กลิ่นอายจางๆ ของยาสมานแผลกลิ่นสมุนไพรจีนเข้มข้นลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องครัวเล็กๆ ในยามวิกาล แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันพืชกะพริบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างไม้ ทว่าสิ่งดึงดูดสายตาของหลินอวี้ซินในตอนนี้ หาใช่ความมืดสลัวหรือความหนาวเหน็บของยุคเจ็ดศูนย์อันแห้งแล้งไม่ แต่มันคือขวดแก้วบรรจุสารละลายกลูโคสและชุดเข็มฉีดยาปลอดเชื้อที่เพิ่งถูกหยิบออกมาจากมิติลับเพื่อใช้รักษาแผลลึกที่หัวไหล่ของสามี
เสียงถอนหายใจเบาๆ ดังขึ้นจากริมฝีปากอิ่ม ขณะที่นิ้วเรียวตวัดสำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดรอบปากแผลให้จางเหว่ยอย่างเบามือที่สุด
"ขยับตัวแรงอีกนิดสิคะ ถ้าแผลฉีกขึ้นมาฉันคงต้องควักยาชาชั้นดีออกมาฉีดให้เจ็บตัวเล่นรอบสองแน่ๆ" อวี้ซินเอ่ยพรางเหลือบมองใบหน้าคมเข้มที่ระงับความเจ็บปวดไว้ภายใต้ความนิ่งขรึม ดวงตาคู่คมของจางเหว่ยจ้องมองภรรยาไม่วางตา มันไม่ใช่สายตาหวาดกลัวหรือระแวงสงสัยอย่างที่นางเคยเผชิญจากคนในหมู่บ้าน ทว่ามันกลับล้ำลึกและเต็มไปด้วยประกายความคิดที่อ่านไม่ออก
จางเหว่ยนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ มือหนาที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันหลวมๆ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุบต่ำที่แหบพร่า "เจ้าเอา... สิ่งเหล่านี้มาจากไหนกัน? หลินอวี้ซิน... เมียของข้า"
อวี้ซินชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มของนางค้างเติ่ง ก่อนที่ประกายตาจะวาวโรจน์ขึ้นด้วยความท้าทาย นางไม่ได้สะดุ้งตกใจอย่างที่บุรุษทั่วไปพึงจะเป็นเมื่อพบเห็นความลับเหนือธรรมชาติ นางเพียงแต่วางขวดเข็มฉีดยาลดลงบนโต๊ะไม้ เสียงแก้วกระทบผิวไม้ดัง *กริ๊ก* เบาๆ ท่ามกลางความเงียบงัน
"ถ้าฉันบอกว่ามันร่วงหล่นลงมาจากสวรรค์ ท่านจะเชื่อไหมล่ะคะ พี่เหว่ย?" นางเอียงคอมองเขา รอยยิ้มมุมปากเย้ายวนแต่ทว่าเย็นเยียบราวกับก้อนน้ำแข็งในฤดูหนาว
จางเหว่ยไม่ตอบทันที สายตาของเขาเลื่อนจากใบหน้าสวยเฉี่ยวลงไปมองกล่องยาโลหะสีเงินแวววาวที่ไม่มีทางพบเห็นได้ในสหกรณ์คอมมูนชนบทแห่งนี้ มันคือเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำเกินยุคสมัยไปหลายสิบปี หรืออาจจะนับร้อยปีด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของอดีตนายทหารหนุ่มเต้นแรงไม่ใช่ความประหลาดล้ำของวัตถุเหล่านั้น หากแต่เป็นความห่วงใยและความจริงที่ว่า... ผู้หญิงตรงหน้าใช้สิ่งเหล่านี้ช่วยชีวิตและบรรเทาความเจ็บปวดให้เขา
"ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะได้มันมาจากที่ไหน..." เสียงทุบต่ำเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น ดวงตาสนิทแนบแน่วไม่มีความเคลือบแคลงแม้แต่น้อย "ข้ารู้เพียงแค่ว่า... เจ้าคือภรรยาของข้า และเจ้ากำลังช่วยชีวิตข้า แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับคนอย่างจางเหว่ย"
อวี้ซินนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาจากการต่อสู้ดิ้นรนคนเดียวในโลกอนาคตและโลกยุคนี้ กลับถูกกระแสความอบอุ่นบางเบาตีวนจนรู้สึกวูบวาบ นางหรี่ตามองสามีหนุ่มผู้ซื่อตรงและรักเดียวใจจอดคนนี้อย่างพินิจพิเคราะห์ บุรุษผู้นี้ฉลาดเฉลียวพอที่จะสังเกตเห็นความผิดปกติ แต่เขากลับเลือกที่จะเก็บงำมันไว้เป็นความลับ ปิดบัง และปกป้องนางจากสายสืบหรือคนปากโป้งในหมู่บ้าน
"ท่านไม่กลัวฉันหรือคะ? คนในหมู่บ้านเขาอาจจะลือว่าฉันเป็นปีศาจจำแลงกายมาก็ได้นะ" นางลองหยั่งเชิงพลางขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นกายสะอาดสะอ้านผสมกลิ่นสมุนไพรจางๆ จากตัวนางลอยเข้าจมูกของชายหนุ่ม
จางเหว่ยแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาดุดันฉายแววอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมองภรรยา "ปีศาจที่ไหนจะทำอาหารรสเลิศและรักษาแผลให้สามีด้วยความใส่ใจเช่นนี้ หากเจ้าเป็นปีศาจ... ข้าก็คงยอมตกนรกไปกับปีศาจตนนี้เช่นกัน"
คำพูดไร้ชั้นเชิงแต่จริงใจจนน่าตกใจทำเอาอวี้ซินถึงกับพูดไม่ออก พวงแก้มเนียนนวลซับสีเรื่อขึ้นมาจางๆ โดยไม่รู้ตัว นางรีบหันไปเก็บอุปกรณ์การแพทย์ลงในมิติลับเพื่อซ่อนความประหม่าที่เกิดขึ้นฉับพลัน
"ปากหวานเสียจริงนะคะ ระวังเถอะ... ถ้าแผลหายดีแล้วฉันอาจจะใช้งานท่านหนักหนาเสียจนไม่มีเวลามาพูดจาหวานเลี่ยนแบบนี้หรอก" นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
"ต่อให้ต้องใช้แรงทำนาทั้งวันหรือขึ้นเขาไปล่าสัตว์เพื่อเจ้า ข้าก็ไม่เคยบ่นสักคำ" จางเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางเอื้อมมือหนามาจับข้อมือเรียวของนางไว้แผ่วเบา "แต่อตอนนี้... ข้าเริ่มได้กลิ่นอะไรบางอย่างลอยมาจากในครัวแล้วนะ อวี้ซิน"
คำทักทายของสามีทำให้อวี้ซินนึกขึ้นได้ว่า ก่อนหน้านี้มัวแต่ทำแผลให้เขาจนเกือบลืมภารกิจสำคัญในยามค่ำคืนนี้ นางสะบัดข้อมือเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาสดใสเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสุขของการเป็นแม่ครัวมือฉกาจ
"อ๋อ... นั่นคือซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมป่ากับเห็ดหอมที่ฉันเพิ่งเคี่ยวไว้ในหม้อดินต่างหากล่ะคะ!"
อวี้ซินหันไปยิ้มกริ่ม รอยยิ้มของนางเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในฝีมือการทำอาหารระดับเชฟภัตตาคารใหญ่ นางเดินหายเข้าไปในครัวหลังบ้านเพียงครู่เดียว ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับถาดไม้ที่มีชามกระเบื้องลายครามบรรจุซุปส่งกลิ่นหอมกรุ่นตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง น้ำซุปสีขาวขุ่นเข้มข้นจากการเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ลอยกรุ่นไอความร้อน โปะหน้าด้วยเนื้อหมูเปื่อยนุ่มและสมุนไพรชั้นดีที่ช่วยบำรุงกำลัง บรรยากาศอึมครึมตึงเครียดเมื่อครู่พลันมลายหายสิ้น ถูกแทนที่ด้วยความหอมยั่วน้ำลายที่แผ่ซ่านทะลุกรอบประตูบ้านออกไปไกลจนถึงบ้านข้างเคียง
กลิ่นหอมเย้ายวนใจของซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมป่าและเห็ดหอมลอยละลิ่วไปตามสายลมยามค่ำคืน แผ่ซ่านข้ามรั้วบ้านตระกูลจางออกไปจนถึงทางเดินดินลูกรังหน้าหมู่บ้าน ส่งผลให้ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดชะงักและสูดจมูกฟุดฟิดด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ในขณะที่สองสามีภรรยากำลังจะเอิบอิ่มกับมื้อดึกอันแสนอบอุ่น ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านดังปึงปังด้วยความเร่งร้อนและรุนแรง ก็ขัดจังหวะความสุขสงบลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงโวยวายแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่หลี่ที่ตะโกนแหบแห้งเข้ามาด้านใน
"หลินอวี้ซิน! นังตัวดี! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ข้ารู้ว่าพวกเจ้ากำลังแอบกินอะไรอร่อยๆ กันอยู่ข้างใน!"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" มาโดยตลอดนะคะ!
คุณหมอหญิงทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 14
ความลับในมิติถูกเปิดเผยบางส่วน
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!