กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงและกระดาษเก่าคละคลุ้งอยู่ในความมืด ทันทีที่บานประตูไม้สักหนาหนักถูกผลักเปิดออกด้วยแรงผลักของศิรา ปลายกระบอกไฟฉายสีดำสนิทก็พุ่งแหวกความมืดเข้าสู่ห้องรับแขกที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมาแรมปี แสงสีขาวนวลสาดกระทบเข้ากับฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศราวกับหมู่ดาวนับพันในกาแล็กซี่จำลอง
รินทร์ก้าวเท้าตามเข้าไปอย่างเงียบเชียบ มือข้างหนึ่งถือสมุดปกหนังสีดำเล็บจิกแน่นอยู่ที่สันปกตามคำเตือนหน้าแรกที่เขาเขียนเตือนสติตัวเองไว้ *“อย่าเชื่อความรู้สึกตัวเองจนกว่าจะได้ตรวจสอบหลักฐาน”*
บ้านพักหลังนี้ตั้งอยู่แถบชานเมืองที่ถูกโอบล้อมด้วยปรกไม้ทึบ เป็นสถานที่ที่ข้อมูลจากระบบระบุว่าเป็นจุดพักพิงสุดท้ายของเขาก่อนที่ความทรงจำจะหายวับไปราวกับไฟล์ข้อมูลที่ถูกกดลบอย่างถาวร
"ระวังพื้นด้วยนะครับรินทร์ ไม้แถบนี้เริ่มผุกร่อนตามกาลเวลาแล้วล่ะครับ" เสียงกระซิบแผ่วเบาของศิลาดังขึ้นมาจากด้านหน้า เธออยู่ในชุดแจ็คเก็ตกันหนาวสีเข้มทะมัดทะแมง ดวงตาคมกริบกวาดตามองไปรอบห้องเพื่อประเมินความปลอดภัยอย่างมืออาชีพ ร่างบางเคลื่อนไหวคล่องแคล่วราวกับแมวป่า
รินทร์ไม่ได้ตอบคำถามในทันที สายตาของเขาถูกดึงดูดเข้าหากรอบรูปครอบครัวที่คว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะไม้กางเขนตัวเตี้ย เขาย่อตัวลงช้าๆ สวมถุงมือยางสีขาวอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพลิกกรอบรูปนั้นขึ้นมาดู
ภาพในกระจกที่มัวหมองสะท้อนใบหน้าของชายหนุ่มคนหนึ่งที่คล้ายคลึงกับเขา แต่วอยด์ในดวงตาคู่นั้นว่างเปล่ากว่า รินทร์จ้องมองภาพของตนเองในอดีตอย่างพิจารณา สมองส่วนการวิเคราะห์พฤติกรรมเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว—รอยขีดข่วนที่มุมขวาของกรอบรูปเกิดจากแรงกระแทกเฉียงลง ไม่ใช่การตกหล่นตามธรรมชาติ แต่มันถูกปัดด้วยความโกรธ
"คุณกำลังคิดอะไรอยู่หรือครับ" ศิราเดินเข้ามาใกล้ ใช้แสงไฟฉายส่องสำรวจโต๊ะตัวเดียวกัน เธอเหลือบมองภาพถ่ายในมือเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปที่ชั้นหนังสือบิ้วอินขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ชิดผนังห้อง
"ผมกำลังคิดว่า... คนเราจะเกลียดตัวเองได้มากขนาดไหน ถึงขั้นต้องพยายามลบตัวตนทิ้งไป" รินทร์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่แฝงไว้ด้วยความลุ่มลึก ดวงตาสสีเข้มหันไปมองชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารและตำราทางจิตวิทยา "ศิราครับ ช่วยส่องไฟไปที่ชั้นสามตรงมุมซ้ายสุดให้ผมหน่อยครับ"
หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ เธอย้ายลำแสงไฟไปโฟกัสยังจุดที่รินทร์ต้องการ ท่ามกลางสันหนังสือหนาเตอะ มีช่องว่างขนาดเท่าพ็อกเก็ตบุ๊กเล่มหนึ่งเว้นไว้ รินทร์เอื้อมมือไปแตะเบาๆ ที่ขอบไม้บริเวณนั้น นิ้วเรียวยาวสัมผัสได้ถึงร่องรอยการหมุนของกลไกบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ใต้ชั้นไม้
*คลิก!*
เสียงกลไกขนาดเล็กดีดตัวขึ้นพร้อมกับลิ้นชักลับที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นชั้นหนังสือเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นสิ่งของภายใน รินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ สิ่งที่นอนสงบนิ่งอยู่ข้างในคือแฟ้มข้อมูลฮาร์ดไดรฟ์พกพา (External SSD) สีดำสนิท มีสัญลักษณ์รูปกุญแจเข้ารหัสสามชั้นสลักไว้ด้วยเลเซอร์อย่างประณีต และสมุดบันทึกหน้าปกสีแดงเลือดหมูอีกหนึ่งเล่ม
ศิราโน้มตัวลงมองด้วยความสนใจ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "นั่นมัน... ระบบเข้ารหัสลับระดับทหารนี่ครับ รินทร์ คุณซ่อนอะไรไว้กันแน่"
"ผมก็อยากรู้เหมือนกันครับ"
รินทร์หยิบฮาร์ดไดรฟ์และสมุดบันทึกสีแดงขึ้นมาสำรวจ แฟลชไดรฟ์เครื่องนี้คือชิ้นส่วนจิ๊กซอว์สำคัญที่จะไขปริศนาว่าเกิดอะไรขึ้นกับสมองของเขา แต่วินาทีที่นิ้วโป้งของเขาสัมผัสลงบนช่องอ่านลายนิ้วมือของตัวฮาร์ดไดรฟ์ หน้าจอแสดงผลขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับเสียงเตือนระบบที่ดังขึ้นในความเงียบ
*ติ๊ด! – ตรวจพบรหัสชีวมิติ... ยืนยันตัวตนสำเร็จ*
หน้าจอสีฟ้าใสปรากฏข้อความต้อนรับขึ้นมา แต่สิ่งที่ทำให้รินทร์และศิราต้องหยุดหายใจคือ "ข้อความอัตโนมัติ" ที่ถูกตั้งเวลาให้ส่งออกทันทีเมื่อมีการเชื่อมต่อฮาร์ดไดรฟ์ตัวนี้ในสถานที่แห่งนี้
*“ยินดีต้อนรับกลับมาครับ... ร่างทดลองหมายเลข 00... หากคุณเปิดไฟล์นี้ แสดงว่าความทรงจำของคุณถูกลบไปเรียบร้อยแล้วตามแผน และตอนนี้... เกมไล่ล่าได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว”*
เสียงสังเคราะห์ที่เย็นเยียบดังออกมาจากลำโพงจิ๋วของฮาร์ดไดรฟ์ ก่อนที่หน้าจอจะเปลี่ยนเป็นแผนที่ดิจิทัลแบบเรียลไทม์ จุดสีแดงนับสิบจุดกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปิดล้อมบ้านพักหลังนี้จากทุกทิศทุกทาง!
ศิราหน้าถอดสี เธอกระชับปืนพกในซองข้างเอวทันที "รินทร์! เราโดนซ้อนแผนแล้วครับ พวกมันรู้ว่าเราจะมาที่นี่!"
รินทร์หรี่ตาลง มองจุดสีแดงบนหน้าจอที่ขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ทว่าริมฝีปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่พบว่าเหยื่อไม่ได้วิ่งหนี แต่กำลังเดินเข้าสู่อุรชาที่เขาวางไว้ล่วงหน้าต่างหาก
"ไม่ต้องตกใจไปหรอครับศิรา..." รินทร์เก็บฮาร์ดไดรฟ์และสมุดบันทึกสีแดงใส่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปมองหน้าต่างกระจกที่สะท้อนเงาของแสงไฟฉายจากภายนอกที่สาดส่องเข้ามาใกล้ทุกที "เพราะในสมุดเล่มนี้... ผมจดวิธีต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญเอาไว้หมดแล้วล่ะครับ"
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังห้องก็แตกละเอียดเป็น
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับผม แฟ้มคดีลับ007 แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
อัลกอริทึมมรณะกับนักสืบไร้ความจำ•ตอนที่ 10
ร่องรอยจากความมืด
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมมรณะกับนักสืบไร้ความจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!