พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี•ตอนที่ 6

กาแฟยามเช้ากับเพลงเก่า

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วบดออร์แกนิกที่ลอยอบอวลมาจากครัวเล็กๆ ท้ายห้อง คือนาฬิกาปลุกเรือนโปรดที่พราวไม่ต้องเอื้อมมือไปกดปิดมันเหมือนเช่นเคยค่ะ หลายสัปดาห์ก่อน เสียงแรกของเช้าวันใหม่สำหรับสถาปนิกสาวผู้เคร่งครัดในระเบียบวินัยอย่างเธอ มักเป็นเสียงเตือนความจำจากสมาร์ทโฟนและเสียงกวาดต้อนความคิดให้พร้อมสำหรับตารางงานอันแน่นเอี๊ยด แต่ปัจจุบัน กิจวัตรเหล่านั้นถูกแทนที่ด้วยเสียงดนตรีแจ๊สแผ่วเบาจากแผ่นเสียงไวนิลเก่าคร่ำครึ และเงาร่างโปร่งบางของใครบางคนที่กำลังงวดยุกับการเตรียมมื้อเช้าอย่างตั้งอกตั้งใจ พราวยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัว แว่นสายตาไร้กรอบที่เธอสวมเฉพาะเวลาทำงานถูกดันขึ้นเล็กน้อยตามความคุ้นชิน สายตาคู่คมที่มักใช้ตรวจแปลนอาคารอย่างละเอียดถี่ถ้วน บัดนี้กำลังกวาดมองรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอไม่เคยสังเกตมาก่อน—หรือพูดให้ถูกคือ ไม่เคย ‘ใส่ใจ’ ที่จะมองมันอย่างลึกซึ้งเช่นนี้เลย มายด์ในชุดเสื้อยืดผ้าลินินสีครีมตัวโคร่งกับกางเกงผ้าฝ้ายสบายๆ กำลังใช้ปลายช้อนคนนมสดในเหยือกสแตนเลสด้วยความนุ่มนวล ท่าทางนั้นไม่ได้รีบร้อน ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปตามจังหวะของเสียงเครื่องเป่าแซกโซโฟนจากเพลงยุคแปดศูนย์ที่กำลังบรรเลง สิ่งที่ทำให้หัวใจของพราวเกิดจังหวะสะดุดแปลกๆ ไม่ใช่ความเงียบสงบยามเช้า แต่เป็นรายละเอียดที่ซ่อนอยู่หลังแผ่นหลังนั้น รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของมายด์ตอนที่เธอหยิบแก้วกาแฟเซรามิกสีขาวลายดอกสตรอว์เบอร์รีจิ๋วขึ้นมาดมกลิ่นก่อนรินกาแฟลงไป... รอยสักรูปใบไม้เล็กๆ ที่ข้อศอกด้านขวาซึ่งจะขยับทุกครั้งที่เธอเอื้อมหยิบของสูง... หรือแม้กระทั่งเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนที่ถูกรวบหลวมๆ ด้วยกิ๊บหนีบผม แต่ยังมีปอยผมดื้อรั้นหลุดร่นลงมาเคลียคลอต้นคอระหง “ถ้ามองนานกว่านี้ กาแฟแก้วนี้อาจจะจืดสนิทเพราะความร้อนจากสายตาพราวนะคะ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่หันกลับมามองด้วยซ้ำ แต่รอยยิ้มที่ปรากฏบนแก้มอิ่มนั้นฟ้องชัดว่ามายด์รับรู้การมีอยู่ของเธอมาได้สักพักแล้ว พราวสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบอย่างหาเหตุผลไม่ได้ เธอรีบดึงสายตากลับ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเดินเข้ามาใกล้เคียงพร้อมกับดึงเก้าอี้ไม้ตัวประจำมานั่งลง “พราวไม่ได้มอง... พราวแค่กำลังประเมินสلفของเมล็ดกาแฟล็อตใหม่ต่างหากค่ะว่ามันคั่วเข้มเกินไปสำหรับตอนเช้าหรือเปล่า” พราวแก้ตัวน้ำขุ่นๆ น้ำเสียงเรียบเรื่อยที่พยายามรักษาฟอร์มของสถาปนิกผู้คุมกฎ มายด์หันกลับมาพร้อมถาดไม้ที่มีแก้วกาแฟส่งควันกรุ่นและจานขนมปังปิ้งทาแยมสตรอว์เบอร์รีโฮมเมดสีแดงฉ่ำ เธอยื่นแก้วกาแฟวางตรงหน้าพราวอย่างรู้ใจ ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงมาที่พราวด้วยแววตาระยิบระยับที่อ่านยาก—มันมีความเอ็นดู ความรู้ทัน และความอบอุ่นเจือจางที่ทำให้พราวรู้สึกราวกับตัวเองเป็นเด็กนักเรียนที่กำลังถูกคุณครูจับได้ว่าแอบหลับในห้องเรียน “ประเมินด้วยสายตาเฉียบคมขนาดนั้น ผลลัพธ์ออกมาว่ายังไงบ้างล่ะคะท่านสถาปนิก” มายด์เอ่ยเย้า พรางใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะที่หูกาแฟของตัวเอง จิบมันช้าๆ ขณะรอคำตอบ “ก็... กลมกล่อมดีค่ะ” พราวจำยอมรับเสียงเบา เธอหลบสายตาคู่นั้นโดยการก้มลงมองผิวน้ำกาแฟระเรื่อในแก้ว “หมายถึงกาแฟนะ” เธอรีบต่อท้ายเมื่อเห็นประกายวิบวับในดวงตาของอีกฝ่ายเริ่มเด่นชัดขึ้น บรรยากาศบนโต๊ะอาหารยามเช้าดำเนินไปในแบบที่มันควรจะเป็น... หรืออาจจะพิเศษกว่านั้น มากเสียจนพราวเริ่มหวาดกลัวความคุ้นเคยนี้ทีละน้อย ในอดีต พื้นที่ส่วนตัวของพราวคือป้อมปราการอันมั่นคง ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้ามาล่วงล้ำเส้นแบ่งระหว่าง ‘เพื่อนร่วมห้องชั่วคราว’ กับ ‘พื้นที่ส่วนตัว’ ที่เธอขีดไว้ ทว่า ตั้งแต่มายด์ก้าวเข้ามาในชีวิตเมื่อหลายเดือนก่อนพร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของผลไม้สีแดงและต้นไม้ใบหญ้า กำแพงเหล่านั้นก็ถูกเซาะกร่อนลงทีละนิดอย่างเงียบเชเชียบ พราวมองมือของมายด์ที่กำลังหยิบมีดทาเนยอย่างทะมัดทะแมง เธอนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน—คืนที่ฝนตกหนักจนระบบไฟในตึกขัดข้อง พราวที่กำลังเครียดจัดกับโปรเจกต์ใหญ่จนมือไม้สั่น นั่งขดตัวอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในความมืด มายด์ไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนน้ำเน่าใดๆ แต่เธอเดินเข้ามาเงียบๆ วางแก้วชาอุ่นๆ ไว้ข้างมือ จุดเทียนหอมกลิ่นวานิลลาผสมสตรอว์เบอร์รีที่มุมห้อง แล้วนั่งลงกุมมือที่เย็นเฉียบของพราวไว้เฉยๆ นานร่วมชั่วโมง โดยไม่มีคำพูดใดนอกจากความอบอุ่นที่ส่งผ่านฝ่ามือ ในวินาทีนั้น... พราวเกือบจะเผลอปล่อยน้ำตาแห่งความเหนื่อยล้าออกมาให้คนตรงหน้าเห็นแล้วเชียว ดีที่เธอยั้งสติแล้วดึงมือกลับทันเวลา “วันเสาร์นี้...” เสียงของมายด์ดึงพราวออกจากภวังค์ความคิด “พราวว่างไหมคะ?” พราวเงยหน้าขึ้นจากแก้วกาแฟ ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัยตามสัญชาตญาณระแวดระวัง “วันเสาร์เหรอคะ? ปกติพราวจะเคลียร์งานที่ค้างไว้บนโต๊ะแล้วก็นอนพักผ่อน... ทำไมเหรอคะ มีอะไรรึเปล่า” “เปล่าหรอกค่ะ แค่คิดว่าเราอยู่ด้วยกันมาสักพักแล้ว แต่พราวยังไม่เคยพาฉันไปเดินเล่นในย่านที่พราวออกแบบตึกเลยสักครั้ง” มายด์วางชิ้นขนมปังลง ส่งยิ้มบางๆ ที่เคลือบความคาดหวังไว้จางๆ “ฉันแค่อยากเห็นมุมมองของโลกผ่านสายตาของพราว... ในสถานที่ที่ไม่มีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง” คำชวนนั้นเรียบง่าย ไร้พิธีรีตอง และแทบไม่มีพิษมีภัยใดๆ แต่ทำไมหัวใจของพราวถึงเต้นผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด? การออกไปข้างนอกด้วยกันสองต่อสองในวันหยุด มันก้าวข้ามเส้นแบ่งคำว่า ‘รูมเมท’ ไปไกลโขแล้ว และนั่นคือสิ่งที่พราวพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด—การสร้างความผูกพันที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะรับไหวหากวันหนึ่งมันต้องพังทลายลง “เอ่อ... วันเสาร์แดดน่าจะร้อนนะคะ พราวกะว่าจะอยู่เคลียร์แปลนโครงสร้างให้เสร็จ...” พราวหาข้ออ้างตามระเบียบ พยายามถอยร่นกลับเข้าสู่เซฟโซนของตัวเอง มายด์นิ่งไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยหม่นแสงลงวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ดูฝืนเสียจนคนมองรู้สึกเจ็บแปลกๆ ในอก “นั่นสินะคะ พราวมักจะมีงานสำคัญกว่าเสมอ...” มายด์พึมพำเบาๆ ประโยคหลังแทบจะกลืนหายไปกับเสียงดนตรีแจ๊ส ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเขาทั้งสองทันที บรรยากาศละมุนละไมเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอึดอัดที่พราวเป็นคนสร้างขึ้นเองโดยแท้ เธออ้าปากจะเอ่ยปากแก้ตัวหรือตอบตกลงเพื่อลบเลือนความรู้สึกผิดในแววตานั้น แต่ก่อนที่เสียงของพราวจะได้หลุดลอดออกจากริมฝีปาก... *กริ๊งงงง!* เสียงกริ่งประตูหน้าห้องพักดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายความเงียบงันลงในเสี้ยววินาที ทั้งพราวและมายด์หันไปมองประตูทางเข้าพร้อมกันด้วยความแปลกใจ ในยามเช้าตรู่แบบนี้ และในตึกที่ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาเช่นนี้ ใครกันคือผู้มาเยือนที่ไม่ได้นัดหมาย? พราวขมวดคิ้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินตรงไปยังประตูด้วยความระแวง เธอชะโงกมองผ่านช่องตาแมวเพื่อตรวจสอบใบหน้าของแขกปริศนา ทว่า ทันทีที่สายตาโฟกัสไปยังบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหลังบานประตูกระจกฝ้า ลมหายใจของสถาปนิกสาวก็สะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ใบหน้าที่เธอไม่ได้พบเจอมานานนับปี รอยยิ้มคุ้นเคยที่เคยพังทลายความเชื่อมั่นในความรักของเธอจนย่อยยับ กำลังยืนส่งยิ้มระรื่นอยู่ตรงนั้น พร้อมกับเสียงเคาะประตูซ้ำๆ ที่ดังเร่งเร้าหัวใจให้เต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก “พราว... เปิดประตูให้พี่หน่อยสิครับ... เรามีเรื่องต้องคุยกันนะ” เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านบานประตูเข้ามา ทำให้พราวหน้าซีดเผือด มือที่กำลังจะเอื้อมไปบิดลูกบิดสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้... ขณะที่มายด์ซึ่งเดินตามมาสมทบห่างๆ หยุดยืนนิ่ง และมองแผ่นหลังของพราวด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกับตัวละครของเราในตอนนี้นะคะ "สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี"
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%