พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี•ตอนที่ 23

ทริปสั้นๆ ริมทะเล

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
"ถ้าคุณยังนิ่งเงียบใส่ฉันแบบนี้อีกสามวินาที ฉันจะขับรถวนกลับกรุงเทพฯ จริงๆ ด้วยนะคะพราว" น้ำเสียงของมายด์เจือรอยยิ้มขบขันระคนหมั่นไส้เล็กน้อย ทว่าแววตาที่มองลอดผ่านกรอบแว่นกันแดดทรงวินเทจกลับฉายประกายความห่วงใยไว้อย่างชัดเจน ปลายนิ้วเรียวสวยที่เคาะพวงมาลัยรถยนต์ตามจังหวะเพลงแจ๊สเบาๆ หยุดลงทันที เมื่อรถเก๋งคันเล็กเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าบ้านพักตากอากาศสีขาวสะอาดตา ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเตี้ยๆ มองเห็นวิวทะเลสีครามกว้างไกลสุดสายตา พราวสะดุ้งเล็กน้อย หลุดออกจากภวังค์ความคิดที่วนเวียนเรื่องโปรเจกต์งานออกแบบและสายตาคู่คมของมายด์มาตลอดทาง สถาปนิกสาวเม้มริมฝีปากแน่นอย่างเผลอตัว ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาวเหยียดเพื่อขับไล่ความอึดอัดที่เกาะกุมก้อนเนื้อในอก "พราวไม่ได้เงียบเพราะโกรธเสียหน่อยค่ะมายด์... แค่กำลังคิดว่า เสียงคลื่นกระทบฝั่งที่นี่ กับเสียงในหัวของพราวตอนนี้ อันไหนมันดังกว่ากันต่างหาก" พราวตอบเสียงเบา พยายามซ่อนความสั่นพร่าในน้ำเสียงด้วยการเอื้อมมือไปปรับแอร์ในรถให้เย็นขึ้น ทว่าการกระทำนั้นกลับไม่รอดพ้นสายตาของมณิการ์ มายด์ดับเครื่องยนต์ หันตัวมาหาคนข้างกายเต็มลำ ท่าทางที่ผ่อนคลายแต่เปี่ยมด้วยความใส่ใจทำให้บรรยากาศภายในห้องโดยสารแคบๆ อบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแฮนด์ครีมกลิ่นสตรอว์เบอร์รีป่าที่มายด์ชอบใช้ลอยละล่องมาแตะจมูก เป็นกลิ่นคุ้นเคยที่ช่วยให้พราวรู้สึกปลอดภัยเสมอมาตั้งแต่สมัยเป็นเพื่อนสนิท จนกระทั่งเส้นแบ่งเขตความสัมพันธ์เริ่มพร่าเลือนลงในระยะหลังนี้ "เสียงในหัวของพราวน่ะเหรอคะ?" มายด์ทวนคำ เสียงนุ่มนวลราวกับกำลังปลอบประโลมเด็กน้อย "ถ้ามันดังจนทำให้คิ้วขมวดเป็นปมได้ขนาดนั้น เกรงว่าต่อให้เปิดเพลงกล่อมช้างก็คงไม่หายนะคะ ลงจากรถเถอะค่ะ... ทะเลที่นี่ใจดีกว่าแบบแปลนโครงสร้างตึกสามสิบชั้นของคุณเยอะ เชื่อสิ" บ้านพักหลังนี้ถูกเลือกสรรมาอย่างดีเพื่อการหลบหนีความวุ่นวาย ตัวบ้านยกพื้นสูงสไตล์โคโลเนียลผสมผสานความอบอุ่นแบบมินิมอล มีระเบียงไม้กว้างที่มองเห็นหาดทรายขาวเนียนไร้ผู้คนพลุกพล่าน ทันทีที่ก้าวลงจากรถ กลิ่นไอเค็มจางๆ ของน้ำทะเลผสมกับสายลมเย็นฉ่ำก็พัดปะทะร่าง พราวหลับตาลงรับสัมผัสเหล่านั้น ปล่อยให้ความตึงเครียดจากการทำงานหนักตลอดหลายเดือนค่อยๆ คลายลงทีละน้อย มายด์จัดการยกกระเป๋าเดินทางลงจากท้ายรถอย่างคล่องแคล่ว แม้พราวจะพยายามยื่นมือเข้าไปช่วย ทว่าก็โดนปฏิเสธด้วยรอยยิ้มละมุนตามเคย "ยืนรับลมเฉยๆ นั่นแหละค่ะถูกแล้ว พราวพรสถาปัตย์มือทองควรค่าแก่การพักผ่อนสมอง ไม่ใช่มาแบกกระเป๋าเสื้อผ้าสามใบที่เดาว่าคุณคงขนมาเผื่อเกิดสงครามโลก" พราวหัวเราะออกมาได้ในที่สุด เสียงหัวเราะที่นานๆ ครั้งจะหลุดออกมาอย่างจริงใจ ทำให้ดวงตาของมายด์พราวประกายความสุขขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างปิดไม่มิด ตลอดช่วงบ่าย ทั้งคู่ช่วยกันจัดเตรียมมื้ออาหารง่ายๆ ในครัวเล็กๆ ของบ้านพัก บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบสงบที่มีเสียงมีดกระทบเขียงและเสียงน้ำไหลเป็นดนตรีประกอบ ความคุ้นเคยที่สั่งสมมานานแรมปีทำให้การเคลื่อนไหวรอบตัวอีกฝ่ายเป็นไปอย่างลื่นไหล ไร้ซึ่งความอึดอัด พราวแอบมองเสี้ยวหน้าของมายด์เป็นระยะ—จังหวะที่หญิงสาวผมประบ่าขมวดคิ้วเล็กน้อยตอนปอกเปลือกกุ้ง หรือรอยยิ้มบางๆ เมื่อชิมรสชาติซุปมะเขือเทศ ภาพเหล่านี้ฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำของพราว จนบางครั้งเธอก็อดตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ว่า หากวันหนึ่งไม่มีรอยยิ้มนี้อยู่เคียงข้าง พื้นที่หัวใจที่เธออุตส่าห์สร้างกำแพงหนาเตอะเพื่อปกป้องไว้ จะว่างเปล่าสักแค่ไหน เมื่อพระอาทิตย์เริ่มเคลื่อนตัวต่ำลง ท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนจากสีฟ้าใสเป็นเฉดสีส้มอมชมพูระเรื่อ ทั้งคู่ก็พากันย้ายออกมานั่งรับลมที่ระเบียงไม้ด้านนอก พร้อมกับเครื่องดื่มอุ่นๆ ในมือ เสียงคลื่นซัดสาดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ช่วยกลืนกินความเงียบระหว่างคนทั้งสองได้อย่างพอดิบพอดี จนกระทั่งมายด์เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือความจริงจังมากกว่าปกติ "พราวคะ... จำได้ไหมที่เราเคยคุยกันเรื่องการทบทวนหัวใจ" พราวชะงัก แก้วเซรามิกในมือสั่นไหวเล็กน้อย น้ำชาอุ่นๆ กระฉอกแตะผิวแก้ว เธอยังไม่ทันได้เอื้อnเอ่ยคำใด มายด์ก็ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างที่เคยมีถูกย่นย่อลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน "ตลอดเวลาที่ผ่านมา พราวระมัดระวังความรู้สึกของตัวเองมาตลอด กลัวการเริ่มต้น กลัวการสูญเสีย กลัวว่าถ้าข้ามเส้นความเป็นเพื่อนไปแล้ว เราอาจจะไม่เหลือใครเลย..." มายด์เว้นจังหวะ ปล่อยให้ดวงตาสุกใสคู่นั้นมองลึกเข้ามาในดวงตาของพราว ราวกับต้องการค้นหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ใต้ก้นบึ้งหัวใจ "แต่พราวกำลังลืมมองไปอย่างหนึ่งนะคะ..." "มอง... อะไรคะมายด์" พราวถามเสียงแผ่ว หัวใจเต้นรัวราดด้วยจังหวะที่ควบคุมไม่ได้ "ลืมมองว่า... ระหว่างที่เรามัวแต่กลัวการสูญเสีย พราวอาจจะกำลังสูญเสียช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดไปแล้วก็ได้ค่ะ" มายด์เอื้อมมือมาสัมผัสหลังมือของพราวที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านผิวเนื้อแผ่ซ่านไปทั่วร่าง "เหมือนตอนนี้... ที่เราหนีความวุ่นวายมาไกลถึงทะเล แต่ความวุ่นวายจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่กรุงเทพฯ หรอกค่ะพราว... มันอยู่ที่ความกลัวในใจของคุณต่างหาก" คำพูดนั้นเฉียบคมราวกับมีดผ่าตัดที่กรีดลงตรงกลางความรู้สึก พราวนิ่งอึ้ง สมองตื้อตันจนหาคำพูดใดมาโต้แย้งไม่ได้ ปลายนิ้วเรียวของมายด์ที่กุมมือเธอไว้อุ่นจัด และความอบอุ่นนั้นกำลังละลายกำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นมาแรมปีอย่างช้าๆ ในจังหวะที่พราวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อจะเอ่ยปากสารภาพความรู้สึกบางอย่างที่อัดอั้นอยู่ในใจมานานแสนนาน เสียงกริ่งหน้าบ้านพักก็ดังขึ้น... *กริ๊งงงง!* เสียงนั้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกและเปราะบางลงในเสี้ยววินาที พราวขมวดคิ้วด้วยความตกใจ ส่วนมายด์ชะงักมือที่กุมมือเธอไว้ หันไปมองทางประตูบ้านด้วยความงุนงง ใครกันที่จะตามมาถึงบ้านพักตากอากาศริมทะเลที่ไม่มีใครล่วงรู้พิกัด นอกจากตัวพวกเธอเองสองคน? พราวค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินนำไปยังประตูหน้าบ้านด้วยความระแวง ทว่าเมื่อเธอบิดลูกบิดประตูและดึงบานไม้เปิดออก ร่างของบุคคลที่ยืนอยู่ภายใต้แสงไฟสลัวหน้าเฉลียงบ้าน ก็ทำให้ลมหายใจของสถาปนิกสาวสะดุดกึก ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนหวาดหวั่น "สวัสดีค่ะพราว... ไม่คิดเลยใช่ไหมคะ ว่าจะเจอฉันที่นี่" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางมาพักผ่อนและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครนะคะ :)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%