แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึ้กถูกโยนลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดังสนั่น จนถ้วยชาเคลือบอีนาเมลสั่นระริก น้ำชาสีเขียวเข้มกระฉอกออกมาเปื้อนกระดาษรายงานบนโต๊ะทำงานของกองบัญชาการทหารประจำอำเภอ
"ข้อกล่าวหานี้มันไร้สาระสิ้นดี!"
เสียงทุ้มต่ำที่อัดแน่นไปด้วยโทสะของร้อยโทจางเหว่ยดังลอดประตูไม้เก่าๆ ออกมาจนนายทหารเวรด้านนอกต้องสะดุ้งสุดตัว ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์หนุ่มจ้องมองผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางด้วยแววตาวาวโรจน์ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนอย่างเห็นได้ชัด มือหนากำหมัดแน่นจนข้อต่อลั่นเปรี๊ยะ
ใบแจ้งคำสั่งด่วนที่ระบุว่า "แพทย์หญิงหลินอวี้ซิน" ภรรยาของเขาถูกกล่าวหาว่าขโมย 'สมุนไพรบรรณาการหลวง' ลับสุดยอดจากสถาบันวิจัยการแพทย์แห่งชาติ นั้น เป็นเรื่องตลกที่น่ารังเกียจที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมา! สมุนไพรล้ำค่าพวกนั้น แม้แต่เงาเฝือกหรือรากไม้แห้ง เธอยังไม่เคยหยิบจับออกจากมิติลับของเธอให้ใครเห็นด้วยซ้ำ นอกจากเอาออกมารักษาชาวบ้านยากไร้ในคอมมูนแห่งนี้ตามหน้าที่แพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง
"ผู้กองจาง โปรดควบคุมอารมณ์ด้วย นี่คือคำสั่งตรงจากเบื้องบน ทางเรามีพยานหลักฐานและ... บันทึกการเบิกจ่ายที่ลงชื่อกำกับไว้ชัดเจน" เจ้าหน้าที่จากส่วนกลางขยับแว่นกรอบทองด้วยท่าทีอึดอัดเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับออร่าความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวของนายทหารหนุ่มผู้สร้างผลงานโดดเด่นมานับไม่ถ้วน
"หลักฐานปลอมๆ แบบนั้น ใครๆ ก็ทำขึ้นมาได้!" จางเหว่ยแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว "ภรรยาของผมรักษาคนไข้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ไม่เคยมีเวลาแม้แต่จะหายใจด้วยซ้ำ นางจะเอาเวลาที่ไหนไปสถาบันวิจัยบ้าบอนั่น? ถ้าพวกท่านกล้าแตะต้องเส้นผมเส้นเดียวของนาง อย่าหาว่าผมไม่เตือน!"
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำแข็งขั้วโลก ก่อนที่ร่างโปร่งบางในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเขียวเข้มจะเปิดประตูผลุบเข้ามาด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น ดวงตากลมโตคู่สวยกราดมองเอกสารบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะคลายยิ้มบางเบาที่มุมปากอย่างไม่สะทกสะท้าน
"ไม่ต้องโมโหไปหรอกค่ะพี่เหว่ย..." หลินอวี้ซินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่มั่นคงราวกับหินผา เธอเดินเข้าไปใกล้สามี เอื้อมมือเรียวไปแตะแขนหนาที่กำลังสั่นระริกด้วยความโกรธเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่น "ในเมื่อพวกเขาอ้างว่าฉันขโมยสมุนไพรหลวง ก็แสดงว่าสมุนไพรนั้นต้องมีค่ามากสินะคะ... น่าเสียดายจัง ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า สมุนไพรราคาแพงลิบลิ่วหน้าตาเป็นอย่างไร ถึงทำให้คนบางกลุ่มอดรนทนไม่ไหวจนต้องกุเรื่องขึ้นมากล่าวหากันแบบนี้"
คำพูดเหน็บแนมอย่างสุภาพแต่เชือดเฉือนทำเอาเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางหน้าเสียไปถนัดตา
ท้ายที่สุด ด้วยแรงกดดันจากทั้งหลักฐานโต้แย้งที่อวี้ซินเตรียมไว้ในพริบตา (ซึ่งเธอแอบดึงใบรับรองแพทย์และบันทึกการรักษาคนไข้ย้อนหลังสามเดือนออกมาจากระบบโรงพยาบาลในมิติลับได้อย่างแนบเนียน) ประกอบกับอำนาจการันตีเกียรติยศทหารของจางเหว่ย ทำให้การ "เชิญตัวไปสอบสวน" ถูกลดระดับลงเป็นการเคลียร์คริสตัลใสในห้องประชุมเล็กๆ เพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ข้อกล่าวหาจอมปลอมจึงมลายหายไปราวกับควันไฟ เมื่อทางสถาบันวิจัยตัวจริงออกมายอมรับว่าเป็นการ "ลงข้อมูลผิดพลาด" ของเจ้าหน้าที่ระดับล่าง
ยามเย็นเยียบย่างเข้ามา ความหนาวเหน็บของฤดูหนาวในยุค 70 แผ่ซ่านไปทั่วผืนดิน แต่มุมห้องครัวเล็กๆ ในบ้านพักของตระกูลจางกลับอบอวลไปด้วยไอความร้อนและกลิ่นหอมหวลชวนน้ำลายสอ
หลินอวี้ซินกำลังยืนง่วนอยู่หน้าเตาถ่าน ใบหน้าเนียนนุ่มใสสะอาดมีคราบเขม่าจางๆ ติดอยู่เล็กน้อย ยิ่งขับให้เธอดูมีเสน่ห์น่าเอ็นดูในสายตาของชายหนุ่มที่ยืนพิงกรอบประตูมองอยู่ไม่ห่าง
"มองอะไรอยู่คะ? หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง" อวี้ซินเอี้ยวตัวกลับมาพร้อมกับทัพพีไม้ในมือ ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยความขบขัน ขณะใช้หลังมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก
จางเหว่ยไม่ตอบ คำพูดของเขามักจะน้อยเสมอเมื่อเทียบกับการกระทำ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจากด้านหลัง วงแขนแกร่งโอบกอดเอวคอดกิ่วไว้หลวมๆ ก่อนจะเกยคางลงบนลาดไหล่บางสูดดมกลิ่นหอมสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของภรรยา
"ผมเป็นห่วงคุณ..." เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนกระซิบข้างใบหู ขอบตาของนายทหารหนุ่มผู้ไม่เคยหวั่นเกรงต่อกระสุนปืนในสนามรบ กลับแดงก่ำขึ้นมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในตอนบ่าย "ถ้าหากว่า... ถ้าหากผมปกป้องคุณไม่ได้..."
อวี้ซินวางทัพพีลง เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ยกมือทั้งสองข้างขึ้นโอบรอบลำคอหนา ดวงตากลมโตมองลึกเข้าไปในดวงตาที่ฉายแววความกังวลอย่างชัดเจนของสามี
"พี่เหว่ยคะ..." เธอยิ้มหวาน หยิกแก้มสากระคายของเขาเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว "คุณก็เห็นแล้วนี่คะว่าภรรยาคนนี้ไม่ใช่ตุ๊กตาเคลือบกระเบื้องที่จะยอมให้ใครมาทุบทำลายได้ง่ายๆ อีกอย่าง... คนที่ควรกลัวตอนนี้ ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ แต่เป็นพวกที่กล้าหาเรื่องเราต่างหาก"
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กๆ ที่มุมปากของอวี้ซินทำให้จางเหว่ยต้องหลุดยิ้มออกมา แม้ภายนอกเธอจะเป็นหมอสาวผู้ใจดีและอ่อนโยนต่อคนไข้ แต่ถ้าใครกล้าล้ำเส้น... ภรรยาตัวน้อยของเขาคนนี้มีความสามารถในการถอนรากถอนโคนอีกฝ่ายได้โดยไม่ต้องออกแรงด้วยซ้ำ
"ครับ ผมรู้ว่าเมียผมเก่งที่สุด" จางเหว่ยยอมจำนนด้วยสายตา เขาอดไม่ได้ที่จะก้มลงกดจุมพิตหนักหน่วงลงบนหน้าผากเนียนมนของเธอเพื่อเป็นการปลอบขวัญและให้รางวัลตัวเอง "ว่าแต่... กลิ่นหอมๆ นี่คืออะไรครับ ท้องผมร้องจนข้างบ้านคงได้ยินหมดแล้ว"
อวี้ซินหัวเราะคิกคัก ยอมผละออกจากอ้อมแขนอุ่นเพื่อหันไปจัดการกับอาหารตรงหน้า "ก็หม้อไฟไก่ตุ๋นโสมป่ากับเห็ดหอมสวรรค์น่ะสิคะ! ฉันแอบเอาโสมป่าอายุร้อยปีที่เก็บไว้ในมิติลับออกมาตุ๋นกับเนื้อไก่บ้านเหนียวนุ่ม เคี่ยวจนน้ำซุปกลายเป็นสีขาวขนมเปียกปูน หอมกรุ่นกลสมุนไพรบำรุงกำลังชั้นยอด รับรองว่าซดเข้าไปคำเดียว ความเหนื่อยล้าทั้งวันจะหายเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ"
ไม่พูดเปล่า อวี้ซินตักเนื้อไก่เปื่อยนุ่มชิ้นโตพร้อมน้ำซุปส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวใส่ชามกระเบื้องเคลือบยื่นให้สามี
ไอร้อนพวยพุ่งขึ้นกระทบใบหน้า กลิ่นหอมหวานของโสมป่าชั้นดีผสานกับความกลมกล่อมของเครื่องเทศและเนื้อไก่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก กระตุ้นต่อมน้ำลายของคนทั้งคู่ให้ทำงานอย่างหนักหน่วง ในยุคขาดแคลนเช่นนี้ การได้นั่งกินหม้อไฟร้อนๆ เคียงคู่กับสามีผู้ซื่อสัตย์และรักเธอสุดหัวใจ คือความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้
จางเหว่ยรับชามมาสูดกลิ่นหอมเข้าปอดลึกๆ เขายกซดน้ำซุปร้อนๆ คำหนึ่ง รสชาติกลมกล่อมล้ำลึกแผ่ซ่านไปทั่วท้อง ขับไล่ความหนาวเหน็บและความตึงเครียดจากเหตุการณ์ในวันนี้ให้หายวับไปในพริบตา
"อร่อยมากครับ..." เขามองหน้าภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความซาบซึ้งใจอย่างล้นปรี่
ท่ามกลางแสงไฟสีส้มสลัวจากตะเกียงน้ำมันในค่ำคืนอันเหน็บหนาว ทั้งสองคนนั่งเคียงข้างกันบนม้าไม้ตัวเล็ก แบ่งปันอาหารรสเลิศและความอบอุ่นทางใจ ความสงบสุขและรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนทั้งคู่ ราวกับพายุร้ายเมื่อช่วงบ่ายเป็นเพียงแค่เรื่องโกหกคำโต
ทว่า... ในขณะที่คีบเนื้อไก่ชิ้นสุดท้ายเข้าปาก เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอย่างกะทันหัน!
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังรัวเร็วและไร้ความเกรงใจในยามวิกาล ทำเอาตะเกียบในมือของอวี้ซินชะงักค้างกลางอากาศ จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่น วางชามในมือลงทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นมาอีกครั้งในเสี้ยววินาที
เมื่อจางเหว่ยเปิดประตูออกไป ภาพของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด—ผู้ตรวจการอาวุโสจากส่วนกลางคนเดิม พร้อมด้วยสีหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ และทหารติดตามที่ถือห่อผ้าปริมาณมาก—กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าบ้านพัก พร้อมกับคำพูดที่ทำให้ลมหายใจของอวี้ซินสะดุดกึก:
"ร้อยโทจาง... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! สมุนไพรอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือ... ถูกพบว่าถูกซ่อนไว้ใน... ในใต้ถุนห้องทำงานของท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาล และเขากำลังกล่าวหาว่าแพทย์หญิงหลินเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดระดับหัวหน้าแก๊ง!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้คุณหมออวี้ซินของเรามาโดยตลอดนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าค่ะ!
คุณหมอหญิงทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 21
ชีวิตที่ร่มเย็นเป็นสุข
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!