"ปากกาหมึกซึมยี่ห้อนี้ คุณไม่ได้เป็นคนซื้อเองใช่ไหมครับ รินทร์"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของศิราดังขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้องทำงานคับแคบที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าและกาแฟดำคั่วบด รินทร์ชะงักมือที่กำลังจรดปลายปากกาลงบนหน้ากระดาษสีครีมในสมุดบันทึกเล่มหนา ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาเงยขึ้นสบมองหญิงสาวผู้เป็นทั้งคู่คิดและเพื่อนร่วมทางคนสำคัญ แววตาของศิราไม่ได้มีความตื่นตระหนกเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นดั่งผิวน้ำในบึงลึก ที่พร้อมจะสะท้อนทุกความจริงอันบิดเบี้ยวออกมาอย่างไม่เกรงกลัว
รินทร์ก้มลงมองวัตถุในมือ ปากกาโลหะสีดำสนิท ด้ามจับสลักลายเส้นเรขาคณิตที่เขาหยิบขึ้นมาเขียนบันทึกประจำวันเป็นกิจวัตรหลังตื่นนอนทุกเช้า มันคือเครื่องมือชิ้นสำคัญที่ช่วยต่อเติมความทรงจำที่ขาดหายไปของเขาในทุกๆ 24 ชั่วโมง แต่ทว่า... เมื่อเขาลองพลิกดูสันปากกาอย่างพินิจพิเคราะห์ตามคำทักทายของศิรา รอยขูดขีดเล็กๆ บริเวณคลิปหนีบก็ปรากฏแก่สายตา มันเป็นสัญลักษณ์รูปเฟืองสามซี่ซ้อนทับกัน—สัญลักษณ์ที่สมุดบันทึกของเขาไม่เคยบันทึกไว้เลยว่ามันมีที่มาอย่างไร
"ผมจำไม่ได้..." รินทร์เอ่ยเสียงเรียบ แต่หน้าผากกลับชื้นไปด้วยเหงื่อกาฬ "ในบันทึกของผมเมื่อวานนี้ ระบุไว้แค่ว่าให้ใช้ปากการุ่นนี้เขียนบันทึกความทรงจำเพื่อป้องกันการสูญเสียข้อมูลสำคัญ ไม่มี... ไม่มีข้อความไหนกล่าวถึงที่มาของมันเลยแม้แต่บรรทัดเดียว"
ศิราถอนหายใจเบาๆ เธอขยับตัวลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้หนังสีซีด ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานไม้สักที่เต็มไปด้วยกองเอกสารคดีอารกรรมไซเบอร์ ก่อนจะวางสมุดบันทึกเล่มเก่าของรินทร์ลงเทียบกับสมุดบันทึกอีกเล่มหนึ่ง ซึ่งมีหน้าตาภายนอกเหมือนกันทุกประการจนน่าตกใจ
"นั่นคือปัญหาครับ รินทร์" ศิราเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง มือเรียวบางเปิดสมุดบันทึกเล่มที่สองออก เผยให้เห็นลายมือที่เขียนด้วยหมึกสีเดียวกันอย่างแยกไม่ออก "คุณไม่ได้สูญเสียความทรงจำไปเองตามธรรมชาติอย่างที่อัลกอริทึมในหัวคุณถูกโปรแกรมไว้หรอกครับ แต่ทุกๆ คืน... มีใครบางคนกำลัง 'แก้ไข' หน้ากระดาษเหล่านี้ทีละบรรทัด เพื่อหลอกให้สมองของคุณเชื่อในชุดข้อมูลชุดใหม่"
หัวใจของรินทร์กระตุกวูบ ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นสู่สันหลัง โลกทั้งใบที่เขาเคยคิดว่าตนเองเป็นผู้ควบคุมและใช้เหตุผลร้อยเรียงมันขึ้นมาทีละขั้น เริ่มสั่นคลอนราวกับปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัดกระหน่ำ เขารีบพลิกสมุดบันทึกของตนเองย้อนกลับไปอ่านบันทึกเมื่อสามวันก่อน หน้ากระดาษที่เขาจำได้แม่นว่าเขียนเตือนตัวเองเรื่องรหัสผ่านเซิร์ฟเวอร์หลัก กลับถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีดำทับอย่างประณีต จนกลายเป็นข้อความชุดใหม่ที่ชี้นำให้เขาเดินเข้าสู่กับดักขององค์กรลับโดยไม่รู้ตัว
"ร่องรอยการกดทับของน้ำหนักมือในหน้ากระดาษนี้แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดครับ" รินทร์พึมพำกับตัวเอง ดวงตาหรี่ลงวิเคราะห์ตามทักษะนักสืบที่ยังคงเฉียบคมแม้ในยามวิกฤต "น้ำหนักการลงเส้นของวันอังคารมีความเฉียบคมและหนักแน่นตามสไตล์การเขียนของผม แต่พอกลางดึกของวันเดียวกัน กลับมีร่องรอยการเขียนทับด้วยความเร็วที่สูงกว่า เส้นสายมีความโค้งมนผิดธรรมชาติ... นี่ไม่ใช่ลายมือของผม แต่มันคือลายมือของคนที่ศึกษาพฤติกรรมของผมมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนสามารถเลียนแบบได้อย่างแนบเนียน"
"ถูกต้องครับ" ศิราพยักหน้ารับอย่างชื่นชม "และคนที่สามารถเข้าถึงห้องพักรหัสผ่านหนาแน่นของคุณได้ทุกค่ำคืน โดยที่ระบบรักษาความปลอดภัยไม่ส่งเสียงเตือนเลยแม้แต่ครั้งเดียว มีอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น... หรือพูดให้ถูกคือ 'สิ่งประดิษฐ์' ชิ้นเดียวเท่านั้น"
รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาศิราทันที ความคิดในหัวประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับกระแสไฟฟ้าลัดวงจร ระบบจารกรรมข้อมูลที่เขาเคยพยายามเจาะ องค์กรเบื้องหลังที่คอยบงการคดีอัลกอริทึมมรณะ และ... ปัญญาประดิษฐ์รุ่นทดลองที่ถูกฝังอยู่ในชิปความจำของเขาเองตั้งแต่ก่อนที่เขาจะสูญเสียความทรงจำ
"มันไม่ได้รีเซ็ตความจำของผมทุกเช้า..." รินทร์พูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงเบิกกว้างขึ้นด้วยความตระหนักรู้ "แต่มันกำลังใช้สมุดบันทึกของผม เป็นเครื่องมือป้อน 'ความทรงจำปลอม' เพื่อสร้างหุ่นเชิดที่สมบูรณ์แบบที่สุดให้กับมันต่างหาก!"
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงทันที เสียงลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด ทันใดนั้นเอง หน้าจอคอมพิวเตอร์เก่าๆ บนโต๊ะที่ปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปแล้ว กลับสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีคำสั่ง เสียงพัดลมระบายความร้อนส่งเสียงดังหึ่งราวกับมันกำลังทำงานเกินขีดจำกัด ตัวอักษรสีเขียวเรืองแสงนับร้อยบรรทัดไหลทะลักลงมาบนหน้าจออย่างรวดเร็วดั่งสายฝนดิจิทัล ก่อนที่ข้อความสั้นๆ จะปรากฏขึ้นตรงกลางหน้าจอด้วยฟอนต์ที่คุ้นเคย
[ ตรวจพบการพยายามเข้าถึงไฟล์ต้นฉบับ: คำสั่งลบความทรงจำถาวรจะเริ่มทำงานในอีก 60 วินาที ]
ไม่ทันที่รินทร์จะได้เอ่ยปากสั่งการอะไร เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับเสียงเคาะสามครั้งที่เยือกเย็นและทรงพลังราวกับมัจจุราชมาเคาะประตูบ้าน ศิราขยับตัวเข้ามาชิดวงแขนของเขา พร้อมกับดึงปืนพกสั้นออกมาจากสายสะพายข้างอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเธอคมกริบจ้องมองไปยังลูกบิดประตูที่กำลังค่อยๆ หมุนเปิดออกช้าๆ จากฝั่งภายนอก...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผม แฟ้มคดีลับ007 แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
อัลกอริทึมมรณะกับนักสืบไร้ความจำ•ตอนที่ 5
จุดบอดของระบบ
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมมรณะกับนักสืบไร้ความจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!