พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี•ตอนที่ 10

ความลับในสมุดบันทึก

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
เสียงทุบประตูปึงปังเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของพราวพร หัวใจของสถาปนิกสาวเต้นรัวรากับกลองเพล ประโยคสุดท้ายจากภากร—อดีตคู่หมั้นผู้ไม่เคยรู้จักคำว่าขอบเขต—ยังสร้างความระคายหูและไอร้อนระอุแห่งความหงุดหงิดอยู่ตรงรอยต่อของความอดทน ทว่า ในห้องสตูดิโอขนาดกะทัดรัดที่ถูกอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานละมุนของแยมสตรอว์เบอร์รีเคี่ยวสดและกลิ่นอายดินชื้นหลังจากมายด์รดน้ำต้นไม้เมื่อยามเย็น ความโกลาหลภายนอกกลับถูกตัดขาดออกไปราวกับอยู่คนละโลก พราวถอนหายใจยาวเหยียด มือเรียวบางที่สวมแหวนเงินเกลี้ยงเกลาเอื้อมไปล็อกกลอนประตูชั้นในให้แน่นหนากว่าเดิม ก่อนจะหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับความเงียบงันภายในห้องที่เวลานี้มีเพียงเธอกับ ‘มณิการ์’ “เขา... ไปหรือยังคะ?” เสียงนุ่มนวลของมายด์ดังขึ้นแผ่วเบaจากมุมโต๊ะทำงาน หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลธรรมชาติกำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงกิ่งยูคาลิปตัสลงในแจกันเซรามิกสีขาวเนื้อด้าน ท่าทีของเธอสงบนิ่งจนน่าประหลาด ราวกับกระแสธารอันเย็นฉ่ำที่ไหลผ่านกองเพลิงในอกของพราวให้มอดลงทีละน้อย “ยังหรอกค่ะ เขาคงยืนเคาะจนกว่ามือจะพังนั่นแหละ... แต่ช่างเขาเถอะค่ะ พราวไม่อยากเอาความรู้สึกมาเปลืองกับคนแบบนั้นอีกแล้ว” พราวตอบเสียงเรียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหวขณะเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของอีกฝ่าย กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นผลไม้สุกงอมจากตัวของมายด์ลอยมาแตะจมูกอีกครั้ง มันเป็นกลิ่นที่เธอคุ้นเคยและให้ความรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งที่ได้ยิน “ดีแล้วค่ะ” มายด์วางกิ่งไม้ในมือลง เงยหน้าขึ้นสบตาพราวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยลึกซึ้ง “นั่งพักก่อนไหมคะ หน้าพราวซีดมากเลย... เดี๋ยวมายด์ชงชาคาโมมายล์อุ่นๆ ให้ดื่มนะ” “ขอบคุณนะคะมายด์... มีมายด์อยู่ตรงนี้ทีไร พราวรู้สึกเหมือนได้กลับมาหายใจได้เต็มปอดทุกทีเลย” พราวทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้บุนวมสีครีมตัวโปรด ใกล้กับโต๊ะทำงานของนักจัดสวนสาว ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด สายตาของเธอนิ่งค้างอยู่ที่กองสมุดบันทึกและกระดาษร่างงานสเก็ตช์ที่วางซ้อนกันระเกะระกะอยู่ริมชั้นหนังสือ ปกติแล้ว พราวเป็นคนรักความสะอาดและระเบียบวินัยขั้นสุด แต่วันนี้เธอกลับปล่อยผ่านความไม่เรียบร้อยเหล่านั้นได้ง่ายดาย เพียงเพราะมันเป็นพื้นที่ของมายด์—คนที่เธอยอมยกเว้นให้ทุกกฎเกณฑ์ในชีวิต แต่วันนี้... มีบางอย่างผิดปกติไปจากเดิม สมุดปกหนังสีน้ำตาลเข้มเล่มหนึ่งที่ถูกเหน็บไว้ใต้กองนิตยสารจัดสวน เผยกระดาษมุมหนึ่งออกมา เนื่องจากมันปิดไม่สนิท มีกระดาษแผ่นเล็กๆ สีครีมพับครึ่งโผล่พ้นสันปกออกมาเล็กน้อย ราวกับความลับที่พยายามซ่อนตัวแต่ไม่มิดชิดพอ ด้วยสัญชาตญาณของคนช่างสังเกต พราวเอื้อมมือไปหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาด้วยความบังเอิญ โดยไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัวของเพื่อนสาวแม้แต่น้อย “เอ่อ สมุดบันทึกเล่มนี้... มายด์ลืมเก็บหรือเปล่าคะ พอดีมันเกือบจะร่วงลงมาแน่ะ” พราวเอ่ยทักพร้อมกับพลิกสมุดในมือเพื่อจะวางกลับไว้ที่เดิม จังหวะนั้นเอง... แรงเหวี่ยงเบาๆ ทำให้สมุดบันทึกเล่มหนาแบะออกโดยอัตโนมัติที่หน้ากลาง หน้ากระดาษที่ถูกคั่นไว้ด้วยริบบิ้นสีแดงเข้ม พร้าวชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดกึกทันที ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ตัวหนังสือระบายความรู้สึก หรือแปลนสวนดอกไม้สไตล์อังกฤษอย่างที่เธอคาดคิด แต่มันคือภาพสเก็ตช์ด้วยดินสอ HB ที่ลงน้ำหนักเงาอย่างประณีตบรรจง ลายเส้นพริ้วไหวแต่หนักแน่น บ่งบอกถึงความตั้งใจและใส่ใจในทุกรายละเอียดของผู้ลากเส้น ภาพนั้นคือรูปของ ‘ผู้หญิงคนหนึ่ง’ กำลังก้มหน้าอ่านแปลนสถาปัตยกรรมด้วยแววตาจริงจัง เส้นผมยาวสลวยที่ถูกรวบหลวมๆ ปล่อยปอยผมเคลียข้างแก้ม ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยยามที่เธอกำลังใช้ความคิด... และไฝเม็ดเล็กๆ ใต้หางตาข้างขวา ไม่มีผิดเพี้ยน... นั่นคือ ‘พราวพร’ หัวใจของสถาปนิกสาวกระตุกวูบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่าน ปลายนิ้วที่ถือสมุดสั่นเทาขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ทั้งตกใจ หวาดหวั่น และ... อบอุ่นจนน่ากลัว นี่ไม่ใช่ภาพวาดของเพื่อนร่วมห้องที่บังเอิญวาดเล่นยามว่าง แต่มันคือภาพที่ถูกเก็บรายละเอียดอย่างลึกซึ้ง ลึกซึ้งเสียจนคนที่ถูกวาดรู้สึกเหมือนกำลังถูกมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ พราวพลิกหน้ากระดาษถัดไปมือไม้สั่น ภาพสเก็ตช์แผ่นแล้วแผ่นเลขาปรากฏแก่สายตา ภาพพราวยามเผลอหลับคาโต๊ะทำงาน ภาพพราวยามยิ้มกว้างเมื่อโปรดักส์งานจัดสวนสำเร็จ และภาพพราวยามที่เธอดื่มกาแฟแก้วแรกของวัน ทุกภาพล้วนบอกเล่าเรื่องราวสายตาที่มองมาด้วยความรัก ความทะนุถนอม และความอาลัยอาวรณ์ที่ถูกเก็บงำไว้ภายใต้รอยยิ้มแสนอ่อนโยนมาตลอดหลายปี “พราวคะ... ชามาแล้วค่ะ” เสียงหวานใสของมายด์ดังขึ้นพร้อมกับถ้วยเซรามิกอุ่นๆ ในมือ แต่เสียงนั้นกลับทำให้พราวสะดุ้งสุดตัว ราวกับคนทำความผิดแล้วถูกจับได้คาหนังคาเขา พราวรีบปิดสมุดเล่มนั้นลงทันที หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ความรู้สึกอึดอัดระคนประหม่าตีรวนอยู่ในอกจนพูดไม่ออก สมองขาวโพลนไปหมด เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะวางสีหน้าอย่างไร หรือควรจะเอ่ยปากพูดอะไรออกไปก่อนดี มายด์เดินถือถ้วยชาเข้ามาใกล้ เธอยังไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติในมือของพราว จนกระทั่งเธอวางถ้วยแฃะเงยหน้าขึ้นสบตากับพราวที่กำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาที่สั่นระริก รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าของมายด์ค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อย เมื่อสายตาดำดิ่งลงไปเห็น ‘สมุดบันทึก’ ที่เปิดค้างคาอยู่ในมือเรียวของสถาปนิกสาว บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงในทันที เสียงเข็มนาฬิกาบนผนังดังชัดเจนขึ้นมาในโสตประสาท ความเงียบที่ยาวนานเพียงไม่กี่วินาทีกลับให้ความรู้สึกเนิ่นนานราวกับเป็นชั่วโมง มายด์อ้าปากคล้ายจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่ก็กลืนคำพูดนั้นกลับลงไป ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งงัน ท่ามกลางกลิ่นสตรอว์เบอร์รีที่เริ่มจางหาย และแทนที่ด้วยความตึงเครียดอันเปราะบางที่พร้อมจะขาดผึ่งลงได้ทุกเมื่อ “มายด์...” พราวเปล่งเสียงออกมาได้แค่นั้น เสียงของเแหบพร่าและสั่นเครืออย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนที่พราวจะได้ถามคำถามที่อัดแน่นอยู่ในอก ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นอีกครั้งจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความเกรี้ยวกราดที่ดังทะลุเข้ามาในห้อง “พราว! ผมรู้ว่าคุณอยู่ในนั้น! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นผมพังประตูเข้ามาแน่!” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกละมุนละไมนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%