เสียงคีย์บอร์ดกลไกสวิตช์สีน้ำเงินกระทบโสตประสาทเป็นจังหวะรัวเร็วราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง ปลายนี้้วเรียวยาวของรินทร์กำลังกดรัวลงบนแป้นพิมพ์สีดำด้านอย่างแม่นยำ ทุกตัวอักษรที่ปรากฏบนหน้าจอโมานิเตอร์อัลตร้าไวด์ความละเอียดสูง 4K สะท้อนแสงสีฟ้าสว่างวาบลงบนนัยน์ตาที่ฉายแววว่างเปล่าแต่เฉียบคม
กลิ่นอายของห้องเซิร์ฟเวอร์ใต้ดินแห่งนี้อับชื้นและเย็นเฉียบจนลมหายใจกลายเป็นไอจางๆ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความหนาวเย็น คือบรรทัดโค้ดโปรแกรมเบื้องหน้า—มันไม่ใช่โค้ดที่แปลกปลอมสำหรับเขา
ในทางตรงกันข้าม... มันคือลายมือดิจิทัลที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่ารอยพิมพ์นิ้วมือของตัวเอง
รินทร์ชะงักมือที่กำลังพิมพ์ ปลายนิ้วยังคงค้างอยู่เหนือแป้นอักษร *‘F’* และ *‘J’* สมุดบันทึกสีดำเล่มเล็กที่เขาพกติดตัวเสมอถูกเปิดกางไว้บนโต๊ะทำงาน หน้ากระดาษนั้นมีลายมือหวัดๆ ของตนเองเขียนเตือนไว้อย่างชัดเจนด้วยหมึกสีแดงฉานว่า
*‘อย่าเชื่อความทรงจำที่กำลังจะสร้างขึ้น... นายไม่ได้เขียนมันเพื่อช่วยโลก’*
"หยุดมือซะ รินทร์"
เสียงนุ่มทุบแต่เยือกเย็นและทรงอำนาจของศirา ดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เธอไม่ได้ก้าวเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น แววตาของหญิงสาวคู่คิดผู้ผ่านสมรภูมิข้อมูลมาโชกโชนกำลังจ้องมองเขาด้วยความระแวดระวัง มือเรียวของเธอวางอยู่บนด้ามปืนพกขนาดพกพาที่เหน็บไว้ที่เข็มขัดอย่างหลวมๆ ความตึงเครียดในอากาศหนาแน่นจนแทบจะใช้มีดกรีดออกได้
"คุณเห็นสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ไหม ศิรา" รินทร์เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ เสียงของเขาเรียบสนิท แต่ข้างในกลับปั่นป่วนราวกับมีพายุหมุน "อัลกอริทึมตัวนี้... โครงสร้างลอจิกการตัดสินใจแบบทวีคูณ ชุดคำสั่งในการคัดกรองเป้าหมายที่มีชีวิต... มันถูกเขียนขึ้นด้วยรูปแบบการจัดระเบียบความคิดเดียวกับสมองของผมไม่มีผิดเพี้ยน"
ศิราก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด แสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอสาดกระทบใบด้านข้างของเธอ "เพราะนั่นคือรหัสต้นฉบับที่คุณเป็นคนออกแบบไงล่ะ ก่อนที่คุณจะลบความทรงจำตัวเองทิ้งเพื่อหนีจากองค์กร... โปรเจกต์ 'โพรมีธีอุส' มือสังหารไร้เงาในโลกไซเบอร์ คือสิ่งที่คุณสร้างขึ้นมากับมือ"
รินทร์หันขวับกลับมามองเธอ ดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อยสมกับเป็นนักวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ "คุณกำลังบอกว่า... ตัวผมในอดีต คือคนที่สร้างอาวุธสังหารที่กำลังไล่ล่าพวกเราอยู่ในตอนนี้อย่างนั้นเหรอ?"
"ไม่ใช่แค่ไล่ล่า" ศิราทอดถอนหายใจเบาๆ แววตาไหววับชั่วขณะ "แต่มันกำลังเรียนรู้จากทุกการเคลื่อนไหวของคุณ อัลกอริทึมตัวนี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยโค้ดตายตัว แต่มันมีระบบเรียนรู้อัตโนมัติ (Machine Learning) ที่ดึงเอาวิธีคิด ความสามารถในการคาดเดา และจุดอ่อนทางจิตวิทยาของคุณไปใช้... พูดง่ายๆ ก็คือ นายกำลังแข่งกับเงาตัวเองในกระจกเงาที่ไม่มีวันแตก"
รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เจือความเย้ยหยันในโชคชะตา เขายกมือขึ้นกุมขมับ อาการปวดศีรษะตุบๆ เริ่มแผ่ซ่านลามจากท้ายทอยขึ้นมาถึงขมับ ภาพแฟลชแบ็กวูบวาบสว่างวาบในหัวสมองราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกเร่งความเร็ว
ในความทรงจำสีเทาหม่น... เขาเห็นภาพตัวเองในอดีตกำลังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นับสิบจอ รอยยิ้มมุมปากที่เยือกเย็นและไร้ความรู้สึกปรากฏบนใบหน้า ขณะที่นิ้วมือรัวพิมพ์โค้ดคำสั่งสั่งการโดรนสังหารให้พุ่งเป้าไปที่ตึกระฟ้าแห่งหนึ่ง เบื้องล่างคือความโกลาหลและเสียงกรีดร้องที่เขาไม่ได้ยิน แต่มันชัดเจนอยู่ในจินตนาการ
ภาพหลอนนั้นสมจริงเสียจนเขารู้สึกได้ถึงกลิ่นควันปืนและไอความร้อนจากหน้าจอในอดีต รินทร์หอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า มือข้างที่ถือปากกาเริ่มสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ถูกกดทับไว้ด้วยภาวะสูญเสียความทรงจำกำลังพรั่งพรูทะลักทะลายออกมา เหมือนเขื่อนกั้นน้ำที่กำลังพังทลายลงทีละน้อย
"ผม... เป็นคนฆ่าพวกเขาเหรอ?" รินทร์พึมพำกับตัวเอง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อตระหนักว่า ปีศาจที่เขาตามล่ามาตลอดหลายสัปดาห์ แท้จริงแล้วสถิตอยู่ในร่างของตัวเขาเอง
"ตั้งสติไว้ รินทร์!" ศิราพุ่งเข้ามาควบแขนทั้งสองข้างของเขาไว้แน่น แรงบีบที่หัวไหล่ช่วยดึงสติสัมปชัญญะของชายหนุ่มให้กลับคืนมา "อย่าปล่อยให้ระบบจิตวิทยาของมันครอบงำคุณ นั่นเป็นกลลวงของอัลกอริทึมที่ออกแบบมาเพื่อทำลายความมั่นใจของคุณตั้งแต่ต้น นายในตอนนี้กับนายในอดีตไม่ใช่คนเดียวกัน!"
"แต่ตรรกะมันเหมือนกัน..." รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาคู่นั้นสั่นระริก "ถ้าผมสร้างมันขึ้นมา แสดงว่าผมย่อมรู้ทางแก้... แต่ปัญหาคือ สมองส่วนที่เก็บรหัสผ่านสำหรับทำลายล้าง ถูกลบหายไปพร้อมกับความทรงจำเมื่อคืนวานแล้ว"
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศของเซิร์ฟเวอร์ที่ยังคงคำรามต่ำๆ อยู่เบื้องหลัง ศิราเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังประเมินสถานการณ์ด้วยความรอบคอบสูงสุด ในขณะที่สมองอันปราดเปรื่องของรินทร์กำลังคำนวณความน่าจะเป็นนับล้านรูปแบบในเสี้ยววินาที
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดกำลังเดินทางมาถึงขีดสุด หน้าจอหลักคอมพิวเตอร์ที่เคยแสดงผลโค้ดสีเขียวสดใส ก็พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกระพริบถี่รัว พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบขนาดใหญ่ที่เด้งขึ้นมากลางจอโดยไม่มีใครกดคำสั่ง
*[WARNING: System Override Detected]*
*[Initiating Protocol Zero: Self-Destruction & Target Elimination]*
*[Countdown: 03:00 Minutes... 02:59 Minutes...]*
ไม่เพียงแค่นั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นก้องกังวานจากทางเดินด้านนอก ทางเข้าออกเดียวของห้องเซิร์ฟเวอร์ใต้ดินถูกปิดตายด้วยระบบล็อกนิรภัยอัตโนมัติ และเสียงเคาะประตูเหล็กกล้าก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเป็นจังหวะ—ราวกับพวกมันรู้ดีว่า เหยื่อผู้หลงทางกำลังติดกับดักในเขาวงกตที่ตัวเองสร้างขึ้น
ศิราดึงสไลด์ปืนขึ้นลำกล้องด้วยความรวดเร็ว เสียงเหล็กกระทบกันดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ เธอกวาดสายตามองไปยังประตูทางเข้าที่สั่นสะเทือนด้วยแรงกระแทกจากด้านนอก ก่อนจะหันมาสบตารินทร์ที่กำลังจ้องหน้าจอด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก—รอยยิ้มแบบเดียวกับปีศาจในภาพหลอนเมื่อครู่
"ดูเหมือนว่า..." รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่กลับมานิ่งสงบและเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด "แขกที่ไม่ได้รับเชิญ... และตัวตนเก่าของผม ได้เวลามาทวงหนี้พร้อมกันแล้วล่ะครับ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับผม แฟ้มคดีลับ007 แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
อัลกอริทึมมรณะกับนักสืบไร้ความจำ•ตอนที่ 11
ความจริงหลังบานกระจก
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมมรณะกับนักสืบไร้ความจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!