เสียงโลหะกระทบกันครั้งสุดท้ายดังสนั่นก้องห้องปฏิบัติการใต้ดิน ก่อนที่ความเงียบงันระดับศูนย์สัมบูรณ์จะเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวเรา หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าจัดนับร้อยจอสะท้อนลงบนนัยน์ตาสีเข้มของดร.อคิน แสงเรืองรองนั่นวาดลวดลายบนกรอบหน้าคมคายที่มักจะนิ่งสงบราศีก้อนน้ำแข็ง แต่ในวินาทีนี้... มันกลับไหววูบเหมือนเปลวเทียนต้องลมพายุ
"คุณกำลังสติหลุดไปกันใหญ่แล้ว อคิน"
ผมก้าวเข้าไปประชิดขอบโต๊ะทำงานเหล็กกล้าอย่างไร้ความเกรงกลัว ปลายจมูกของเราแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ หากไม่ใช่เพราะแววตาคู่คมที่ตวัดกลับมามองด้วยความดุดันผสมความเหนื่อยล้าจนแทบแหลกสลาย ผมคงคิดว่านี่คือแผนการปั่นหัวเล่นตามสไตล์นักวิชาการเสียสติทั่วไป
"ผมไม่ได้สติหลุด, คีย์" เสียงทุ้มต่ำของเขาแหบพร่ากว่าทุกครั้ง ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคยบังคับรหัสผ่านอารยธรรมโบราณนับล้านบรรทัดกำลังสั่นน้อยๆ อย่างควบคุมไม่ได้ "และคุณก็รู้ดีว่าทำไมเราถึงมาอยู่ตรงจุดนี้... ในห้องที่ไม่มีแม้แต่สัญญาณชีพจรจากโลกภายนอก"
ผมแค่น้ำลายเหนียวหนืดลงคอแต่ยังคงเชิดหน้าท้าทาย รอยยิ้มมุมปากที่มักใช้กวนประสาทพวกอาชญากรไซเบอร์ถูกงัดออกมาใช้กลบเกลื่อนความวูบไหวในอก "อย่ามาเปลี่ยนเรื่องน่า คุณบอกว่าระบบความปลอดภัยของซากอารยธรรมนี่ถูกบล็อก แต่สิ่งที่ผมเพิ่งแฮกเข้าไปเมื่อห้านาทีที่แล้วมันคือฐานข้อมูลดีเอ็นเอ... และเจ้าของรหัสพันธุกรรมรหัสแรกสุดในระบบบล็อกเชนนี้ มันคือดีเอ็นเอของคุณเอง!"
ความเงียบเข้าจู่โจมเราอีกครั้ง หนักหน่วงเสียยิ่งกว่าแรงโน้มถ่วงใต้พิภพสามเท่า
อคินไม่ปฏิเสธ เขาไม่แม้แต่จะกระพริบตา ปลายนิ้วที่สั่นเทาเลื่อนไปกดปุ่มปลดล็อกเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา เผยให้เห็นรอยแผลเป็นสีเงินจางๆ ที่ลากยาวตั้งแต่ไหปลาร้าหายลับเข้าไปใต้คอเสื้อด้านใน เป็นสัญลักษณ์รูปวงแหวนแปดเหลี่ยม... ลวดลายเดียวกับสัญลักษณ์ประจำโครโมโซมปริศนาที่สลักอยู่บนผนังศิลาของอารยธรรมไร้ชื่อ
"ผมไม่ได้เป็นแค่คนค้นพบมัน, คีย์" อคินสูดหายใจเข้าลึกราวกับกำลังรวบรวมเศษซากความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุดขึ้นมาพูด "แต่ผมคือ ‘ต้นแบบ’ ของการทดลองนี้ตั้งแต่ก่อนที่คุณจะเกิดเสียอีก"
หัวใจของผมกระตุกวูบ ความมั่นใจทั้งหมดที่สะสมมาตลอดชีวิตแฮกเกอร์พังทลายลงในพริบตา ปากที่เคยไวและจัดจ้านกลับอ้าค้างอย่างไร้เสียง ไดอะล็อกนับร้อยที่เตรียมไว้สวนกลับถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อเห็นแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความโดดเดี่ยวและโหยหาของคนตรงหน้า
"คุณ... พูดว่าอะไรนะ?" ผมเค้นเสียงถามออกไปได้แค่นั้น มือเรียวที่เคยรัวแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่วเอื้อมไปคว้าข้อมือเขาไว้โดยไม่รู้ตัว สัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วและผิดจังหวะใต้ผิวหนังของอีกฝ่าย
"พวกเขาไม่ได้สร้างอารยธรรมนี้ขึ้นมาจากซากฟอสซิลโบราณ" อคินก้าวเข้ามาประชิดอีกนิด บีบมือผมกลับด้วยแรงที่หนักหน่วงจนรู้สึกเจ็บ แต่ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขากลับแผ่ซ่านเข้ามาในกระแสเลือด "แต่พวกมันใช้รหัสพันธุกรรมของผม... เป็นสะพานเชื่อมระหว่างมนุษย์ยุคปัจจุบันกับสิ่งมีชีวิตที่หลับใหลอยู่ใต้เปลือกโลก และตอนนี้... ร่างกายของผมกำลังปฏิเสธโครโมโซมที่แปดนั้น มันกำลังฆ่าผมจากข้างใน"
คำสารภาพนั้นพุ่งชนโสตประสาทผมอย่างจัง ความรู้สึกโกรธ เกรี้ยว กราด และความกลัวที่ประเดประดังเข้ามาพร้อมกันทำให้ขอบตาร้อนผ่าวอย่างน่าประหลาด ไอบรรยากาศรอบตัวเริ่มร้อนระอุขึ้นจากระบบระบายอากาศที่รวนเร แต่สิ่งที่แผดเผาผมยิ่งกว่าคือประกายตาคมกริบที่มองตรงมาอย่างลึกซึ้งราวกับจะสลักภาพผมไว้เป็นสิ่งสุดท้าย
"ทำไม... ทำไมถึงไม่ยอมบอกตั้งแต่แรก?" เสียงผมสั่นระริกโดยไม่ยอมรับความจริง ความปากดีเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความตระหนักรู้ที่ว่าผู้ชายคนนี้กำลังเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเพื่อความลับที่ไม่มีใครต้องการ
"เพราะถ้าคุณรู้... คุณอาจจะวิ่งหนีไปให้ไกลจากผม" อคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้ม ปลายนิ้วมืออีกข้างยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากของผมอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนขัดแย้งกับสถานการณ์วิกฤตเบื้องหน้าอย่างสิ้นเชิง "แต่ตอนนี้ มันสายเกินไปแล้วที่จะวิ่งหนี... เพราะรหัสเปิดระบบทำลายล้างตัวเองถูกกระตุ้นแล้ว และกุญแจดอกเดียวที่จะหยุดมันได้..."
สายตาของเขาเลื่อนลงมามองที่ริมฝีปากของผมชั่วขณะ ก่อนจะเงยขึ้นสบตากันตรงๆ ด้วยความหมายที่สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
"...คือตัวของคุณเอง, คีย์"
เปรี้ยง!
เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานสว่างวาบไปทั่วอุโมงค์ใต้ดิน พร้อมๆ กับแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่ทำให้พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าปริแตกออกเป็นทางยาว ร่างของอคินเซถลาเข้ามาโอบกอดผมไว้แน่นเพื่อป้องกันเศษหินที่ร่วงหล่นลงมาจากเพดาน กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นอายเฉพาะตัวของเขายิ่งทำให้ผมแทบคลั่งในอ้อมแขนที่ทั้งแข็งแกร่งและสั่นเทาในคราวเดียวกัน
ก่อนที่ผมจะได้เอ่ยปากถามอะไรออกไป ประตูเหล็กนิรภัยหนาเตอะด้านหลังห้องที่ควรจะถูกปิดตายด้วยระบบรหัสผ่านสิบชั้น กลับส่งเสียงปลดล็อกดัง *คลิก* พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวพ้นกลุ่มควันเข้ามา พร้อมกับกระบอกปืนเก็บเสียงที่เล็งตรงมายังหัวใจของอคินอย่างไร้ความปรานี!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งลงไปในความลึกลับของอารยธรรมที่ถูกลืมกับผมในตอนนี้นะครับ!
โครโมโซมที่แปด: ปริศนาใต้ซากอารยธรรมไร้ชื่อ•ตอนที่ 23
ความลับใต้โครโมโซม
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โครโมโซมที่แปด: ปริศนาใต้ซากอารยธรรมไร้ชื่อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!