เสียงฟ้าร้องคำรามสนั่นจนกระจกหน้าต่างห้องประชุมสะเทือนเลื่อนลั่น เป็นสัญญาณเตือนว่าพายุฤดูร้อนกำลังถล่มกรุงเทพฯ อย่างบ้าคลั่ง แต่บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทเวลธ์กรุ๊ปกลับร้อนระอุยิ่งกว่าสภาพอากาศข้างนอกเสียอีก เมื่อประธานหนุ่มไฟแรงอย่างภคินตวัดสายตาคมกริบราวใบมีดโกนจ้องเขมรกรวีร์ที่ยังคงยืนยันรอยยิ้มกวนประสาทไว้บนใบหน้าหลังประกาศสงครามประสาทกลางที่ประชุม
"ถอนคำพูดของนายออกไปซะ กรวีร์" ภคินเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเต็มไปด้วยแรงกดดันที่แผ่ซ่านจนคนรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจ
"ทำไมผมต้องถอนล่ะครับ ในเมื่อผมเสนอเงื่อนไขที่ดีกว่า และที่สำคัญ... กวินท์เขามีสิทธิ์เลือกเส้นทางเดินของตัวเอง ไม่ใช่เป็นสมบัติชิ้นโปรดที่ใครจะเก็บไว้มุมไหนก็ได้ตามใจชอบ" กรวีร์ลอยหน้าลอยตาตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว
กวินท์ที่ยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างสองสิงห์หนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหน่าย เขาไม่ได้เป็นสมบัติของใครทั้งนั้น และต่อให้กรวีร์จะเสนอเงินเดือนสูงลิ่วแค่ไหน แต่การถูกดึงเข้าไปเป็นเครื่องมือแก้แค้นในเกมธุรกิจของสองคนนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการเลยสักนิด
"พอเลยทั้งคู่!" กวินท์เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ดวงตากลมโตตวัดมองหน้าประธานหนุ่มจอมเผด็จการสลับกับคู่แข่งตัวแสบ "นี่มันบริษัท ไม่ใช่สนามเด็กเล่น อยากจะประกาศสงครามอะไรกันก็ไปทำนอกเวลางานโน่น! ส่วนคุณกรวีร์ ขอบคุณสำหรับข้อเสนอนะครับ... เอ่อ... ค่ะ! แต่ผมพอใจกับงานปัจจุบันดี ไม่มีความคิดจะย้ายไปไหนทั้งนั้น!"
ประโยคปฏิเสธฉับไวที่แถมหางเสียงผิดพลาดเล็กน้อยด้วยความรีบร้อน ทำเอาภคินถึงกับมุมปากกระตุก ความตึงเครียดที่กดทับอกอยู่เมื่อครู่คลายลงไปครึ่งหนึ่งอย่างน่าประหลาด ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงพยายามกลั้นรอยยิ้มไว้สุดฤทธิ์ ขณะที่กรวีร์ทำได้เพียงยักไหล่ด้วยความเสียดายก่อนจะยอมเดินจากไปแต่โดยดี
ทว่า... สงครามน้ำลายเพิ่งจะสงบ สงครามธรรมชาติก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา สายฝนกระหน่ำเทลงมาอย่างหนักหน่วงจนถนนทุกสายกลายเป็นแม่น้ำขนาดย่อม รถติดยาวเหยียดจนไฟท้ายสีแดงฉานทอดยาวสุดสายตา ภายในห้องโดยสารของรถยนต์หรูคันแพง บรรยากาศกลับอัดแน่นไปด้วยความเงียบงันที่ชวนให้อึดอัดยิ่งกว่าเดิม
ภคินทำหน้าที่เป็นคนขับรถจำเป็น เนื่องจากคนขับรถส่วนตัวติดแหง็กอยู่ต่างข้ามฝากมาไม่ได้ ส่วนกวินท์ก็นั่งกอดอกมองเม็ดฝนที่ซัดสาดกระจกข้างอย่างไร้จุดหมาย
แอร์เย็นฉ่ำในรถผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายพรีเมียมจางๆ ยิ่งทำให้พื้นที่แคบๆ นี้ดูเป็นส่วนตัวเกินกว่าจะรับมือไหว
"มองอะไรนักหนา ขนหน้าแข้งฉันร่วงหรือไง" ภคินเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ดวงตาคมยังคงมองตรงไปที่ถนนเบื้องหน้า แต่มุมปากกลับยกยิ้มร้าย
"เปล่าครับ... แค่คิดว่า ประธานผู้ยิ่งใหญ่ต้องมาติดแหง็กอยู่บนทางด่วนนานเป็นชั่วโมงแบบนี้ ก็น่าสนุกดีเหมือนกัน" กวินท์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงประชดประชันแต่นัยน์ตากลับพราวระยับ
"ปากดีแบบนี้ ระวังจะไม่ได้ลงจากรถนะกวินท์"
"อุ๊ย กลัวจังเลยค่ะ เฮียคินจะจับผมขังไว้ในรถแล้วเอาไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหรือไง"
ภคินเหลือบสายตามามองคนอวดดีข้างกายแวบหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดแล้วหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าจอดข้างทางในจุดที่สามารถพักรถได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากข้างหน้าอุบัติเหตุรถชนกันหลายคันทำให้การจราจรเป็นอัมพาตโดยสมบูรณ์
เมื่อเครื่องยนต์ถูกดับลง ความเงียบก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงฝนที่กระทบหลังคาหลังคารัวเป็นจังหวะ
กวินท์หันไปมองหน้าคนขับที่ตอนนี้ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ แสงไฟสลัวจากเสาไฟข้างทางสาดส่องเข้ามาภายในรถ ขับให้ใบหน้าคมคายของภคินดูมีเสน่ห์และน่าค้นหาอย่างประหลาดจนหัวใจดวงน้อยๆ ของเลขาฯ ตัวแสบเผลอกระตุกวูบ
"เมื่อกี้... ปฏิเสธตา,กรวีร์ไปเพราะอะไร หืม?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามแผ่วเบา แต่แฝงความจริงจังจนกวินท์ต้องหลบสายตา
"ก็... ก็ผมไม่อยากไปทำงานกับคนเจ้าเล่ห์แบบนั้นนี่ครับ"
"แล้วถ้าไม่ใช่เพราะเหตุผลนั้นล่ะ... เพราะเป็นฉันหรือเปล่า?" ภคินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นทีละน้อย จนกวินท์ต้องเอนตัวหนีไปจนติดกับประตูรถ พื้นที่ระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างแก้มทำให้กวินท์รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า
"เฮีย... จะขยับเข้ามาทำไมเนี่ย รถยิ่งแคบอยู่" กวินท์พยายามดันไหล่กว้างออก แต่แรงแค่นั้นรึจะสู้แรงของประธานหนุ่มผู้เอาแต่ใจได้
ภคินไม่เพียงไม่ถอย แต่กลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือบางทั้งสองข้างตรึงไว้เบาะนั่งอย่างนิ่มนวล ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ใกล้แก้มนวลเนียนจนกวินท์แทบหยุดหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"ตอบคำถามฉันก่อนสิ กวินท์..." เสียงกระซิบพร่าต่ำชวนสั่นสะท้อนดังอยู่ข้างใบหู "ที่ปฏิเสธมันไป... เพราะหวงฉัน กลัวฉันจะหึงจนต้องตามไปอาละวาดใช่ไหม?"
"หลงตัวเองชะมัด!" กวินท์กัดริมฝีปากแน่น พยายามกลบเกลื่อนความเขินอายด้วยการเชิดหน้าใส่ "ผมแค่ไม่อยากเปลี่ยนเจ้านายใหม่ให้ปวดหัวเล่นต่างหากเล่า ปล่อยได้แล้วครับ คนยิ่งอึดอัดอยู่"
ภคินจ้องมองดวงตากลมโตที่ไหวระริกด้วยความเอ็นดู ปากแข็งไม่ยอมรับความจริงเสียจริงนะ... เล็กตัวแสบคนนี้
"ปากแข็งจังนะ..." ภคินพึมพำเสียงแผ่ว นัยน์ตาสีเข้มฉายแววคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด มือหนาที่ตรึงข้อมือเปลี่ยนเป็นไล้ขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกให้อย่างอ่อนโยน สัมผัสที่นุ่มนวลและไม่ทันตั้งตัวทำให้กวินท์สมองขาวโพลน ลืมสิ้นซึ่งคำพูดโต้เถียงใดๆ
ใบหน้าคมโน้มเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้น กวินท์หลับตาลงอัตโนมัติ หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก บรรยากาศแสนโรแมนติกท่ามกลางสายฝนโปรยปรายกำลังพาพวกเขาข้ามเส้นความสัมพันธ์อันตรายนี้ไปทีละนิด
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะสัมผัสกัน เสียงเคาะกระจกรถจากภายนอกก็ดังขึ้นกะทันหัน!
*ก๊อกๆๆ!*
ภคินชะงักกึกอย่างหัวเสีย ดวงตาคมตวัดมองไปยังต้นเสียงด้วยความหงุดหงิดขีดสุดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ
และเมื่อกวินท์ลืมตาขึ้นมองผ่านกระจกฝ้าที่เปียกปอนไปด้วยหยดน้ำ หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วก็เกือบหยุดเต้นสนิท เมื่อพบว่าใบหน้าที่ยืนยิ้มแป้นแล้นอยู่ท่ามกลางสายฝนคือ... มีนารา เพื่อนสนิทตัวแสบที่ถือร่มลายเป็ดน้อยสีเหลืองอ๋อย พร้อมทำมือทำไม้ส่งสัญญาณประหลาดให้เปิดประตูรถให้เธอเดี๋ยวนี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินจิกหมอนด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ•ตอนที่ 26
ฝนตก รถติด และหัวใจเต้นแรง
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!