กานตรสของชาคาโมมายล์อุ่นจัดไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารขนาดสองที่นั่งนี้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
"มายด์คิดว่าเราควรพูดเรื่องนี้กันให้จบนะคะพราว..."
เสียงของมณิการ์นุ่มนวลเสมอ ราวกับกลีบดอกไม้ที่ร่วงหล่นลงบนผิวน้ำนิ่งสนิท ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับหนักแน่นจนคนฟังอย่างพราวพรต้องชะงักมือที่กำลังใช้ช้อนคนน้ำตาล เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตใต้กรอบแว่นทรงหยดน้ำหลบเลี่ยงการสบตา โดยเลือกที่จะจดจ้องอยู่กับลวดลายเซรามิกบนถ้วยชาแทน
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่มุมห้องนั่งเล่นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของเทียนหอมกลิ่นวานิลลาและสตรอว์เบอร์รีป่า—กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของมายด์ กลื่นที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้พราวรู้สึกปลอดภัยที่สุด ทว่าในวินาทีนี้ ระยะห่างเพียงไม่ถึงศอกระหว่างโซฟาสองตัวกลับให้ความรู้สึกเหมือนมีเหวลึกกั้นขวาง
"พราวคิดว่า... เราคุยกันเรื่องนี้รู้เรื่องแล้วนะคะมายด์" พราวพรเลือกใช้เกราะป้องกันตัวแบบเดิม รอยยิ้มบางเบาที่ถูกยกขึ้นมาประดับริมฝีปากช่างดูฝืนใจจนคนมองปวดร้าว "เราเป็นเพื่อนกัน เป็นพื้นที่สบายใจให้กันแบบนี้ มันก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ ทำไมเราต้องพยายามเปลี่ยนมันให้ซับซ้อนขึ้นด้วยล่ะ"
มายด์ถอนหายใจเบาๆ เสียงถอนหายใจนั้นยาวนานราวกับต้องการระบายความเหนื่อยล้าที่สะสมมาแรมปี เธอยื่นมือเรียวสวยออกไป วางทับลงบนหลังมือของพราวที่วางอยู่บนตักสัมผัสที่อบอุ่นและคุ้นเคยนั้นทำให้หัวใจของพราวไหววูบอย่างห้ามไม่ได้ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดในโลกที่เธอสร้างขึ้นกลับสั่งให้เธอรีบชักมือกลับ ราวกับกลัวว่าความอบอุ่นนั้นจะแผดเผาเกราะกำบังที่เธอเพียรสร้างมาทั้งชีวิต
การชักมือหนีของพราวไม่ได้ทำให้น้ำตาของความเสียใจเอ่อล้นในตาของมายด์ แต่มันคือแววตาแห่งความผิดหวัง... แววตาที่เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการถูกปฏิเสธตรงๆ
"พราวกลัวอะไรเหรอคะ?" มายด์ถาม น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงความสุภาพ "กลัวว่าถ้าเปิดใจแล้วเราจะไปไม่รอด? หรือกลัวว่าถ้าวันหนึ่งต้องสูญเสียกันไป พราวจะไม่มีใครให้กลับมาหา?"
"มันไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัวแบบนั้นนะคะมายด์!" พราวเผลอขึ้นเสียงเล็กน้อย ก่อนจะรีบผ่อนลมหายใจลงเมื่อเห็นประกายความไหววูบในดวงตาคู่สวยของอีกฝ่าย "พราวแค่... พราวไม่รู้ว่าถ้าความสัมพันธ์ของเรามันพังลงจริงๆ พราวจะเอาส่วนไหนของชีวิตมาซ่อมแซมตัวเอง มายด์ก็รู้ว่าพราวไม่ใช่คนเก่งเรื่องความรู้สึก พราวชอบความชัดเจน ชอบโครงสร้างที่มั่นคง และมิตรภาพของเรามันคือสิ่งเดียวในชีวิตพราวที่ไม่เคยพังเลย..."
"แล้วความรู้สึกของมายด์ล่ะคะ... ไม่มีความหมายในโครงสร้างที่มั่นคงของพราวเลยเหรอ?"
คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางห้องราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงบนผิวน้ำ สะท้อนระลอกคลื่นแห่งความอึดอัดที่แผ่ขยายออกไปเรื่อยๆ พราวอ้าปากจะเอ่ยค้าน แต่ลำคอกลับตีบตัน ความจริงที่ว่าเธอก็แคร์มายด์มากเกินกว่าใครในโลกใบนี้ คือสิ่งที่เธอหวาดกลัวที่สุด การยอมรับว่ามายด์มีอิทธิพลต่อหัวใจของเธอขนาดนี้ แปลว่าเธอกำลังเปิดประตูให้ความเสี่ยงเข้ามาทำลายความสงบสุขที่เธอรัก
พราวเลือกที่จะหันหน้าหนี มองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ ความมืดมิดของราตรีภายนอกสะท้อนเงาของเธอเอง—ผู้หญิงที่ดูมั่นคงพร้อมรับมือกับแปลนบ้านทุกรูปแบบ แต่กลับขลาดเขินและพ่ายแพ้ให้กับความรักที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม
"ขอเวลาให้พราวนะคะ..." พราวเอ่ยเสียงแผ่วเบา ราวกับคนกำลังจมน้ำและพยายามคว้าฟางเส้นสุดท้าย "พราว... ยังไม่พร้อมจริงๆ"
ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อบอุ่นเหมือนก่อนหน้า มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยรอยร้าว มณิการ์พยักหน้ารับช้าๆ รอยยิ้มที่ฝืนส่งมาให้ช่างดูเปราะบางเหลือเกิน เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หยิบกระเป๋าผ้าใบโปรดที่วางอยู่บนเก้าอี้ขึ้นมาสะพายไหล่
"ค่ะ พราว... มายด์เข้าใจแล้วค่ะ"
คำว่า "เข้าใจ" ของมายด์ในครั้งนี้ ไม่ได้แปลว่ารอคอยอย่างใจเย็นเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่มันคือการถอยหลัง... ถอยกลับไปยังเซฟโซนที่เธอเคยยืนอยู่ ก่อนที่เธอจะก้าวเข้ามาล้ำเส้นในพื้นที่หัวใจของสถาปนิกสาว
พราวนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม มองตามแผ่นหลังบางที่ก้าวเดินไปยังประตูทางออก หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก ประสาทสัมผัสทุกส่วนกรีดร้องบอกให้เธอรั้งอีกฝ่ายไว้ แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น
แกร็ก!
เสียงล็อกกลอนประตูดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างของมายด์ที่หายลับไปจากกรอบสายตา ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและกลิ่นสตรอว์เบอร์รีป่าที่ค่อยๆ เจือจางลง พราวทรุดตัวลงนั่งพิงพนักโซฟา ยกมือขึ้นกุมขมับที่กำลังเต้นตุบๆ ความเงียบงันในห้องกว้างกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่าในยามพายุเข้า
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะปล่อยให้หยาดน้ำตาแห่งความอึดอัดรินไหลลงมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่ระเบียงกระจกด้านนอก—ระเบียงห้องชุดชั้นบนสุดที่ไม่มีใครสามารถขึ้นมาได้นอกจากผู้ที่มีคีย์การ์ดลิฟต์ส่วนตัว!
พราวสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองเงาร่างสูงโปร่งที่ทาบทับอยู่หลังผ้าม่านโปร่งแสง มือบางสั่นเทารีบคว้าที่เปิดขวดไวน์บนโต๊ะมาถือไว้เป็นอาวุธป้องกันตัว หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเงาร่างนั้นเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอผ่านกระจกใส... พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต!
สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกับความเปราะบางของพราวในตอนนี้นะคะ
พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี•ตอนที่ 18
คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!