"ถ้าคุณพราวขยี้ขมับแรงกว่านี้อีกนิด เส้นผมที่อุตส่าห์ไดร์มาอย่างดีตั้งแต่เช้าคงจะฟูจนกลายเป็นรังนกกระจาบไปแล้วนะคะ"
เสียงทุ้มนุ่มที่ลอยมาพร้อมกับกลิ่นหอมสะอาดของชาคาโมมายล์และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จางๆ ทำให้พราวพรสะดุ้งเล็กน้อย เธอละสายตาจากหน้าจอแล็ปท็อปที่เต็มไปด้วยเส้นสายลายสถาปัตยกรรมและตัวเลขงบประมาณมหาศาล หันไปมองผู้บุกรุกพื้นที่ทำงานยามดึกด้วยแววตาอ่อนล้า
มายด์ยืนอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากไม่ได้เจือความขบขัน มีเพียงความห่วงใยที่ฉายชัดอยู่ในดวงตากลมโตคู่สวย ในมือของหญิงสาวถือแก้วเซรามิกอุ่นๆ ยื่นมาตรงหน้าอย่างรู้จังหวะ
พราวถอนหายใจยาวเหยียด ปล่อยให้ความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ไหลรินผ่านลมหายใจ "พราวเครียดค่ะมายด์ เส้นตายส่งแบบร่างโปรเจกต์คอมเพล็กซ์ใจกลางเมืองถูกขยับเข้ามาอีกสามวัน ลูกค้าก็แก้แล้วแก้อีกจนพราวไม่รู้ว่าตอนนี้งานมันยังเหลือความเป็นตัวตนของพราวอยู่ตรงไหนบ้าง... ทุกอย่างมันดูตี 1 ตี 2 ไปหมดในหัวพราวเลยค่ะ"
น้ำเสียงของสถาปนิกสาวสั่นเครือเล็กน้อย ความสมบูรณ์แบบที่เธอพยายามรักษาไว้ตลอดชีวิตกำลังพังทลายลงทีละน้อยภายใต้กรอบเวลาอันกระชั้นชิด พราวรับแก้วชาอุ่นมาถือไว้ ความร้อนจากเซรามิกถ่ายเทเข้าสู่ฝ่ามือ เยียวยาความหนาแน่นในอกให้คลายลงได้บ้าง ทว่าปมปัญหาในใจยังคงขมวดแน่น
มายด์ไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอวางถาดอุปกรณ์จัดสวนชิ้นเล็กๆ ลงบนพื้นห้องนั่งเล่น ก่อนจะเดินอ้อมมาด้านหลังเก้าอี้ทำงานของพราว ปลายนิ้วเรียวนวดคลึงเบาๆ ที่ต้นคอและบ่าของคนรักงานอย่างระมัดระวัง เป็นสัมผัสที่ไม่ได้ล่วงเกิน แต่เปี่ยมไปด้วยพลังงานบำบัดที่ทำให้กล้ามเนื้อซึ่งเกร็งตัวมานานนับสัปดาห์ค่อยๆ คลายลงทีละนิด
"บางที... การที่เรามองกระดาษแผ่นเดิมซ้ำๆ เป็นร้อยรอบในห้องสี่เหลี่ยมทึบๆ แบบนี้ มันไม่ได้ช่วยให้ไอเดียที่ดีขึ้นหรอกนะคะ" มายด์กระซิบเบาๆ ข้างใบหู น้ำเสียงนุ่มนวลราวกับเสียงกระซิบของสายลม "ออกไปสูดอากาศข้างนอกกันเถอะค่ะ พราวอยู่แต่ในนี้นานเกินไปแล้วนะ"
"แต่ว่างาน..."
"งานรอนได้ค่ะ แต่ความสุขและสุขภาพของคนตรงหน้ามายด์ รอไม่ได้หรอกนะคะ" มายด์ดึงมือพราวให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างอ่อนโยน แรงดึงนั้นไม่ได้บังคับ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นจนพราวไม่อาจปฏิเสธ
ระเบียงห้องพักกว้างขวางที่เคยเป็นเพียงพื้นที่เก็บของและวางคอมเพรสเซอร์แอร์ บัดนี้ถูกแปรสภาพด้วยฝีมือของมายด์ในยามวิกาล แสงไฟสีส้มอบอุ่นจากหลอดไฟราวเล็กๆ ที่ถูกนำมาขึงโยงไว้กับราวระเบียงส่องประกายสลัว ท่ามกลางกระถางต้นไม้ใบเขียวหลากหลายขนาดที่ถูกจัดวางอย่างมีศิลปะ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ยามค่ำคืนและดินชื้นๆ ลอยแตะจมูกทันทีที่ประตูกระจกเปิดออก
พราวยืนนิ่งงันด้วยความประหลาดใจ พื้นที่รกร้างที่เธอเคยเมินเฉย บัดนี้กลายเป็นมุมสวนหย่อมขนาดกะทัดรัดที่ดูราวกับยกธรรมชาติย่อมๆ มาไว้บนตึกสูงใจกลางเมือง พื้นระเบียงถูกปูทับด้วยแผ่นไม้ระแนงสีอ่อน เดินสบายเท้า มีเก้าอี้สนามเบาะนุ่มตัวยาวตั้งอยู่มุมหนึ่ง พร้อมหมอนอิงลายใบไม้สีเขียวขจี
"มายด์... ทำตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย?" พราวถามเสียงแผ่ว ดวงตาคู่สวยกวาดมองความเปลี่ยนแปลงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
"ก็ช่วงบ่ายที่คุณพราวก้มหน้าก้มตาอยู่กับแบบร่าง จนลืมแม้กระทั่งทานมื้อเที่ยงยังไงล่ะคะ" มายด์ทรตัวลงนั่งบนเก้าอี้สนาม ตบเบาะข้างๆ เป็นเชิงชวน "มานั่งตรงนี้สค่ะ ปิดคอมพิวเตอร์ ปิดสมองส่วนสถาปนิกจอมเนียบไว้ชั่วคราว แล้วมาเป็นแค่พราวพรเฉยๆ ที่อยากพักผ่อนก็พอนะคะ"
พราวยอมทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ความเย็นสบายของอากาศยามด่ำคืนปะทะเข้ากับผิวหน้า ปนกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาและกลิ่นกายเฉพาะตัวของมายด์ที่นั่งอยู่ชิดใกล้ ไหล่ของพวกเธอแนบชิดกันโดยไม่มีใครขยับหนี ความเงียบสงบที่โรยตัวอยู่รอบกายไม่ได้น่าอึดอัด หากแต่เต็มไปด้วยความเข้าใจลึกซึ้งที่สื่อสารกันได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด
"บางครั้งพราวก็กลัวนะคะมายด์..." จู่ๆ พราวด์ก็เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ ทอดสายออกไปยังแสงไฟระยิบระยับของตึกรามบ้านช่องเบื้องล่าง "กลัวว่าตัวเองจะทำได้ไม่ดีพอ กลัวว่าความคาดหวังของคนอื่นจะพังทลายลงถ้าโปรเจกต์นี้ไม่สมบูรณ์แบบ และที่กลัวที่สุดคือ... กลัวว่าวันหนึ่งพราวจะไม่มีแรงผลักดันเหลือพอที่จะเดินต่อไปข้างหน้า"
มายด์หันมามองเสี้ยวหน้าของคนที่กำลังกังวลกับโลกใบใหญ่ มือเรียวเอื้อมไปกุมมือบางของพราวไว้หลวมๆ สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจที่กำลังเหนื่อยล้า
"คุณพราวไม่ต้องแบกรับโลกทั้งใบไว้คนเดียวหรอกนะคะ" มายด์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังและมั่นคง "จำไว้นะคะว่า ต่อให้งานชิ้นนี้จะออกมาเป็นอย่างไร หรือต่อให้วันไหนที่คุณพราวรู้สึกว่าตัวเองเดินต่อไม่ไหวแล้ว... พื้นที่ตรงนี้ และคนข้างๆ คนนี้ จะยังคงรอต้อนรับและโอบกอดคุณพราวเสมอ ไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ"
หัวใจของพราวเต้นผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความเครียดจากงาน แต่เป็นเพราะความอบอุ่นมหาศาลที่เอ่อล้นขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกันในแสงไฟสลัว บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ มีเพียงเสียงหัวใจของกันและกันที่ดังชัดเจนยิ่งกว่าเสียงเมืองใหญ่เบื้องล่าง
พราวระบายยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน เป็นรอยยิ้มที่จริงใจและงดงามที่สุดเท่าที่มายด์เคยเห็นมา สถาปนิกสาวขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม มือที่ประสานกันอยู่กระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ
แต่ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเข้าใกล้กันมากกว่านั้น เสียงกริ่งประตูหน้าห้องพักก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศละมุนละไมให้แตกกระจายในเสี้ยววินาที
พราวสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังกลับมานั่งตัวตรงด้วยความตกใจ ขณะที่มายด์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจระคนไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ
เสียงเคาะประตูดังตามมาติดๆ พร้อมกับเสียงเรียกที่คุ้นเคยจนทำให้เลือดในกายของพราวเย็นเฉียบ
"พราว! ลูกอยู่ข้างในใช่ไหม? เปิดประตูให้แม่เดี๋ยวนี้เลยนะ!"
สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอบอุ่นหัวใจไปกับพราวและมายด์ในตอนนี้นะคะ
พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี•ตอนที่ 7
งานออกแบบชิ้นใหม่
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!