เสียงแฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส ดังสนั่นจนกลบเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมที่เงียบงันไปเสียสนิท
"แก้ใหม่ทั้งหมดค่ะคุณมายด์... ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าสัดส่วนของสวนแนวตั้งเซקชันนี้ มันใช้งานจริงไม่ได้ในเชิงโครงสร้าง พราวไม่ได้จ้างให้คุณมาวาดภาพฝันเล่นๆ บนกระดาษนะคะ แต่นี่คือโปรเจกต์มูลค่าหลายสิบล้าน!"
น้ำเสียงของพราว (พราวพร) แข็งกระด้างและเฉียบคมราวกับใบมีดโกน แววตาที่เคยฉายแววอ่อนโยนยามมองหน้าคนตรงข้าม บัดนี้กลับมีแต่ความเหนื่อยล้า ความเครียดขึง และความหงุดหงิดที่สะสมมานานแรมเดือนจากกองงานที่สูงท่วมหัว บีบให้เธอกลายเป็นคนละคน
มายด์ (มณิการ์) ชะงักค้าง ปลายนิ้วเรียวที่กำลังถือแท็บเล็ตแสดงแบบร่างสวนสตรอว์เบอร์รีออร์แกนิกสำหรับโครงการรีสอร์ทหรูสั่นระริกเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆ ที่มักจะประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ ยามนี้เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอึดอัดที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ
"มายด์ไม่ได้วาดเล่นนะคะพราว... โครงสร้างเหล็กดัดตัวนี้ มายด์ปรึกษากับวิศวกรโยธาแล้วว่ารับน้ำหนักได้..." มายด์พยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจดวงน้อยจะกระตุกวูบด้วยความน้อยใจ
"วิศวกรคนไหนคะ? หรือว่าคุณใช้ความรู้สึกส่วนตัวตัดสินอีกแล้ว!" พราวสวนกลับทันควันโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้พูดจบ สันจมูกรั้นเชิดขึ้นด้วยความถือดี นิ้วเรียวเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะรัวเร็ิตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน "ช่วงนี้คุณเป็นอะไรคะมายด์ ทำไมงานถึงตกลงไปเยอะขนาดนี้ หรือว่า... เพราะเราใกล้ชิดกันเกินไป จนคุณคิดว่าพราวจะหลับตาข้างหนึ่งปล่อยผ่านงานห่วยๆ ให้คุณได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอคะ!"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาจากความเครียดและแรงกดดันมหาศาล เปรียบเสมือนลูกดอกอาบยาพิษที่พราวตั้งใจปาออกไปเพื่อระบายอารมณ์ โดยหลงลืมไปชั่วขณะว่า... คนที่กำลังยืนรับคมมีดเหล่านั้นอยู่ คือคนเดียวกับคนที่คอยซับน้ำตาและอยู่เคียงข้างเธอมาโดยตลอด
บรรยากาศในห้องประชุมแคบๆ กลับอึมครึมลงถนัดตา กลิ่นหอมจางๆ ของสตรอว์เบอร์รีที่มักจะลอยวนอยู่รอบตัวมายด์ยามที่เธอเข้าใกล้ ดูเหมือนจะเจือจางลงไปแทนที่ด้วยความเย็นชาที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
มายด์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยไหวระริกด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอขึ้นมาฟ้องความเสียใจ แต่เธอก็เลือกที่จะกลืนมันกลับลงไปอย่างยากลำบาก ความเงียบงันที่ทอดยาวระหว่างคนทั้งสองน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงตะคอกใดๆ ทั้งสิ้น
"ถ้าพราวคิดว่างานของมายด์มันแย่ขนาดนั้น..." มายด์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นก้อนสะอื้น น้ำเสียงที่เคยอบอุ่นสั่นพร่าเบาหวิวจนแทบไม่ได้ยิน "และถ้าการที่เราอยู่ใกล้กัน... มันทำให้พราวต้องมานั่งเหนื่อยใจกับความไม่มีประสิทธิภาพของมายด์ล่ะก็..."
ห้วงเวลาคล้ายหยุดหมุน ปลายพู่กันแห่งความสัมพันธ์ที่เคยช่วยกันระบายสีสันในพื้นที่หัวใจ คล้ายกำลังจะถูกลบเลือนด้วยยางลบแห่งความทิฐิ
"ขอโทษนะมายด์..." พราวหลบสายตา กลั้นใจเอ่ยประโยคที่ทำร้ายจิตใจคนฟังมากที่สุดออกมา "ช่วงนี้... เราว่าเราควรเว้นระยะห่างกันสักพักดีกว่านะ"
ประโยคสั้นๆ แต่บาดลึกราวกับคมมีดกรีดลงบนกลางใจ มายด์นิ่งค้างไปชั่วอึดใจ แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความหวังและประกายความรักยามมองพราว แตกสลายลงในพริบตา ความรู้สึกเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ออก
"ค่ะ..." มายด์เปล่งเสียงออกมาได้เพียงคำเดียวสั้นๆ ก่อนจะค่อยๆ วางแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะกระจกอย่างทะนุถนอม ราวกับสิ่งนั้นคือสิ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่เพื่อค้ำจุนศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ของเธอ "ถ้าพราวต้องการแบบนั้น... มายด์จะจัดการให้ค่ะ"
ร่างโปร่งบางของนักจัดสวนสาวหมุนตัวกลับช้าๆ ก้าวเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างไร้ซุ่มเสียง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันอันน่าอึดอัดและกลิ่นหอมจางๆ ที่ค่อยๆ จางหายไปในอากาศ
พราวยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น เธอยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ด้วยความหงุดหงิดพลุ่งพล่าน หัวใจเต้นแรงด้วยความโกรธระคนหวาดกลัว แต่ทว่า... ทันทีที่ประตูกระจกปิดลงและความเงียบเข้าครอบงำ ความรู้สึกวูบโหวงแปลกประหลาดก็พุ่งเข้าเกาะกุมหัวใจของเธอทันที
*มันเกิดอะไรขึ้นกับเรา ทำไมถึงต้องพูดจาร้ายกาจแบบนั้นออกไปล่ะพราว...*
เสียงก้องในหัวเริ่มประท้วงความใจร้อนของตัวเอง พราวกัดริมฝีปากแน่น สาวเท้าเดินไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่เพื่อมองลงไปยังเบื้องล่าง หวังจะเห็นแผ่นหลังของคนที่เธอเพิ่งขับไล่ไสส่ง แต่ทว่า สายตากลับสะดุดเข้ากับร่างของใครบางคนที่กำลังก้าวเข้ามาในล็อบบี้ของบริษัทเสียก่อน
ชายหนุ่มในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบ เรือนผมเซ็ตเข้ารูปอย่างดี ใบหน้าคมคายที่พราวคุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังกวาดสายตามองหาใครบางคน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ขณะที่เขาควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหา... และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของพราวก็ดังขึ้นแผדเบา
ชื่อบนหน้าจอโทรศัพท์ปรากฏเป็นชื่อของ 'กรณ์' อดีตคนรักเก่าผู้เป็นต้นเหตุของแผลใจในอดีต และเป็นบุคคลเดียวที่พราวพยายามหลบหน้ามาตลอดหลายเดือน
ไม่เพียงแต่จะปรากฏตัวที่บริษัทอย่างไม่คาดฝัน ประตูห้องประชุมที่ควรจะปิดสนิท กลับถูกผลักเปิดออกอีกครั้งด้วยฝีมือของเลขาหน้าห้อง พร้อมกับเสียงรายงานที่ทำให้เลือดในกายของพราวเย็นเฉียบ
"คุณพราวคะ... คุณกรณ์มาขอพบค่ะ เธอบอกว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องคุยกับคุณเป็นการส่วนตัวค่ะ"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและโอบกอดตัวละครของพวกเรามา ณ ที่นี้นะคะ
"สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี"
พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี•ตอนที่ 29
ความเครียดสะสม
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!