พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี•ตอนที่ 39

ความสำเร็จก้าวแรก

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
"ดื่มหมดแก้วเลยนะคะ คนเก่งของพราว" น้ำเสียงนุ่มนวลที่เจือความภาคภูมิใจจนเกือบสั่นเครือดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของห้องนั่งเล่น พราว (พราวพร) สถาปนิกสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและรักษาระยะห่างกับโลกใบนี้เสมอ บัดนี้กลับยอมสลัดภาพลักษณ์เคร่งขรึมทิ้งไปจนหมดสิ้น เธอยืนประจันหน้าอยู่กับมายด์ (มณิการ์) สาวนักจัดสวนคนสำคัญในพื้นที่ส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานละมุนของสตรอว์เบอร์รีจางๆ ซึ่งลอยมาจากเทียนหอมบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวโปรด บนโต๊ะนั้น มีแก้วแชมเปญสองใบที่รินเครื่องดื่มสีชมพูประกายมุกไว้เต็มเปี่ยม ฟองอากาศเล็กๆ ค่อยๆ พวยพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำ คล้ายกับความรู้สึกอัดแน่นในอกของหญิงสาวทั้งสองคนที่เพิ่งปลดปล่อยมันออกมาในค่ำคืนนี้ งานนิทรรศการศิลปะจัดสวนและสถาปัตยกรรม "พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี" ที่ทั้งคู่ทุ่มเทแรงกายแรงใจร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นมาตลอดหลายเดือน เพิ่งปิดฉากลงอย่างงดงาม เสียงปรบมือจากนักวิจารณ์และยอดผู้เข้าชมที่ล้นหลามในวันนี้ ยังคงก้องอยู่ในความทรงจำ แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าเสียงชื่นชมใดๆ ก็คือแววตาเป็นประกายระยิบระยับของมายด์ มายด์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงมาที่พราวด้วยความหมายลึกซึ้งที่อ่านไม่อยากนัก มือเรียวบางยกแก้วแชมเปญขึ้นจรดริมฝีปาก ก่อนจะชะงักไปนิดราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง "ถ้าหมดแก้วนี้... พราวต้องยอมรับคำสารภาพที่ค้างคามาตลอดสามปีด้วยนะคะ" มายด์เอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย แต่แววตากลับจริงจังเสียจนคนฟังอย่างพราวต้องรีบหลบสายตาไปเสมองานศิลปะบนผนังห้องแทน พราวรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรำอย่างไม่เป็นจังหวะในอก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความคุ้นเคยระหว่างเพื่อนสนิทที่ก้าวผ่านเส้นแบ่งเขตความสัมพันธ์มาทีละนิดทีละหน่อย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้พราวรู้ดีว่ามายด์ไม่ได้ล้อเล่น "มายด์ก็... ชอบพูดให้พราวใจสั่นอยู่เรื่อย" พราวพยายามดึงน้ำเสียงนิ่งสงบของตัวเองกลับมา แต่ความร้อนผ่าวที่เห่อขึ้นมาถึงใบหูและพวงแก้มปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอพ่ายแพ้ให้กับความอ่อนโยนของอีกฝ่ายราบคาบ "พราวกลัวเหรอคะ?" มายด์วางแก้วลงบนโต๊ะเบาๆ เสียงแก้วกระทบเนื้อไม้ดัง "กริ๊ก" เบาๆ แต่กลับสะท้อนก้องในความเงียบ มายด์ก้าวเข้าไปประชิดตัวพราวทีละก้าวอย่างช้าๆ ไม่มีท่าทีคุกคาม มีเพียงความนุ่มนวลและกลิ่นอายเฉพาะตัวที่ทำให้พราวรู้สึกราวกับถูกโอบกอดด้วยสวนสตรอว์เบอร์รีในยามรุ่งอรุณ "กลัวว่าความสัมพันธ์ที่เราสร้างมาด้วยกัน จะพังทลายลงเหมือนภาพร่างที่ถูกขยำทิ้งหรือเปล่าคะ?" คำพูดนั้นจี้เข้ากลางใจดำของพราวอย่างแม่นยำ ปมในอดีตเรื่องความกลัวการสูญเสียและการไม่กล้าเปิดใจให้ใครเข้ามาครอบครองพื้นที่ปลอดภัย เคยเป็นกำแพงหนาที่พราวสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง แต่ในค่ำคืนนี้ กำแพงอิฐบล็อกเหล่านั้นกลับถูกสายลมแห่งความจริงใจของมายด์เซาะกร่อนจนแทบไม่เหลือชิ้นดี พราวเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเธอสั้นลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่บนผิวแก้ม "พราวไม่ได้กลัวงานพังค่ะ..." พราวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า มือเรียวที่เคยถือแบบแปลนและไม้บรรทัดอย่างมั่นคง บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเอื้อมไปแตะปลายแขนเสื้อของมายด์เบาๆ "...แต่พราวกลัวว่า ถ้าพราวเผลอรักมายด์จนหมดหัวใจ แล้ววันหนึ่งพราวจะรักษาความสุขนี้ไว้ไม่ได้ต่างหาก" มายด์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยไหววับด้วยความตื้นตัน ก่อนที่รอยยิ้มพิมพ์ใจจะระบายขึ้นบนเรียวปากอิ่ม มายด์ยกมือขึ้นทาบลงบนหลังมือของพราวที่วางอยู่บนแขนเสื้อของเธอสัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดส่งผ่านผิวเนื้อ "พราวคนเก่งของมายด์คะ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมลอดผ่านใบไม้ "มายด์ไม่ได้ขอให้พราวรักเผื่อเลือก หรือรักแบบกล้าๆ กลัวๆ หรอกนะคะ มายด์แค่อยากให้พราวลองเปิดพื้นที่เล็กๆ ในใจ... ให้ต้นกล้าต้นนี้มันได้เติบโตในพื้นที่ของพราวอย่างถาวรบ้าง" บรรยากาศใน Lovely Room ยามค่ำคืนเงียบสงบลงยิ่งกว่าเดิม ราวกับโลกทั้งใบเหลือเพียงแค่คนสองคน เสียงดนตรีบรรเลงเบาๆ จากเครื่องเสียงเก่าๆ ขับเน้นให้จังหวะเวลาเดินช้าลง พราวหลับตาลงชั่วขณะ ยอมรับความจริงที่ปฏิเสธมาตลอดทาง หัวใจดวงที่เคยปิดตาย ค่อยๆ ยอมจำนนต่อความอ่อนโยนที่มายด์มอบให้เสมอมา เธอก้าวเข้าหาอีกฝ่ายโดยไม่ลังเลอีกต่อไป วงแขนเรียวเล็กโอบรอบเอวบางของมายด์ไว้หลวมๆ ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่ที่คุ้นเคย สูดดมกลิ่นหอมหวานละมุนที่ช่วยปัดเป่าความกลัวทั้งหมดออกไปจากจิตใจ "ขอบคุณนะคะ... ที่ไม่ยอมถอยไปไหนจากพราว" พราวพึมพำชิดซอกคอของอีกฝ่าย น้ำตาแห่งความโล่งใจและตื้นตันหยดหนึ่งซึมผ่านเนื้อผ้าของเสื้อมายด์ มายด์หัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างมีความสุข อ้อมกอดที่อบอุ่นถูกกระชับให้แน่นขึ้น สองร่างแนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง ราวกับจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่หาเจอและประกบเข้าหากันได้อย่างสมบูรณ์แบบในที่สุด ความสำเร็จก้าวแรกของนิทรรศการนี้เทียบไม่ได้เลยกับความสำเร็จในการชนะใจคนที่รัก ทว่า... ในวินาทีที่ความหวานละมุนกำลังแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูความรู้สึก เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้าน Lovely Room ก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างกะทันหัน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* ทั้งพราวและมายด์ผละออกจากกันอย่างตกใจ หญิงสาวทั้งสองหันขวับไปมองยังบานประตูกระจกใสที่สะท้อนเงาของร่างหนึ่งซึ่งยืนตากน้ำค้างยามดึกอยู่ด้านนอก ท่าทางรีบร้อนและสีหน้าเคร่งเครียดของคนที่ยืนรออยู่หลังประตูกระจก ทำให้รอยยิ้มแห่งความสุขบนใบหน้าของพราวต้องค้างเติ่ง— ร่างสูงเพรียวในชุดสูททำงานยับย่นที่ยืนอยู่ตรงนั้น คือบุคคลที่พราวคิดว่าไม่มีทางกลับมาเหยียบที่นี่อีกแล้วตลอดชีวิต และสายตาของเขากำลังจ้องมองตรงมาที่พวกเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมาย! ขอขอบพระคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความรู้สึกละมุนละไมของพราวและมายด์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%