"สวัสดีค่ะพราว... ไม่คิดเลยใช่ไหมคะ ว่าจะเจอฉันที่นี่"
เสียงทุ้มนุ่มที่ลอยมาพร้อมกับสายลมยามค่ำคืนของหาดทรายขาวละเอียด ทำให้ลมหายใจของพราวสะดุดกึกไปชั่วขณะ หัวใจดวงที่ปกติเคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตามแบบฉบับของสถาปนิกสาวผู้เคร่งครัดในระเบียบ กลับกระตุกวูบอย่างไร้ทิศทาง ร่างบางในชุดเดรสผ้าลินินสีครีมค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ราวกับกลัวว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตาจากความเหนื่อยล้า
ไม่ใช่มายด์... และไม่ใช่คนที่เธอคาดคิดว่าจะโผล่มาในทริปพักผ่อนริมทะเลกระทันหันนี้
"พี่รสา..." พราวครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบแข่งกับเกลียวคลื่นที่ซัดสาดเข้าฝั่ง
หญิงสาวเจ้าของเรือนผมยาวสลวยดัดลอนอ่อนๆ ปลายผมไหวตามแรงลม รสาคืออดีตรุ่นพี่คนสนิทในบริษัทสถาปัตย์เก่า สม Aผู้เคยเป็นทั้งแรงบันดาลใจและรอยแผลเป็นลึกในความทรงจำของพราว สมัยที่พราวยังเป็นเด็กฝึกงานไร้เดียงสา รสาเคยเข้ามามอบความอบอุ่นให้ ก่อนจะเดินจากไปอย่างไร้คำอธิบาย ทิ้งให้พราวต้องสร้างกำแพงหัวใจหนาทึบขึ้นมาปกป้องตัวเองตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
"ตกใจมากเลยเหรอคะที่เห็นพี่" รสาย่างกรายเข้ามาใกล้ทีละนิด รอยยิ้มพิมพ์ใจที่คุ้นเคยยังคงประดับอยู่บนใบหน้าเรียวสวยคู่นั้น รอยยิ้มที่เคยทำให้พราวใจเต้นแรงด้วยความชื่นชม... แต่ในยามนี้ กลับให้ความรู้สึกแปลกประหลาด มันว่างเปล่า และชวนให้รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
พราวกำมือแน่นเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ปลายเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ "พราวแค่แปลกใจค่ะ ไม่คิดว่าคนบ้างานอย่างพี่รสาจะมาเดินเล่นชายหาดเงียบๆ คนเดียวแบบนี้"
"บางทีคนเราก็แค่อยากหนีอะไรบางอย่างค่ะ... เหมือนที่พราวกำลังทำอยู่ตอนนี้ไม่ใช่เหรอคะ?" รสาหยุดยืนห่างออกไปเพียงแค่เอื้อมมือถึง ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองเลยผ่านไหล่ของพราวไปด้านหลัง ซึ่งมีร่างของมายด์กำลังเดินถือแก้วเครื่องดื่มเย็นๆ กลับมาจากร้านค้าสะดวกซื้อริมทาง
บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดต่ำลงทันตาเห็น แม้รอบกายจะรายล้อมไปด้วยลมทะเลอบอุ่น แต่พราวกลับรู้สึกเย็นยะเยือกที่สันหลังวาบ
"พราวไม่ได้หนีค่ะ พราวแค่... มาพักผ่อน" พราวตอบเสียงเรียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว สายตาเหลือบไปเห็นมายด์ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ท่าทางของมายด์ดูผ่อนคลายและไร้เดียงสาต่อสถานการณ์ตึงเครียดตรงหน้าเหลือเกิน
มายด์หยุดเดินเมื่อเห็นบุคคลแปลกหน้ายืนสนทนากับพราว รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของสาวนักจัดสวนค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาครุ่นคิดที่ฉายความกังวลออกมาจางๆ มายด์ก้าวเข้าไปใกล้พราวมากขึ้นโดยสัญชาตญาณ ราวกับต้องการเป็นเกราะกำบังให้
"อ้าว... มีแขกเหรอคะพราว" มายด์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวลตามนิสัย พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ให้รสา แม้ในแววตาจะเต็มไปด้วยคำถามมากมายก็ตามที
รสาหันมามองมายด์ตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาคู่นั้นไม่ได้หยาบคาย แต่เต็มไปด้วยการประเมินค่าอย่างเงียบๆ ก่อนที่มุมปากอิ่มจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "สวัสดีค่ะ ฉันรساนะคะ... เป็นรุ่นพี่คนสนิทของพราวสมัยก่อนค่ะ แล้วคุณ...?"
"มายด์ค่ะ เป็นเพื่อนพราวค่ะ" มายด์ตอบกลับทันควัน พร้อมกับขยับตัวเข้าไปยืนเคียงข้างพราวในระยะที่ไหล่แทบจะแนบชิดกัน ความอบอุ่นจากตัวของมายด์แผ่ซ่านเข้ามาในความรู้สึกของพราว ช่วยละลายความหนาวเหน็บที่รสาเพิ่งทิ้งไว้เมื่อครู่ลงได้อย่างน่าประหลาด
พราวแอบเหลือบมองเสี้ยวหน้าของมายด์ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความตกใจเมื่อครู่ กลับเปลี่ยนจังหวะเป็นความอุ่นวาบที่คุ้นเคย มายด์ไม่เคยล้ำเส้น แต่มายด์ก็ไม่เคยปล่อยให้พราวต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวตามลำพังเลยสักครั้ง กลิ่นหอมจางๆ ของสตรอว์เบอร์รีป่าที่ลอยมากับตัวของมายด์ในยามนี้ ช่างหอมหวานและปลอดภัยเสียจนพราวอยากจะซุกตัวหลบซ่อนไว้ข้างหลังแผ่นหลังนั้น
"รุ่นพี่เหรอคะ... พราวไม่เคยเล่าให้ฟังเลยนะเนี่ย" มายด์หันมามองพราวด้วยสายตานัยน์ตาพราวระยับที่ซ่อนความน้อยใจไว้นิดๆ ตามประสาคนสนิท
"มันไม่มีอะไรต้องเล่าหรอกค่ะมายด์..." พราวรีบปฏิเสธเสียงอ่อน พยายามหลบสายตารสาที่กำลังจ้องมองความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับมายด์ด้วยรอยยิ้มรู้ทัน
"มีสิคะพราว... เรื่องราวระหว่างเรามันตั้งมากมายขนาดนั้น จะบอกว่าไม่มีอะไรได้ยังไงกันล่ะคะ" รสาแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเจือแววตัดพ้อเล็กน้อย ซึ่งเป็นลูกไม้เก่าที่รสาเคยใช้บ่อยครั้ง และในอดีต พราวมักจะใจอ่อนยวบให้กับน้ำเสียงแบบนี้เสมอ
ทว่าในเวลานี้... พราวกลับรู้สึกว่าเสียงนั้นช่างน่ารำคาญและน่าอึดอัดเหลือเกิน
"เรื่องมันผ่านมานานมากแล้วค่ะพี่รสา และพราวก็คิดว่าเราต่างคนต่างเดินมาไกลเกินกว่าจะรื้อฟื้นอะไรแล้วนะคะ" พราวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดเงยหน้าขึ้นสบตากับรสาตรงๆ น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวั่นไหวเหมือนในอดีตอีกต่อไป
รสาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววไม่เชื่อว่าเด็กสาวผู้เคยยอมจำนนต่อเธอทุกอย่างในอดีต จะกล้าพูดจาตัดเยื่อใยได้ถึงเพียงนี้ แต่รสายังคงรักษาท่าทีสง่างามไว้ได้เป็นอย่างดี รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง
"พราวนี่ใจร้ายขึ้นเยอะเลยนะคะ... สงสัยจะเป็นเพราะคนข้างๆ คนนี้คอยหล่อหลอมให้พราวกลายเป็นคนแข็งกระด้างหรือเปล่าน้า" รสาปรายตามองมายด์ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
มายด์ไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคือง กลับยิ้มรับด้วยความนิ่งสงบ มือเรียวเนียนเอื้อมมาจับมือของพราวที่กำลังประสานกันแน่นไว้หลวมๆ ฝ่ามือที่อบอุ่นและนุ่มนวลของมายด์ส่งผ่านกระแสความห่วงใยเข้ามาจนพราวสัมผัสได้
"ความแข็งแรงของพราวไม่ได้เกิดจากการหล่อหลอมของใครหรอกค่ะคุณรสา... แต่มันเกิดจากการที่พราวเรียนรู้ที่จะปกป้องหัวใจตัวเองจากคนที่เคยทำร้ายต่างหากล่ะคะ" มายด์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่เฉียบคมจนรสาหุบยิ้มลงทันที
พราวเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าคนอ่อนโยนอย่างมายด์จะมีมุมที่พูดจาเชือดเฉือนได้อย่างนิ่มนวลและทรงพลังถึงเพียงนี้ ความรู้สึกซาบซึ้งใจเอ่อล้นขึ้นมาจุกอกจนแทบหายใจไม่ออก พราวบีบมือมายด์ตอบเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณว่าเธอยังโอเค
รสาหัวเราะในลำคอเบาๆ "ปากคอเราะร้ายไม่เบานี่คะ... เอาเป็นว่า ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาหาเรื่องใครหรอกค่ะ พอดีมาพักผ่อนแถวนี้แล้วบังเอิญเห็นพราวเข้า เลยแวะมาทักทายตามประสาคนเคยคุ้นเคยกันเท่านั้นเอง" รสาเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว สายตายังคงจับจ้องที่พราว "หวังว่าเราคงจะได้คุยกันอีกนะคะพราว... เรื่องที่เรายังเคลียร์กันไม่จบเมื่อหลายปีก่อน"
พูดจบ รสา2ก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังขึ้นแทนที่ความเงียบงัน
พราวผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาด้วยความโล่งอก ไหล่ที่เคยเกร็งเครียดค่อยๆ 3คลายลง ร่างบางทรุดตัวลงนั่งบนผืนทรายนุ่มๆ ใกล้กับแนวโขดหิน โดยมีมายด์นั่งลงเคียงข้างอย่างรู้ใจ
บรรยากาศรอบตัวกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงแสงดาวพราวพรายเต็มท้องฟ้าค่ำคืนนี้ที่ส่องประกายระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำทะเลเป็นประกายระยับ เกลียวคลื่นซัดสาดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ขับกล่อมให้จิตใจที่ปั่นป่วนเมื่อครู่เริ่มสงบลง
มายด์ยื่นแก้วน้ำผลไม้เย็นฉ่ำให้พราว "ดื่มหน่อยนะคะ... หน้าซีดหมดแล้วคนเก่ง"
พราวรับแก้วมาถือไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ความเย็นจากแก้วช่วยดึงสติเธอกลับมา พราวเงยหน้าขึ้นมองมายด์ที่กำลังนั่งกอดเข่ามองคลื่นลมทะเลด้วยแววตาอ่อนโยน แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาตกกระทบดวงหน้าหวาน ยิ่งขับให้มายด์ดูงดงามและน่าทะนุถนอมในเวลาเดียวกัน
"ขอบคุณนะคะมายด์..." พราวเอ่ยเสียงแผ่วเบา "ขอบคุณที่อยู่ตรงนี้... ถ้าไม่มีมายด์ พราวก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรับมือกับสถานการณ์เมื่อกี้ยังไง"
มายด์หันมาสบตาพราว รอยยิ้มบางๆ ที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่พราวเคยเห็นปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่มนั้น "สำหรับพราวแล้ว... มายด์ยินดีอยู่ข้างๆ เสมอค่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม"
คำพูดนั้น... น้ำเสียงนั้น... และประกายในแววตาคู่นั้น ทำให้หัวใจของพราวสั่นไหวอย่างรุนแรง ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บงำไว้ข้างในมาเนิ่นนาน ความกลัว ความลังเล และความอบอุ่นที่มายด์มอบให้ตลอดมา กำลังประเดประดอนเข้ามาในความรู้สึกจนพราวแทบจะทานทนไม่ไหว
พราวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต หันไปมองหน้ามายด์ตรงๆ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวระริกด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้น
"มายด์คะ... เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้... หรือเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด..." พราวเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก "จริงๆ แล้ว... พราวอยากจะบอกมายด์ว่า..."
พราวหยุดชะงักไปดื้อๆ เมื่อเห็นมายด์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัย รอยยิ้มรอฟังที่แสนอ่อนโยนนั้นทำให้พราวเกิดความกลัวขึ้นมาจับใจ... กลัวว่าหากพูดคำนั้นออกไป ความสัมพันธ์ที่งดงามในปัจจุบันอาจจะเปลี่ยนไปตลอดกาล กลัวว่ามายด์อาจจะไม่ได้คิดเหมือนกัน
ความลังเลพุ่งเข้าเกาะกุมจิตใจ พราวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเสมองไปทางอื่นแล้วเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย
"เอ่อ... พราวหมายถึง... ดึงดาวคืนนี้สวยจังเลยเนอะ ว่าไหมคะ?"
มายด์มองหน้าพราวที่กำลังหลบสายตา รอยยิ้มจางๆ หุบลงเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยวูบไหวไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาเป็นปกติ มายด์ไม่ได้คาดคั้นอะไร เพียงแค่พยักหน้ารับช้าๆ "ค่ะ... ดาวสวยมากจริงๆ"
ทว่า... ในจังหวะที่พราวคิดว่าทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้ว และกำลังจะถอนหายใจโล่งอก จู่ๆ เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังโขดหิน พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องตรงมาที่พวกเธอทั้งสองคน
"เจอตัวสักที... คุณพราวพรครับ ทางบริษัทใหญ่เพิ่งส่งอีเมลฉุกเฉินมา แจ้งว่าโปรเจกต์รีสอร์ทที่กำลังดูแลอยู่เกิดปัญหาใหญ่โครงสร้างทรุดตัว... และท่านประธานต้องการให้คุณบินกลับกรุงเทพฯ ด่วนที่สุดคืนนี้ครับ!"
[ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความรู้สึกของพราวและมายด์ในตอนนี้นะคะ มายด์และพราวจะต้องก้าวผ่านอุปสรรคครั้งนี้ไปได้อย่างแน่นอนค่ะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ - สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี]
พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี•ตอนที่ 24
แสงดาวและคำสารภาพครึ่งๆ กลางๆ
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!