝ่าย กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยและอ้อมแขนที่โอบกอดทำให้เขาลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ
“ปล่อยนะคะ...” กวินท์พยายามดันอกแกร่งออก แต่แรงที่มีกลับน้อยนิดเหลือเกินเมื่อเทียบกับความตั้งใจของคนตรงหน้า “เรา... เราเคลียร์กันจบแล้ว ยื่นใบลาออกแล้วด้วย!”
“ฉันไม่เซ็น!” ภคินประกาศกร้าว น้ำเสียงดุดันแต่แฝงด้วยความอ้อนวอนลึกๆ “ต่อให้ตึกนี้จะไฟไหม้ หรือนายจะเกลียดฉันจนไส้ติ่งพัง ฉันก็ไม่มีวันปล่อยให้นายเดินออกไปจากชีวิตฉันเด็ดขาด กวินท์!”
“แต่หลักฐานพวกนั้นมัน...”
“เรื่องมีนารา ฉันอธิบายได้ครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย!” ภคินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย “เอกสารนั่นมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตบตาคนอื่น... เพื่อปกป้องนายต่างหากเล่า ไอ้ทึ่ม!”
กวินท์เบิกตากว้าง สมองประมวลผลคำพูดนั้นอย่างรวดเร็ว “ปกป้อง... หมายความว่ายังไงคะ?”
ก่อนที่ภคินจะได้เอ่ยคำอธิบายใดๆ ออกมาเพื่อคลายปมทั้งหมด ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบและน้ำเสียงตื่นตระหนกของมีนาราที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
“วินท์! แกอย่าเพิ่งเชื่อเอกสารบ้านั่นนะ! คือฉัน... ฉันโดนบังคับให้เอาไปวางไว้!” มีนาราละล่ำละลักพูดพลางหอบหายใจโยนแฟ้มเอกสารอีกชุดลงบนโต๊ะ “แล้วก็นี่... ตัวจริงเสียงจริงของคนที่บงการเรื่องทั้งหมดกำลังเดินมาทางนี้แล้ว!”
ภคินสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสียที่จังหวะเวลามันช่างเลวร้ายสิ้นดี ร่างสูงผละออกจากตัวกวินท์อย่างไม่เต็มใจนัก ขณะที่กวินท์หันไปมองหน้าเพื่อนสนิทสลับกับประตูห้องที่เงาตะคุ่มของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
ทว่า... เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งตามด้วยรอยยิ้มพึงใจของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับคำพูดที่ทำให้ทุกลมหายใจในห้องต้องหยุดชะงัก
“อุ๊ย... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของท่านประธานกับเลขาฯ คนเก่งสินะครับ พอดีผมมี ‘ความจริง’ อีกชุดที่น่าสนใจกว่ามาฝากคุณกวินท์พอดีเลย”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชอบความเข้มข้นนี้ค่ะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ•ตอนที่ 28
ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!