พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี•ตอนที่ 27

การมาเยือนของครอบครัว

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
กลิ่นอายจางๆ ของแยมสตรอว์เบอร์รีเคี่ยวใหม่ที่ลอยวนอยู่ในห้องครัวขนาดกะทัดรัด กลายเป็นสิ่งเดียวที่พอจะช่วยยื้อสติอันกระเจิดกระเจิงของพราวเอาไว้ได้ ในวินาทีที่บานประตูห้องเปิดผางออกพร้อมกับร่างของ ‘คุณหญิงอรพรรณ’—มารดาผู้ให้กำเนิดผู้ไม่เคยเคาะประตูก่อนเข้าห้องลูกสาวเลยแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต “พราว... นี่ลูกปล่อยให้ห้องรกขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เสียงทุ้มห้วนที่เจือแววติติงตามวิสัยของคนเจ้าระเบียบดังขึ้นทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู สายตาคมกริบกวาดสำรวจไปทั่วห้องสตูดิโอโทนอุ่น ก่อนจะสะดุดเข้ากับบางสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของพราวสะดุดกึก แก้วกาแฟเซรามิกสองใบที่วางเคียงคู่กันบนโต๊ะทำงาน ตัวหนึ่งเป็นของพราวที่มีรอยลิปสติกสีพีชจางๆ ส่วนอีกใบ... เป็นแก้วลายดอกไม้ป่าสีฟ้าอ่อนที่เพิ่งถูกใช้งานไปสดๆ ร้อนๆ และที่สำคัญที่สุดคือ ร่างโปร่งของมายด์ที่ยืนถือผ้ากันเปื้อนลายตารางอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว โดยมีเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนรวบหลวมๆ ไว้ด้านหลัง เผยให้เห็นต้นคอขาวผ่องที่ตอนนี้ขึ้นสีระเรื่อด้วยความประหม่า “คุณแม่... มาได้ยังไงคะเนี่ย ไม่เห็นโทรบอกล่วงหน้าเลย” พราวรีบก้าวเข้าไปขวางกลางระหว่างมารดากับโต๊ะทำงาน หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความกลัวที่ฝังรากลึกมาตั้งแต่เด็ก—ความกลัวที่จะทำอะไรไม่ถูกใจแม่ และความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตอนนี้ คือการถูกล่วงรู้ความลับที่เธอกำลังซ่อนไว้ในซอกหลืบของหัวใจ “ถ้าแม่โทรบอก ลูกคงเก็บกวาดหลักฐานหมดห้องแล้วสินะ” อรพรรณปรายตามองลูกสาวด้วยหางตา ก่อนจะเบนสายตาไปยังหญิงสาวอีกคนที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง “อ้าว... หนูมายด์ อยู่ด้วยหรอกเหรอจ๊ะ วันนี้ไม่มีงานที่สวนหรือไง ถึงมาป้วนเปี้ยนอยู่ห้องคนอื่นแต่หัวค่ำแบบนี้” คำถามเรียบๆ แต่แฝงด้วยรังสีบางอย่างทำเอาบรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบทันที มายด์วางผ้ากันเปื้อนลงบนเคาน์เตอร์อย่างระมัดระวัง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความสงบ ก่อนจะส่งยิ้มสุภาพตามแบบฉบับของเธอออกไป “สวัสดีค่ะคุณนัด พอดีมายด์แวะเอาต้นโรสแมรี่ที่เพิ่งตัดแต่งกิ่งมาฝากพราวค่ะ แล้วก็เลยช่วยดูเรื่องการจัดวางมุมพักผ่อนให้นิดหน่อยด้วยค่ะ” มายด์ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราบเรียบ ไม่สั่นไหว แม้ว่าปลายนิ้วที่ประสานกันอยู่หน้าท้องจะจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว “เหรอจ๊ะ... ดีจันทร์ดีนะ เป็นเพื่อนบ้านกันนี่ช่วยเหลือกันดีจริงๆ” อรพรรณลากเสียงยาวอย่างมีความหมาย สายตาคู่คมกวาดมองไปทั่วห้องอีกครั้ง ไล่ตั้งแต่โซฟาตัวนุ่มที่มีหมอนอิงวางชิดกันผิดปกติ ไปจนถึงเสื้อฮู้ดสีครีมตัวโคร่งของมายด์ที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้ทำงานของพราว พราวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือบางที่ซ่อนอยู่ข้างลำตัวกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความอึดอัดนี้มันหนักหน่วงเสียยิ่งกว่าตอนที่เธอต้องยืนพรีเซนต์งานต่อหน้าคณะกรรมการบริษัทระดับประเทศเสียอีก เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องงาน แต่มันคือพื้นที่ส่วนตัว... พื้นที่หัวใจที่เธออุตส่าห์บรรจงระบายสีมันขึ้นมาทีละนิดด้วยความกล้าหาญ แต่ตอนนี้มันกำลังถูกสายตาจับผิดของผู้เป็นแม่ล่วงล้ำเข้ามาทีละคืบ “คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังคะ เดี๋ยวพราวสั่งอะไรให้ทานนะ หรือจะกลับไปทานที่บ้าน...” พราวพยายามเปลี่ยนเรื่อง น้ำเสียงเริ่มสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ “ยังไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง พราว” อรพรรณหันกลับมามองลูกสาว สายตานั้นเต็มไปด้วยความคาดคั้นที่เดาทางไม่ได้ “แม่แค่อยากรู้ว่า ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ลูกสาวผู้รักความสันโดษ ยอมให้ใครก็ไม่รู้เข้ามาใช้เวลาอยู่ในห้องส่วนตัวจนดึกดื่น แถมยัง... ดูสนิทสนมกันเกินกว่าคำว่าเพื่อนบ้านไปไกลโข” ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ห้องชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ แต่กลับทำให้หูของพราวอื้ออึง มายด์ขยับตัวเข้ามาใกล้พราวนิดหน่อย เป็นการกระทำเล็กๆ ที่ไร้คำพูด แต่กลับส่งผ่านความอบอุ่นและความกล้าหาญมาให้ราวกับกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ มารดาผู้รอบรู้จับตาสองสาวสลับกันไปมาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “คุณนัดคะ ความจริงแล้ว...” มายด์กำลังจะเอ่ยปากอธิบายเพื่อรับแรงกระแทกแทนพราวเหมือนเช่นเคย แต่พราวกลับยกมือขึ้นแตะแขนของมายด์เบาๆ เป็นสัญญาณห้าม ดวงตาคู่สวยของพราวดึงความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิตหันกลับไปสบตากับมารดาตรงๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ไหล่ที่เคยห่อลู่ด้วยความหวาดกลัวค่อยๆ ยืดตรงขึ้น ความรู้สึกบางอย่างที่อัดอั้นอยู่ในอกกำลังบอกเธอว่า... หากเธอเลือกที่จะถอยหลังกลับไปซ่อนตัวอยู่ในกรอบเดิมๆ อีกครั้ง เธอก็จะไม่เหลือใครเลย แม้แต่คนที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอในตอนนี้ “ใช่ค่ะคุณแม่... ไม่ใช่แค่เพื่อนบ้านหรอกค่ะ” พราวเปล่งเสียงออกมา แม้จะเบาหวิวแต่กลับชัดเจนก้องกังวานในความเงียบ “มายด์เป็นมากกว่านั้น... เป็นคนที่สำคัญมากสำหรับพราวค่ะ” อรพรรณชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างขึ้นนิดหนึ่งด้วยความตกใจที่ไม่คิดว่าลูกสาวผู้ขี้ขลาดในเรื่องความรักจะกล้าเอ่ยปากยอมรับออกมาตรงๆ บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูดัง "ก๊อก ก๊อก" ก็ก้องขึ้นสามครั้งที่หน้าห้อง ขัดจังหวะการเผชิญหน้าระหว่างแม่ลูกอย่างกะทันหัน ทั้งสามคนหันไปมองบานประตูพร้อมกันด้วยความประหลาดใจ ในเวลาสามทุ่มกว่าแบบนี้ ใครกันที่จะมาเคาะประตูห้องของพราว? ประตูกลอนหมุนเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นตาในชุดสูทสีเข้มที่ดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด... ร่างของบุคคลที่พราวคิดไม่ถึงว่าจะบินกลับมาเมืองไทยเร็วขนาดนี้ และเป็นคนที่กุมความลับบางอย่างซึ่งพร้อมจะพังทลายทุกสิ่งที่เธอและมายด์กำลังพยายามสร้างขึ้นมาด้วยกัน! —โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ— สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%