เสียงล็อกรหัสผ่านดัง *คลิก... คริ้ง* ยืนยันว่าระบบถูกปลดล็อกด้วยชุดตัวเลขหกหลักที่เพิ่งถูกเปลี่ยนไปไม่ถึงสามนาทีด้วยซ้ำ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และยิ่งไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบปฏิบัติการที่เขาเพิ่งเขียนขึ้นมาใหม่กับมือ
ในห้องควบคุมใต้ดินแคบๆ ขนาดไม่ถึงสี่ตารางเมตร กลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กและฝุ่นผงโบราณถูกแทนที่ด้วยความเย็นเฉียบของอากาศที่ไหลทะลักเข้ามาจากบานประตูเหล็กกล้าที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก คีย์ถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์เซิร์ฟเวอร์จนเกิดเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นเลนส์ใสจ้องเขม็งไปยังร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมนักวิทยาศาสตร์ที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบราวกับภูตผี
เงาสูงทอดทับลงมาบดบังแสงไฟฉุกเฉินสีส้มจนหมดสิ้น ร่างนั้นหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาในระยะประชิด ชนิดที่ว่าหากคีย์ขยับตัวไปข้างหน้าเพียงนิดเดียว ปลายจมูกของเขาก็คงจะชนเข้ากับอกเสื้ออีกฝ่ายเข้าอย่างจัง
"นายเข้ามาทางไหน... อคิน"
คีย์เค้นเสียงถาม รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเพื่อไม่ให้เสียงของตัวเองสั่นไหว ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง แม้ในใจจะกำลังประมวลผลด้วยความเร็วสูงว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนทรยศส่งรหัสผ่านล่าสุดให้กับคนตรงหน้า หรือว่า... *หมอนี่* มีสิทธิ์เข้าถึงระดับสูงสุดโดยที่เขาไม่ต้องแฮกด้วยซ้ำตั้งแต่แรก
ดร.อคินไม่ตอบทันที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะสีเงินกวาดมองสำรวจใบหน้าตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งผยองของคนตัวเล็กกว่า มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเย็นชาที่ทรงพลังและอันตรายจนน่าขนลุก
"ห้องแคบขนาดนี้... นายยังอุตส่าห์มีเวลาคิดตั้งรหัสผ่านใหม่ตั้งหกหลัก" อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มันกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "เสียดายที่ความพยายามของนาย มันเด็กน้อยเกินไปสำหรับระบบที่ฉันสร้างขึ้นมากับมือ, คีย์"
"ระบบบ้าอะไรนั่น มันก็แค่โค้ดขยะที่พวกนายใช้ฝังโครโมโซมประหลาดลงในร่างมนุษย์!" คีย์สวนกลับทันควัน ดวงตาสองข้างวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว ความกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความท้าทายอันเป็นเอกลักษณ์ของแฮกเกอร์สายฟาด เขาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลของอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมลดละ "แล้วอย่ามาทำเป็นเหนือกว่านะ ถ้าฉันไม่อยู่... นายก็คงยังติดแหงقอยู่หน้าประตูบานนั้นจนถึงพรุ่งนี้เช้าแล้วมั้ง ด็อกเตอร์!"
บรรยากาศในห้องแคบอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความตึงเครียด ไดอะล็อกเชือดเฉือนพุ่งเข้าใส่กันราวกับคมมีดที่กรีดเฉือนลงบนผิวเนื้อ อคินไม่ถอยหนี เขาก้าวเข้าไปอีกหนึ่งก้าว จนร่างของคีย์ถูกบีบให้ติดตรึงอยู่กับชั้นวางอุปกรณ์อย่างสมบูรณ์แบบ แผ่นอกกว้างแนบชิดกับแผ่นอกบาง กลิ่นกายเฉพาะตัวของอคินที่เจือจางด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและสารเคมีเย็นๆ ลอยวนอยู่รอบตัว จนคีย์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
นี่ไม่ใช่แค่การเผชิญหน้าเพื่อแย่งชิงความลับของซากอารยธรรมไร้ชื่อ แต่มันคือสงครามจิตวิทยาที่กำลังเผาไหม้พวกเขาทั้งคู่จากภายใน
"ปากเก่งขึ้นนะ..." อคินโน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยไร้อารมณ์อยู่เสมอยื่นเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มของคนตัวเล็ก "รู้ไหมว่าการที่นายขัดคำสั่งแล้วแอบเข้ามาในเขตหวงห้ามชั้นสิบสาม... มันมีโทษร้ายแรงแค่ไหน"
"โทษเหรอ? หึ..." คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ แม้หัวใจจะเต้นรัวระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเมื่อระยะห่างระหว่างริมฝีปากของพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว "แล้วโทษของการหลอกลวงฉันมาตลอดสามเดือนล่ะ มันเรียกว่าอะไร... ดร.อคิน? นายเป็นใครกันแน่ และไอ้สิ่งที่เราเจอในห้องโถงใต้ดินนั่นมันคืออะไรกันแน่!"
มือเรียวบางยกขึ้นดันแผงอกของอีกฝ่ายไว้เพื่อรักษาระยะห่าง แต่ทว่า... อคินกลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับชั้นวางเหล็กเหนือหัวของคีย์ เป็นการกักขังเขาไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ ดวงตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับต่อว่าต่อขานเขาด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววพยศอย่างชัดเจน
"ถ้าฉันบอกความจริงทั้งหมด... นายคิดว่านายจะรับมันไหวหรือเปล่าล่ะ, คีย์" อคินกระซิบเสียงต่ำ เสียงทุ้มนั้นพร่าพรายและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ยากจะคาดเดา "ความเย็นชาที่นายเห็นจากฉัน... มันไม่ใช่เพราะฉันไม่รู้สึกอะไร แต่เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ฉันไม่ต้องฆ่านายทิ้งซะตั้งแต่แรก"
คำพูดนั้นทำให้คีย์ชะงัก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ปลายลิ้นแห้งผากขึ้นมาทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้แววตาคู่นั้น มันไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือความจริงที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมา
"นาย... หมายความว่ายังไง" คีย์เค้นเสียงถาม ความมั่นใจทั้งหมดเริ่มสั่นคลอน
"หมายความว่า... โครโมโซมที่แปดในตัวนายกำลังตื่นขึ้น" อคินไล้ปลายนิ้วลงบนกรอบหน้าของคีย์อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เย็นเยียบแต่กลับสร้างความร้อนรุ่มราวกับเปลวไฟแผดเผาผิวเนื้อ "และทุกครั้งที่นายเข้าใกล้ความลับนี้มากเท่าไหร่ ร่างกายของนายก็จะยิ่งต้องการฉันมากเท่านั้น... เหมือนที่นายกำลังสั่นอยู่ตอนนี้ยังไงล่ะ"
คีย์เม้มปากแน่น เขาอยากจะเถียง อยากจะยกมือขึ้นตบหน้าคนหลงตัวเองสักฉาดใหญ่ แต่ความจริงที่ว่าปลายนิ้วของอคินกำลังทำให้เขาสติหลุดลอยไปไกล ทำให้เขาพูดไม่ออก ร่างกายมันทรยศสมองไปเสียแล้ว ความใกล้ชิดในที่แคบนี้กำลังหลอมละลายเกราะป้องกันทุกอย่างที่เขาสร้างขึ้นมา
ทว่า... ก่อนที่คีย์จะได้ทันอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบตามนิสัย เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็พลันดังลั่นสนั่นหู *หวอ—หวอ—* พร้อมกับแสงไฟฉุกเฉินที่เปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีแดงกะพริบถี่รัว แรงสั่นสะเทือนมหาศาลเริ่มแผ่ซ่านขึ้นมาจากพื้นเบื้องล่าง ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังพยายามพังกำแพงคอนกรีตหนาเตอะขึ้นมาจากการหลับใหล
อคินขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในเสี้ยววินาที เขาดึงตัวคีย์เข้ามาชิดอกแกร่งโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันแรงกระแทกจากผนังที่เริ่มร้าว
"เกิดอะไรขึ้น..." คีย์เอ่ยถามเสียงหอบ ขณะมือข้างหนึ่งต้องกำชายเสื้อคลุมของอีกฝ่ายไว้แน่นเพื่อทรงตัว
อคินไม่ตอบ แต่สายตาคมกริบมองเลยผ่านไหล่ของคีย์ไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่ถูกเปิดทิ้งไว้ บนหน้าจอสีดำสนิท ตอนนี้มีข้อความรหัสผ่านชุดใหม่ปรากฏขึ้นมาเองโดยไม่มีใครพิมพ์... และมันไม่ใช่รหัสผ่านของมนุษย์
มันคือรหัสพันธุกรรมสิบหกหลักที่กำลังนับถอยหลังสู่การเปิดผนึกบางสิ่ง ที่ไม่สมควรถูกปลดปล่อยออกมาสู่โลกภายนอก
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับปริศนานี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
โครโมโซมที่แปด: ปริศนาใต้ซากอารยธรรมไร้ชื่อ•ตอนที่ 6
ความเย็นชาที่ร้อนแรง
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โครโมโซมที่แปด: ปริศนาใต้ซากอารยธรรมไร้ชื่อ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!