พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี•ตอนที่ 17

ความเงียบงันที่น่าอึดอัด

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
กล่องกระดาษลูกฟูกสีน้ำตาลสามใบที่วางกีดขวางทางเดินระหว่างห้องครัวกับโซฟารับแขก กลายเป็นสิ่งกีดขวางระดับมหภาคไปเสียแล้วในความรู้สึกของพราวพร ตลอดสามวันที่ผ่านมา สถาปนิกสาวผู้รักความสมบูรณ์แบบและมีระเบียบวินัยในชีวิตระดับมิลลิเมตร กลับจงใจเดินเลี่ยงกล่องเหล่านั้นด้วยการเบี่ยงตัวแนบชิดกำแพงทุกครั้ง เสมือนว่าหากเผลอไปแตะโดนมันเข้า ความลับบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้ก้นกล่องจะทะลักออกมาประจานความอ่อนแอในใจของเธอ "พราวคะ... กาแฟเริ่มชืดแล้วนะคะ" เสียงหวานนุ่มที่คุ้นเคยดังมาจากระเบียงห้อง มายด์ยืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางกระถางต้นโรสแมรี่และมินต์ที่เธอเป็นคนอาสามาจัดแต่งให้เมื่อเดือนก่อน แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟสนามสะท้อนเงาร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวบางเบา กลิ่นหอมจางๆ ของสตรอว์เบอร์รีป่าที่มักลอยวนอยู่รอบตัวอีกฝ่ายเสมอ บัดนี้กลับทำให้พราวรู้สึกราวกับมีฝูงผีเสื้อนับร้อยกำลังบินวนอยู่ในท้องจนหายใจไม่ทั่วท้อง พราวก้มหน้าลงกับหน้าจอแท็บเล็ต แสร้งทำเป็นจดจ่ออยู่กับลายเส้นแปลนอาคารตรงหน้า ทั้งที่ในสมองว่างเปล่าสิ้นเชิง "พราวไม่ได้ยินเหรอคะ หรือว่าแบบแปลนนี้มีจุดไหนต้องแก้เป็นพิเศษอีกหรือเปล่า" มายด์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นทีละนิด เสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นไม้ปาร์เกต์เบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ แต่สำหรับพราวมันกลับดังชัดเจนก้องอยู่ในโสตประสาท "เปล่าค่ะ... แบบไม่มีปัญหาอะไรเลย" พราวตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง ปลายนิ้วเรียวที่ถือปากกาไอแพดสั่นระริกจนต้องกำมันแน่นขึ้นเพื่อซ่อนความประหม่า "ถ้าไม่มีปัญหา แล้วทำไม... ตั้งแต่วันนั้น พราวถึงพยายามหลบหน้ามายด์ล่ะคะ" คำถามนั้นตรงไปตรงมาจนพราวต้องชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความเงียบงันที่น่าอึดอัดแผ่ขยายตัวเข้าปกคลุมพื้นที่ห้องนั่งเล่นขนาดกว้างทันที มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข แต่มันคือความอึดอัดที่หนาแน่นจนเกือบจะหยิบจับต้องได้ ความเงียบที่เต็มไปด้วยถ้อยคำมากมายที่ต่างฝ่ายต่างเก็บงำไว้ในใจ พราวค่อยๆ วางแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะกระจกอย่างเชื่องช้าที่สุด เธอบังคับตัวเองให้เงยหน้าขึ้นสบตาคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า มายด์ไม่ได้โกรธ แววตากลมโตคู่นั้นยังคงมีความห่วงใยและความอบอุ่นฉายชัดอยู่เสมอ—ความอ่อนโยนที่อันตรายต่อหัวใจที่ปิดตายของพราวเหลือเกิน "พราวไม่ได้หลบหนีค่ะ... พราวแค่... ยุ่งกับงาน" ข้อแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นเลยสักนิดหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง มายด์ระบายยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้เยาะหยัน แต่เต็มไปด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้งจนน่ากลัว มายด์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโซฟา ระยะห่างระหว่างเธอกับพราวเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว ระยะห่างที่ใกล้เสียจนพราวได้กลิ่นหอมหวานละมุนนั้นชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ "พราวโกหกไม่เก่งเลยนะคะ... ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว" มายด์เอ่ยเสียงแผ่วเบa ดวงตาคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาของสถาปนิกสาว "ถ้าความใกล้ชิดของเรามันทำให้พรูอึดอัดใจ... ถ้าการที่มายด์อยู่ตรงนี้มันทำให้พราวลำบากใจขนาดนั้น พราวบอกมายด์ตรงๆ ได้นะคะ มายด์พร้อมที่จะถอยออกไป..." "ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ!" พราวเผลอหลุดเสียงดังขึ้นโดยไม่รู้ตัว หัวใจกระตุกวูบด้วยความหวาดกลัวอย่างประหลาด เมื่อได้ยินคำว่า 'ถอยออกไป' จากปากของคนตรงหน้า ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับเอาไว้ตลอดหลายปีพรั่งพรูขึ้นมาจุกที่ลำคอ "ถ้าไม่ใช่... แล้วทำไมพราวถึงต้องทำตัวเหมือนคนแปลกหน้ากับมายด์ล่ะคะ?" มายด์ถามต่อ น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "เราเป็นมากกว่าเพื่อนสนิทกันมาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอคะพราว... หรือว่าความรู้สึกที่มายด์มีให้พราว... มันเกินกว่าที่พราวจะยอมรับได้กันแน่" หัวใจของพราวเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความจริงถูกเปิดเผยออกมาตรงหน้าโดยไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ให้หลบซ่อนอีกแล้ว พราวอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทัน ภาพเหตุการณ์เก่าๆ ตั้งแต่วันแรกที่พวกเธอรู้จักกัน วันที่มายด์คอยหยิบยื่นความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ วันที่ฝนตกแล้วมายด์กางร่มให้โดยที่ไหล่ข้างหนึ่งของอีกฝ่ายเปียกชุ่ม ทุกๆ ความทรงจำไหลทะลักเข้ามาตอกย้ำว่า... คนๆ นี้สำคัญต่อชีวิตเธอมากแค่ไหน และเธอก็กลัว... กลัวเหลือเกินที่จะสูญเสียสิ่งนี้ไปหากก้าวล้ำเส้นคำว่าเพื่อน "พราว... กลัวค่ะ มายด์" ในที่สุด กำแพงที่พราวสร้างไว้ก็พังทลายลง น้ำเสียงของเธอสั่นพร่า ดวงตารื้นไปด้วยหยาดน้ำใส "พราวกลัวว่าถ้าเราข้ามเส้นนี้ไป แล้ววันหนึ่ง... เราไปกันไม่รอด พราวจะเสียมายด์ไปตลอดกาล... คนที่เข้าใจพราวที่สุด คนที่อยู่ข้างๆ พราวในวันที่แย่ที่สุด... ถ้าหายไป ชีวิตพราวคงพังทลายจริงๆ นะคะ" มายด์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำสารภาพจากปากคนที่มักจะเข้มแข็งเสมอ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยอีกครั้ง แต่นัยน์ตากลับทอประกายความโล่งอกและลึกซึ้งเกินบรรยาย มายด์ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าโซฟาที่พราวนั่งอยู่ เพื่อให้สายตาของพวกเธออยู่ในระดับเดียวกัน มือเรียวอุ่นจัดของมายด์เอื้อมขึ้นมาสัมผัสหลังมือของพราวที่วางอยู่บนตักเบาๆ สัมผัสนั้นอบอุ่นจนพราวเผลอกลั้นPลมหายใจ "พราวคะ... การมีความรักมันมีความเสี่ยงค่ะ ไม่มีใครรับประกันอนาคตได้หรอก" มายด์กระซิบเสียงนุ่ม ละมุนละไมราวกับสายลมยามค่ำคืน "แต่การกลัวความเสียใจจนไม่กล้าแม้แต่จะเริ่มต้น... มันไม่ได้แปลว่าเราปลอดภัยนะคะพราว แต่มันแปลว่าเรากำลังปฏิเสธความสุขที่ควรจะได้สัมผัสต่างหากล่ะคะ" พราวน้ำตาคลอเบ้า มองลึกเข้าไปในดวงตาของคนที่กุมมือเธอไว้ ความลังเลและความกลัวค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกทีละน้อย นิ้วมือของมายด์กระชับมือเธอแน่นขึ้นเล็กน้อย ราจะส่งผ่านความมั่นใจทั้งหมดที่มีให้ บรรยากาศในห้องที่เคยเต็มไปด้วยความอึดอัดและเงียบงัน บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่แท้จริง หัวใจสองดวงเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างช้าๆ พราวสูดลมหายใจเข้าลึก and กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบบางอย่างออกไป— *กริ๊งงงงงงง!* เสียงกริ่งหน้าห้องพักดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายความเงียบงันและบรรยากาศอันแสนเปราะบางนั้นลงจนกระเจิง พราวสะดุ้งสุดตัว รีบดึงมือออกจากสัมผัสของมายด์โดยอัตโนมัติ ขณะที่มายด์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจระคนไม่พอใจเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะ พราวมองนาฬิกาบนผนัง นี่มันเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว ใครกันที่จะมาเคาะประตูห้องในยามวิกาลแบบนี้ สถาปนิกสาวลุกขึ้นยืนด้วยความงุนงง เดินตรงไปที่ประตูหน้าด้วยฝีเท้าที่ยังคงสั่นเทาจากอารมณ์เมื่อครู่ มือเรียวเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูช้าๆ พร้อมกับมองผ่านช่องตาแมวออกไปด้านนอก เงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าประตูกลับทำให้เลือดในกายของพราวเย็นเฉียบลงทันที... สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกับความกล้าหาญของพราวในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%