"ลูกคิดว่า... ถ้าวันหนึ่งเราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่แค่ในกรอบที่คนอื่นขีดไว้ สังคมเขาจะมองเรายังไงเหรอพราว"
ประโยคเรียบเรื่อยที่ลอยละลิ่วมาจากริมฝีปากของคุณแม่ ในยามที่กาน้ำชาเซรามิกสีขาวกำลังส่งไอคุกรุ่นบนโต๊ะอาหาร ทำเอาปลายนิ้วที่กำลังคีบชิ้นสตรอว์เบอร์รีเค้กของพราวถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ
กลิ่นหอมหวานของวานิลลาและผลไม้สีแดงสดที่เคยเย้ายวนใจเมื่อครู่ กลับกลายเป็นรสชาติฝื่อนฝาดที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในทันที พราวค่อยๆ วางส้อมลงบนจานอย่างเบามือที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเสียงกระทบที่อาจทำให้มารดาจับสังเกตความสั่นไหวในดวงตาของเธอได้
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณแม่เปรยเรื่องอนาคต แต่ทุกครั้งที่ท่านพูดถึง "เส้นทางปกติที่ผู้หญิงควรจะเดิน" มันมักจะมีน้ำหนักกดทับลงมาบนหัวใจของสถาปนิกสาวเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ในช่วงเวลาที่หัวใจของเธอกำลังเอนเอียงไปหาใครอีกคนอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
"คุณแม่หมายถึงเรื่องอะไรหรือคะ..." พราวพยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าก้อนเนื้อในอกจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกซี่โครง
"ก็เรื่องอนาคตของลูกนั่นแหละจ่ะ" คุณแม่ตักชาใส่ถ้วยให้ลูกสาว สายตาที่ผ่านโลกมามากมองลอดผ่านกรอบแว่นสายตาด้วยความห่วงใยที่แฝงไปด้วยความคาดหวัง "แม่เห็นลูกกับตามายด์ตัวติดกันมาตั้งแต่เด็กจนโต ช่วยเหลือกัน ทำสวนด้วยกัน จนคนแถวบ้านเขาเริ่มแซวกันหนาหูแล้วนะพราว... แม่นะ ไม่ได้หัวโบราณหรอกลูก แต่ลูกก็รู้ว่าสังคมบ้านเรามันเป็นยังไง สายตาคนนอกเขาไม่ได้มองด้วยความเข้าใจเสมอไปหรอกนะ"
คำว่า *'สายตาคนนอก'* และ *'สังคม'* พุ่งตรงเข้ามาราวกับลูกดอกที่ปักเข้ากลางเป้า
พราวเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ภาพความทรงจำเมื่อวานซืนผุดขึ้นมาในหัว—ภาพที่มายด์เอื้อมมือมาเช็ดคราบดินบนแก้มให้เธอด้วยความทะนุถนอม รอยยิ้มอบอุ่นที่ส่งมาให้ และกลิ่นอายสตรอว์เบอร์รีจางๆ ที่ทำให้เธอกล้าที่จะเปิดประตูห้องหัวใจออกทีละนิด... ทุกอย่างมันงดงามและบริสุทธิ์เกินกว่าที่ใครจะมาตีตราว่ามันเป็น "ความผิดปกติ" ในสายตาของคนอื่น
แต่กระนั้น ความกลัวที่ฝังรากลึกในใจของพราวตั้งแต่เด็กเกี่ยวกับ "การทำตัวให้ผิดแผกจากความคาดหวังของสังคม" ก็ตื่นขึ้นมาแผดเผา
"พราวกับมายด์... เราก็แค่เพื่อนที่เข้าใจกันดีค่ะแม่" พราวเลือกที่จะใช้คำตอบเซฟโซน คำตอบที่เธอใช้ปกป้องตัวเองมาโดยตลอด แต่วันนี้... ทำไมมันถึงรู้สึกเหมือนเธอกำลังปฏิเสธตัวตนของมายด์ และปฏิเสธความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองด้วยล่ะ
คุณแม่ถอนหายใจเบาๆ สายตาที่มองลูกสาวเต็มไปด้วยความกังวล "แม่ก็ภาวนาให้มันเป็นแค่นั้นแหละจ่ะ... เพราะถ้ามันเลยเถอะไปมากกว่านี้ คนที่จะเจ็บที่สุดก็คือตัวลูกเอง จำคำแม่ไว้นะพราว โลกใบนี้ไม่ได้ใจดีกับคนที่เดินสวนกระแสเสมอไปหรอก"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมโต๊ะอาหารทันที มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาบนผนังที่เดินหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง พราวนั่งนิ่งค้าง ปล่อยให้ความกังวลและความกลัวกัดกินพื้นที่ในใจทีละน้อย เธอเป็นสถาปนิกที่ออกแบบตึกสูงตระหง่านให้ทนทานต่อแรงพายุได้ แต่ทำไม... เธอกลับรู้สึกว่าโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเชอกับมายด์ ช่างเปราะบางและพร้อมจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อหากต้องเผชิญกับแรงต้านทานจากโลกภายนอก
ตกบ่าย พราวขอตัวปลีกวิเวกขึ้นมาบนห้องทำงานส่วนตัว บรรยากาศรอบตัวที่เคยจัดระเบียบไว้อย่างสมบูรณ์แบบ กลับดูน่าอึดอัดและคับแคบลงถตาเห็น เธอยืนมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใส มองเห็นแปลงดอกไม้เล็กๆ ที่จัดแต่งอย่างประณีตโดยฝีมือของใครอีกคนที่อยู่บ้านหลังข้างๆ
มายด์กำลังก้มๆ เงยๆ รดน้ำต้นสตรอว์เบอร์รีพันธุ์ประดับที่เธอเพิ่งเอามาฝากเมื่อสัปดาห์ก่อน ท่าทางอ่อนโยน รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก และแสงแดดยามบ่ายที่ตกกระทบเรือนผมสีน้ำตาลอ่อน ภาพนั้นช่างงดงามราวกับภาพวาดในนิตยสารแต่งสวน แต่ในหัวของพราวมันกลับเต็มไปด้วยเสียงเตือนของคุณแม่วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา
*“ถ้ามันเลยเถอะไปมากกว่านี้ คนที่จะเจ็บที่สุดก็คือตัวลูกเอง...”*
มือบางยกขึ้นกุมขมับ ความเครียดและความลังเลตีรวนกันจนปั่นป่วน เธอไม่กลัวความเหนื่อยยาก ไม่กลัวการเริ่มต้นใหม่ แต่สิ่งที่พราวกลัวที่สุด... คือการทำให้มายด์ต้องมาแปดเปื้อนกับสายตาดูแคลนหรือคำครหาจากคนรอบข้าง หากพวกเธอก้าวข้ามเส้นคำว่า "เพื่อนสนิท" ไปจริงๆ
เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นเบาๆ สามครั้ง—สัญญาณลับที่รู้กันแค่สองคน
พราวสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานกันระหว่างความดีใจและความหวาดกลัว เธอเดินลงมาช้าๆ ที่ชั้นล่าง เปิดประตูบ้านออกกึ่งหนึ่ง ก็พบกับใบหน้าหวานละมุนที่มักจะมีรอยยิ้มรอต้อนรับเธอเสมอ
"พราว... วันนี้เราอบพายสตรอว์เบอร์รีสูตรพิเศษมาฝากด้วยนะ ยังอุ่นๆ อยู่เลย" มายด์ส่งยิ้มกว้างให้ ดวงตาสุกใสเป็นประกายด้วยความหวังดี โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้โลกภายในใจของพราวกำลังสั่นคลอนแค่ไหน
พราวมองกล่องขนมในมือของมายด์ สลับกับรอยยิ้มนั้น ความรู้สึกผิดและกำแพงความกลัวที่เพิ่งถูกก่อขึ้นโดยคำพูดของแม่ ทำให้เธอยืนนิ่งงัน ไม่ยอมเอื้อมมือไปรับเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
มายด์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ เจือจางลงเมื่อสังเกตเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความลังเลและห่างเหินของคนตรงหน้า
"พราว... เป็นอะไรหรือเปล่า? สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย หรือว่าเรามารบกวนเวลาทำงาน?" มายด์ถามเสียงแผ่ว ความห่วงใยฉายชัดในน้ำเสียง
พราวเม้มปากแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความอึดอัด เธออยากจะโผเข้ากอดร่างบางตรงหน้าเพื่อหาที่พึ่งพิงเหมือนเคย แต่คำเตือนและภาพอนาคตที่แม่ฉายให้ดูกลับรั้งแขนเธอไว้ ปลายเลิฟจิกเข้าหากันจนเจ็บ
"มายด์..." พราวเปล่งเสียงออกมาได้แค่นั้น ลำคอมันตีบตันจนพูดต่อไม่ออก
ในจังหวะที่ความเงียบกำลังทำร้ายหัวใจทั้งสองดวงให้เจ็บปวด มายด์ก็ขยับตัวเข้าใกล้พราวอีกนิดอย่างคุ้นเคย พร้อมกับยื่นมือเรียวหมายจะแตะหลังมือของเธอเพื่อปลอบประโลมเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
แต่ทว่า... พราวกลับชักมือหลบตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว!
ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งราวกับโลกหยุดหมุน ดวงตาคู่สวยของมายด์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเจ็บปวดและความตกใจฉายวาบผ่านนัยน์ตาคู่นั้นอย่างปิดไม่มิด ก่อนที่มือที่ยื่นออกมาจะค่อยๆ ลดลงข้างลำตัวอย่างช้าๆ
"ขอโทษนะมายด์..." พราวหลบสายตา กลั้นใจเอ่ยประโยคที่ทำร้ายจิตใจคนฟังมากที่สุดออกมา "ช่วงนี้... เราว่าเราควรเว้นระยะห่างกันสักพักดีกว่านะ"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความรู้สึกที่ซับซ้อนของพราวและมายด์ในตอนนี้นะคะ
พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี•ตอนที่ 28
คำเตือนจากแม่
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!