กระดาษสี่แผ่นถูกวางเรียงลงบนโต๊ะไม้สักสีอ่อนอย่างเป็นระเบียบ ราวกับมันกำลังถูกประเมินโดยกรรมการผู้เข้มงวดที่สุดในโลกสถาปัตยกรรม เสียงปลายนิ้วเรียวของพราวเคาะลงบนแผ่นกระดาษเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ บ่งบอกถึงความไม่ยอมประนีประนอมต่อความวุ่นวายใดๆ ที่กำลังจะคืบคลานเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ
"นี่คือข้อตกลงในการใช้ชีวิตร่วมกันสามเดือนค่ะ มายด์"
พราวเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้าม น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบและเป็นทางการเสียจนบรรยากาศในห้องนั่งเล่นที่ควรจะอบอุ่น กลับกลายเป็นห้องประชุมขนาดย่อมไปเสียอย่างนั้น เธอกลืนก้อนความประหม่าลงคออย่างเงียบเชียบ ปมในใจเรื่องการเปิดรับใครสักคนเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัยยังคงทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังอย่างแน่นหนา พราวกลัวเหลือเกิน—กลัวว่าการมีอยู่ของมายด์จะค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาพังทลายระเบียบที่เธอใช้เวลาสร้างมันขึ้นมาทั้งชีวิตจนไม่เหลือชิ้นดี
ฝั่งตรงข้ามโต๊ะ มายด์ไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือเคร่งเครียดตามเลยแม้แต่น้อย ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวสบายตาเอียงคอมองเอกสารแผ่นนั้นเล็กน้อย ริมฝีปากอิ่มระบายรอยยิ้มบางๆ ที่พราวคุ้นเคย—รอยยิ้มที่มักจะทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างไร้เหตุผลมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย
กลิ่นหอมจางๆ ของแยมสตรอว์เบอร์รีโฮมเมดที่มายด์เคี่ยวไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ลอยวนอยู่ในอากาศ เจือจางแต่ทว่าชัดเจน ราวกับจงใจท้าทายความเคร่งครัดของสถาปนิกสาว
"ไหนคะ ขอดูหน่อยสิว่าสถาปนิกคนเก่งร่างกฎหมายฉบับนี้ไว้อย่างไรบ้าง" มายด์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทุบทำลายกำแพงความตึงเครียดที่พราวตั้งใจสร้างขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
พราวกระแอมเบาๆ เพื่อปรับน้ำเสียงให้กลับมามั่นคง ก่อนจะใช้นิ้วเรียวชี้ไปยังข้อแรกของกระดาษแผ่นแรก
"ข้อที่หนึ่ง... พื้นที่ทำงานในห้องนั่งเล่นต้องถูกแบ่งเขตอย่างชัดเจน ห้ามนำอุปกรณ์จัดสวน ดิน กระถางต้นไม้ หรือเศษใบไม้ใดๆ ล้ำเส้นเข้ามาฝั่งโต๊ะเขียนแบบของฉันเด็ดขาด เพราะความชื้นอาจจะทำลายกระดาษไขและแปลนงานของฉันเสียหายได้"
พราวช้อนตาขึ้นมอง เพื่อคาดหวังจะเห็นปฏิกิริยาการยอมจำนน แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับเป็นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของคนฟัง
"อืม... ฟังดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดีนะคะ แต่ถ้าเกิดว่ามีต้นไม้สักกระถางที่คิดถึงแดดฝั่งนั้นขึ้นมาล่ะคะ เราจะเจรจากันได้ไหมนะ" มายด์เอ่ยหยอกเย้า ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับราวกับเด็กน้อยที่กำลังสนุกสนานกับการแกล้งพี่เลี้ยงใจAร้าย
"ไม่ได้ค่ะ กฎก็คือกฎ!" พราวรีบปฏิเสธเสียงแข็ง พยายามดึงสีหน้าให้กลับมาจริงจังที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความหวั่นไหวในดวงตาของตัวเอง "เรามาต่อกันที่ข้อสอง..."
พราวดึงกระดาษแผ่นถัดมาขึ้นมาด้วยท่าทางจริงจัง
"ข้อที่สอง ห้ามใช้เสียงดังหลังสามทุ่ม เนื่องจากฉันต้องใช้สมาธิในการทบทวนแบบก่อสร้าง และต้องการการพักผ่อนที่มีคุณภาพ"
"เข้าใจแล้วค่ะ..." มายด์รับคำเสียงหวาน ขยับตัวเข้ามาใกล้โต๊ะไม้สักอีกนิดจนกลิ่นหอมหวานละมุนของสตรอว์เบอร์รีลอยแตะจมูกพราวชัดเจนขึ้น "แปลว่าหลังสามทุ่ม ถ้าเราจะคุยกัน... ต้องกระซิบเท่านั้นใช่ไหมคะ"
คำถามนั้นมาพร้อมกับใบหน้าที่โน้มเข้ามาใกล้กว่าระยะที่ควรจะเป็น พราวชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงาสะท้อนในดวงตาคู่สวยของมายด์มีเพียงภาพของเธอคนเดียว ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป มากเกินกว่าที่เกราะป้องกันของพราวจะรับมือไหว
"มะ... ไม่จำเป็นต้องกระซิบค่ะ แค่ลดระดับเสียงให้อยู่ในเร้นท์ปกติก็พอ" พราวหลบสายตา เส-แสร้งทำเป็นสนใจตัวหนังสือบนกระดาษเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "ละ... แล้วก็ข้อสุดท้าย ข้อที่สาม..."
พราวกัดริมฝีปากเล็กน้อยด้วยความประหม่า ก่อนจะเอ่ยกฎที่เธอคิดว่าเด็ดขาดและสำคัญที่สุดออกมา
"ข้อที่สาม ห้าม... ห้ามมีความรู้สึกผูกพันเกินเลยกว่าความเป็น 'เพื่อนสนิท' ต่อกันเด็ดขาด เพราะเราตกลงกันแค่เรื่องรูมเมท..."
เสียงของพราวขาดหายไปกลางคัน เมื่อมือเรียวอุ่นจัดของมายด์เอื้อมมาแตะลงบนแผ่นกระดาษข้อที่สามนั้นเบาๆ ปลายนิ้วของมายด์สัมผัสโดนหลังมือของพราวโดยบังเอิญ ความอุ่นซ่านแล่นริ้วผ่านผิวสัมผัสจนพราวสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อตเข้าที่หัวใจ
มายด์ไม่ได้ถอนมือออก เธอกลับวางทับลงบนมือของพราวที่กำลังถือกระดาษอยู่ นัยน์ตาคู่สวยมองตรงมาที่พราวด้วยความลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมาอธิบาย ความอ่อนโยนที่ฉายชัดอยู่ในแววตานั้นทำเอาพราวสมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ
"กฎสามข้อนี้... ฟังดูยากจังนะคะ พราว" มายด์เอ่ยกระซิบเบาๆ น้ำเสียงของเธอทุมนุ่มและใกล้ชิดเสียจนสถาปนิกสาวผู้รักความสมบูรณ์แบบรู้สึกราวกับพื้นดินใต้ฝ่าเท้ากำลังจะพังทลาย
"มะ... มันไม่ได้ยากเลยสักนิด ถ้าเธอทำตาม..." พราวพยายามเค้นเสียงออกมาให้หนักแน่นที่สุด แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกแล้วก็ตาม
"แต่พราวกำลังทำลายกฎข้อที่สามด้วยซ้ำนะคะ" รอยยิ้มละมุนละไมปรากฏขึ้นบนเรียวปากของมายด์ รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเยาะหยันเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความอบอุ่นและการยอมจำนนที่เปี่ยมล้น "เพราะถ้าเราเป็นแค่รูมเมทกันจริงๆ... ทำไมหัวใจของพราวถึงเต้นดังจนฉันได้ยินขนาดนี้ล่ะคะ"
พราวเบิกตากว้าง อ้าปากค้างแต่พูดไม่ออก ความลับที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้กฎระเบียบและข้อบังคับมากมาย ถูกเปิดโปงอย่างง่ายดายด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียวของคนตรงหน้า
ก่อนที่พราวจะได้ทันตั้งตัวหรือหาข้อแก้ตัวใดๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ทำลายความเงียบงันและบรรยากาศอันชวนใจสั่นในห้องนั่งเล่นลงทันที
มายด์ชะתักมือกลับเบาๆ แล้วหันไปมองทางประตูหน้าห้องด้วยความประหลาดใจ
พราวขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ใครกันที่จะมาหาเธอยามวิกาลแบบนี้ ในเมื่อเธอไม่เคยบอกใครเลยว่าย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่กับมายด์แล้ว
มือเรียวของพราวตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู ด้วยความหวังว่ามันจะเป็นเพียงแค่คนส่งของส่งผิดห้อง แต่เมื่อบานประตูถูกเปิดออกจนสุด ภาพของบุคคลที่ไม่คาดฝันยืนส่งยิ้มกริ่มอยู่หน้าห้องพัก กลับทำให้เลือดในกายของพราวเย็นเฉียบลงในพริบตา—
"เซอร์ไพรส์จ่ะ น้องพราว... ไม่คิดเลยใช่ไหมล่ะคะว่าพี่จะตามมาเจอหนูถึงที่นี่ได้"
สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกับพราวและมายด์ในตอนนี้นะคะ
พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี•ตอนที่ 3
กฎเหล็กสามข้อ
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!