คุณหมอหญิงทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 13

พัฒนาการเกษตรด้วยความรู้สมัยใหม่

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
ซองจดหมายกระดาษสาเนื้อหนาประทับตราครั่งสีแดงชาดจากเมืองหลวง วางนิ่งสนิทอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ ทว่าสายตาสองคู่ที่จดจ้องอยู่กลับไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบตามสภาพของมันเลยแม้แต่น้อย หลินอวี้ซินหรี่ตาลงเล็กน้อย นางมองชายหนุ่มแปลกหน้าในชุดเสื้อโค้ทสีเข้มและสวมแว่นตากรอบทอง ผู้ซึ่งกำลังแย้มยิ้มราวกับพ่อค้าหน้าเลือดที่ถือไพ่เหนือกว่าในมือ บรรยากาศรอบตัวของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเจ้าเล่ห์ที่ถูกปรุงแต่งขึ้นอย่างแนบเนียน รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่รีที่กวาดมองไปรอบห้องครัวที่สะอาดสะอ้านและเต็มไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพร "คุณชายกู่ คงว่างงานมากกระมัง ถึงได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงหมู่บ้านชนบททุรกันดารเช่นนี้ เพียงเพื่อส่งจดหมายฉบับเดียว" อวี้ซินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก นางกอดอกพิงขอบโต๊ะอย่างมั่นใจ ท่าทีเยือกเย็นนี้ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของกู่เหวินเจ๋อชะงักไปชั่วขณะ "คุณหนูหลิน... ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่า 'สะใภ้จาง' เสียแล้วกระมังครับ" กู่เหวินเจ๋อหัวเราะในลำคออย่างนึกสนุก เขาผลักกรอบแว่นขึ้นเล็กน้อย "ท่านพ่อของคุณฝากความเป็นห่วงมาถึง ก่อนที่ตระกูลหลินจะ..." "ถ้ามาเพื่อพูดจารกหู เชิญออกไปทางประตูเดิมค่ะ" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังแทรกขึ้นทันทีก่อนที่กู่เหวินเจ๋อจะทันได้เอ่ยจบประโยค จางเหว่ยเดินก้าวเข้ามาจากลานบ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อทหารเก่าแต่รีดเรียบกริบแผ่รังสีความกดดันออกมาอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์จ้องมองแขกผู้มาเยือนด้วยความระแวดระวัง มือหนาข้างหนึ่งวางอยู่บนปมเชือกที่เอวอย่างเป็นธรรมชาติ ท่าทีปกป้องภรรยาอย่างออกนอกหน้าทำให้กู่เหวินเจ๋อต้องยอมหุบปากลงครึ่งหนึ่ง อวี้ซินเหลือบมองสามีที่ยืนเคียงข้าง แววตาอ่อนลงวับหนึ่ง นางยื่นมือไปหยิบซองจดหมายนั้นมาฉีกออกด้วยท่าทางที่ไม่ี่สะทกสะท้าน เนื้อความด้านในใช้พู่กันจีนเขียนด้วยลายมือตวัดเฉียบคม ทว่าสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของแพทย์หญิงยุคปัจจุบันอย่างนางหาใช่ถ้อยคำตัดพ้อหรือคำสั่งจากตระกูลเดิมไม่ แต่เป็น "ผงยาสมุนไพรโบราณ" ชนิดหนึ่งที่ถูกโรยเคลือบบนกระดาษเพื่อส่งสัญญาณเตือนภัยบางอย่าง! *หึ ตระกูลหลินคิดจะใช้พิษไร้ลักษณ์มาควบคุมฉันอย่างนั้นหรือ? น่าขันสิ้นดี* อวี้ซินแอบแค่นเสียงในใจ ปลายนิ้วเรียวแตะผงยานั้นเพียงเล็กน้อยก่อนจะแอบส่งมันเข้าไปในระบบวิเคราะห์ของโรงพยาบาลส่วนตัวในมิติลับ ชั่วพริบตาเดียว ข้อมูลส่วนประกอบของพิษก็ปรากฏขึ้นบนจอโฮโลแกรมเสมือนจริง—*พิษสลายเส้นเอ็นชนิดอ่อน* ช่างเป็นวิธีสกปรกที่ตระกูลใหญ่ใช้กำจัดเสี้ยนหนามเสียจริง "ฝากบอกคนที่ส่งมาด้วยนะคะ ว่าฉันตายจากตระกูลหลินไปนานแล้ว ตอนนี้ฉันเป็นสะใภ้ตระกูลจาง มีสามีที่คอยดูแลอย่างดี ไม่ต้องมาใส่ใจให้รกสมองหรอกค่ะ" อวี้ซินฉีกจดหมายในมือทิ้งต่อหน้าต่อตา ก่อนจะกวาดเศษกระดาษลงในเตาไฟที่กำลังลุกโชน เสียงกระดาษไหม้ไฟดังปะทุขึ้นเบาๆ กู่เหวินเจ๋อขมวดคิ้วมุ่น รอยยิ้มจอมปลอมหายวับไป เขากวาดตามองคนทั้งสองด้วยแววตาเย็นเยียบขึ้น "สะใภ้จาง ระวังคำพูดหน่อย บ้านหลังนี้และที่ดินผืนนี้ รวมถึงตัวเธอ... บางทีอาจจะไม่ได้เป็นของเธอไปตลอดหรอกนะ" "ถ้าคิดจะลองดีกับฉัน เชิญป้ายหน้าค่ะ" อวี้ซินตอบกลับทันควัน น้ำเสียงเยือกเย็นจนคนฟังต้องหนสันหลังวาบ "แต่บอกไว้ก่อนว่า ยาพิษที่คอเสื้อของคุณเริ่มออกฤทธิ์แล้วนะคะ ถ้าไม่อยากให้แขนขาใช้งานไม่ได้ไปตลอดชีวิต รีบกลับไปต้มรากโสมตานเซินดื่มเสียตอนนี้ยังทัน" สีหน้าของกู่เหวินเจ๋อเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที เขาถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ หันหลังคว้ากระเป๋าแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปจากบ้านตระกูลจางอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งให้บรรยากาศกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง จางเหว่ยหันมามองภรรยาด้วยความกังวล "เมียจ๋า... เขาเป็นใครกันแน่? แล้วที่บอกว่าโดนพิษ..." "คนส่งมาลองเชิงน่ะค่ะ ไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก" อวี้ซินหันไปยิ้มหวานให้สามี ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องทันที "พูดถึงเรื่องที่ดิน... เมื่อครู่เขายังพูดถูกอยู่อย่างนะคะ ที่ดินหลังบ้านของเราดินแห้งแล้งเกินไป ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ แปลงแปลงผักสมุนไพรที่ฉันตั้งใจจะปลูกคงโตไม่ทันใช้แน่ๆ" จางเหว่ยถอนหายใจเบาๆ กับความเปลี่ยนเรื่องไวของภรรยา แต่ก็ยอมตามใจโดยดี "ดินตรงนั้นมันเป็นดินลูกรังปนทราย น้ำซึมหายหมด ปลูกอะไรก็ไม่ค่อยขึ้นหรอก พี่ลองขุดดูหลายครั้งแล้ว" "เพราะวิธีเดิมๆ มันใช้ไม่ได้ผลต่างหากล่ะคะ" ดวงตาของอวี้ซินเป็นประกายวิบวับ ความรู้ด้านการเกษตรสมัยใหม่ผสมผสานกับเทคนิคการปรับปรุงดินด้วยเถ้าแกลบและปุ๋ยหมักชีวภาพจากมิติลับผุดขึ้นมาในหัว น นางเดินนำสามีออกไปที่แปลงดินรกร้างหลังบ้านทันที สายลมยามสายพัดผ่านแปลงดินกว้าง สองสามีภรรยาลงมือลงแรงร่วมกันอย่างขยันขันแข็ง อวี้ซินแอบดึง "ปุ๋ยเร่งรากนาโน" จากโรงพยาบาลในมิติลับออกมาผสมกับน้ำในถังไม้โดยไม่ให้จางเหว่ยสังเกตเห็น ขณะที่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ใช้จกขุดพลิกหน้าดินอย่างแข็งขัน เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย กล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าขยับไหวตามจังหวะการทำงานที่ทรงพลัง ช่างเป็นภาพที่น่ามองเสียจนอวี้ซินอดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม "มองอะไรหรือครับ? หน้าพี่มีดินติดอยู่หรือเปล่า" จางเหว่ยเงยหน้าขึ้นมาเห็นภรรยากำลังจ้องมองตนอยู่พอดี เขาใช้หลังมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก ส่งยิ้มซื่อๆ มาให้จนคนมองใจเต้นตักตั๊ก "เปล่าค่ะ แค่คิดว่า... สามีใครกันนะ ทั้งขยัน ทั้งหล่อ แถมยังเชื่อฟังภรรยาที่สุดในหมู่บ้าน" อวี้ซินหยอกเยิ้มด้วยความอารมณ์ดี นางยื่นผ้าชุบน้ำหมาดๆ ไปเช็ดเหงื่อให้เขาอย่างเบามือ จางเหว่ยหน้าแดงซ่านไปถึงใบหู แม้จะแต่งงานกันมาพักใหญ่แล้ว แต่ความใส่ใจและคำพูดหวานหูของภรรยาก็ยังทำให้เขาเขินอายได้ทุกครั้ง ชายหนุ่มคว้ามือเล็กนั้นมากุมไว้แน่น แววตาสื่อความรักความซื่อสัตย์ออกมาอย่างหมดเปลือก "ไม่ว่าใครหน้าไหนจะเข้ามาหาเรื่องเรา พี่จะปกป้องเธอเอง จะไม่มีใครหน้าไหนมาแย่งอะไรไปจากเราได้ทั้งนั้น" "ฉันเชื่อค่ะ" อวี้ซินยิ้มรับ ก่อนจะผละมือออกแล้วชี้ไปที่ถังน้ำผสมปุ๋ยพิเศษ "เอาล่ะค่ะ พักความหวานไว้ก่อน มาช่วยกันรดน้ำแปลงทดลองนี้ให้ทั่ว แล้วเรามาดูกันว่า... พืชผลที่ฉันจะปลูกมันจะเติบโตได้น่าทึ่งขนาดไหน!" เวลาผ่านไปเพียงชั่วข้ามคืน ปาฏิหาริย์แห่งยุค 70 ก็บังเกิด! เช้าวันถัดมา กลิ่นหอมหวานของดอกไม้นานาพันธุ์และกลิ่นฉุนอ่อนๆ ของสมุนไพรล้ำค่าโชยขจรขจายไปทั่วบริเวณบ้านตระกูลจาง แปลงผักและสมุนไพรที่เคยแห้งแล้ง บัดนี้กลับเขียวขจี ลำต้นอวบอ้วนสมบูรณ์จนน่าตกใจ ใบไม้สีเขียวเข้มส่องประกายระยับราวกับถูกเคลือบด้วยหยาดน้ำค้างบริสุทธิ์ ผลผลิตเติบโตเร็วกว่าปกติถึงสิบเท่า! ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างพากันหยุดชะงักสูดดมกลิ่นหอมนั้นด้วยความฉงนสนเท่ห์ เสียงซุบซิบนินทาเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ว่าบ้านตระกูลจางต้องมนต์ดำหรือมีสมบัติล้ำค่าซ่อนอยู่ ในขณะที่อวี้ซินกำลังยิ้มกริ่มเตรียมเก็บเกี่ยวสมุนไพรล็อตแรกไปแปรรูปเพื่อเตรียมนำไปขายในตลาดมืดเพื่อกอบโกยเงินก้อนโต เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงโวยวายของหัวหน้าหมู่บ้านและป้าสะใภ้จอมเจ้าเล่ห์ที่พากันบุกเข้ามาถึงลานบ้าน! "หลินอวี้ซิน! นังตัวดี ออกมานี่นะ! แกแอบปลูกอะไรในบ้าน ถึงได้มีกลิ่นประหลาดหอมฟุ้งไปทั่วหมู่บ้านแบบนี้!" อวี้ซินหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางวางตะกร้าในมือลงแล้วก้าวเดินออกไปเผชิญหน้า ทว่า... เมื่อประตูบ้านเปิดกว้างออก สิ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังกลุ่มคนเหล่านั้น กลับไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงจากอำเภอ พร้อมกับหีบไม้ลงกลอนหนาแน่นที่ถูกหอบหิ้วมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด! "คุณคือสะใภ้จางใช่ไหม? เราได้รับรายงานว่าบ้านนี้มีการลักลอบเพาะปลูกพืชต้องห้ามและของผิดกฎหมาย... เปิดหีบตรวจค้นเดี๋ยวนี้!" อวี้ซินชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มของนางค้างเติ่ง ก่อนที่ประกายตาจะวาวโรจน์ขึ้นด้วยความท้าทาย ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหมอหญิงอวี้ซินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%