“หลบไป! อย่ามาขวางทางชาวบ้านเขาจะช่วยคน!”
เสียงแหลมสูงของสะใภ้รองตระกูลจางดังแผดขึ้นด้วยความร้อนรนระคนสะใจ ขณะที่หล่อนพยายามเบียดร่างท้วมของตัวเองแทรกตัวผ่านฝูงชนหน้าสถานีอนามัยเข้ามา ดวงตาเป็นประกายวาววโรจน์ด้วยความตื่นเต้นระคนสมเพช เมื่อเห็นร่างท้วมชราของแม่สามี—นางเฝิง—นอนฟุบหมดสติอยู่บนพื้นดินเย็นเฉียบ มีเลือดซึมออกมาจากไรผมเล็กน้อยพอดู่น่ากลัว
จางเหว่ยยืนตัวแข็งทื่ออยู่เบื้องหน้า ใบหน้าคมเข้มซีดเผือดจนไร้สีเลือด มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน สมองของเขาขาวโพลนไปหมดเมื่อได้ยินคำวินิจฉัยสั่นประสาทของหมอประจำสถานีอนามัยที่เพิ่งวิ่งหน้าตาตื่นออกมา
“เลือดออกในสมอง... เครื่องมือที่นี่เราไม่มีทางรักษาได้หรอกนะจางเหว่ย รีบหาเกวียนวัวส่งเข้าโรงพยาบาลอำเภอเถอะ แต่... อาการหนักขนาดนี้ จะรอดหรือเปล่ายังไม่รู้เลย!”
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของชายหนุ่ม เขาเป็นทหารที่ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน เผชิญหน้ากับความตายมานักต่อนัก แต่ยามนี้ เมื่อคนที่เป็นแม่บังเกิดเกล้ากำลังจะจากไปต่อหน้า หัวใจแกร่งกลับสั่นระรัวราวกับเด็กน้อยไร้ที่พึ่ง
ทว่า ในวินาทีที่ความมืดมนกำลังจะกลืนกินสติของจางเหว่ย มือเรียวนุ่มแต่เย็นเฉียบราวกับหยกสลักก็แตะลงบนบ่ากว้างของเขาเบาๆ
“ตั้งสติค่ะจางเหว่ย”
น้ำเสียงของหลินอวี้ซินหนักแน่น มั่นคง และเปี่ยมด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้ความตื่นตระหนกในอกของสามีสงบลงได้อย่างน่าประหลาด หญิงสาวก้าวผ่านร่างของเขาไปยืนเผชิญหน้ากับเตียงสนามฉุกเฉินที่มีร่างของแม่สามีนอนหายใจรวยริน ดวงตากลมโตคมกริบกวาดมองอาการของคนเจ็บอย่างรวดเร็วด้วยทักษะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลศตวรรษที่ 21
*ปฏิกิริยาของรูม่านตาตอบสนองช้าลง การหายใจติดขัด ชีพจรเต้นเร็วแต่เบา... นี่คือภาวะเลือดคั่งในสมองกดทับเนื้อเยื่อสมอง หากปล่อยให้เดินทางไปโรงพยาบาลอำเภอโดยไม่ปฐมพยาบาลและลดแรงดันในกะโหลกศีรษะก่อน นางเฝิงคงไม่รอดพ้นความตายระหว่างทางแน่นอน*
“ถอยไป!” อวี้ซินเอ่ยเสียงเรียบแต่เฉียบขาดใส่หมอประจำสถานีอนามัยและชาวบ้านที่ยืนมุงดูส่งเสียงเซ็งแซ่
“นี่นังสารเลว! แม่สามีเป็นแบบนี้เพราะแกนั่นแหละ! มัวแต่ทำตัวอวดดี ขัดใจแม่จนท่านอกแตกตายคาบ้าน แล้วตอนนี้ยังจะมาทำท่าทางอวดเก่งอะไรอีก!” สะใภ้รองฉวยโอกาสนี้กรีดร้องโวยวายทันที หล่อนตั้งใจปั่นกระแสความเกลียดชังจากชาวบ้านเพื่อให้ทุกคนรุมประณามสะใภ้ใหญ่ “ทุกคนดูเอาเถอะค่ะ! ผู้หญิงคนนี้แต่งเข้ามาไม่ทันไรก็ผลาญเงิน ผลาญความสุขของตระกูลเรา จนแม่สามีต้องมาล้มหมอนนอนเสื่อเพราะความคับแค้นใจ!”
เสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านเริ่มดังระงมขึ้นอีกครั้ง สายตานับสิบคู่มองมาที่หลินอวี้ซินด้วยความเคลือบแคลงและรังเกียจ
จางเหว่ยขบกรามแน่น ดวงตาคมดุหันไปตวัดมองสะใภ้รองด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว “ถ้าใครยังกล้าพูดจาไร้สาระปลุกปั่นให้ร้ายภรรยาผมอีกแม้แต่คำเดียว... อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจ!”
น้ำเสียงทุบหินของนายทหารปลดประจำการทำให้รอบบริเวณเงียบกริบลงทันตาเห็น ไม่มีใครกล้าสบตาเขา
แต่อวี้ซินไม่มีเวลามาสนใจคำเห่าหอนของสุนัขข้างถนน นางหันกลับมาสนใจคนไข้เบื้องหน้า ในมิติลับของนางมีเครื่องมือแพทย์ครบครันและยาละลายลิ่มเลือดขั้นสูง แต่นางจะควักออกมากลางที่แจ้งแบบนี้ไม่ได้!
“จางเหว่ย อุ้มแม่เข้าไปในห้องพักแพทย์ข้างในเดี๋ยวนี้ค่ะ!” อวี้ซินออกคำสั่งเด็ดขาด “ส่วนคนอื่นๆ ห้ามใครตามเข้ามาเด็ดขาด! ถ้าไม่อยากให้แม่ของคุณตายเร็วกว่าเดิม จงออกไปยืนรอข้างนอก!”
นางผลักประตูกระจกห้องตรวจของสถานีอนามัยปิดล็อกด้วยกลอนเหล็กอย่างแน่นหนา ทิ้งให้คนข้างนอกยืนงงงวยและหวาดผวา
ภายในห้องสี่เหลี่ยมทึบ อวี้ซินไม่รอช้า นางสะบัดมือเรียกเข็มฝังเข็มเงินชุดพิเศษที่เก็บไว้ในมิติลับออกมาทันที ดวงตาของแพทย์หญิงฉายแววแน่วแน่เด็ดเดี่ยว ปลายเข็มเงินเรียวยาวถูกแทงลงจุดชีพจรสำคัญบนศีรษะและลำคอของนางเฝิงอย่างแม่นยำและรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ ทุกจุดที่ลงเข็มคือการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดความดันในกะโหลกศีรษะ และสกัดกั้นการขยายตัวของลิ่มเลือดที่กำลังกดทับสมอง
เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมของหญิงสาว แม้ร่างนี้จะได้รับการบำรุงด้วยอาหารและน้ำในมิติลับจนสุขภาพดีขึ้นมากแล้ว แต่การใช้วิชาฝังเข็มขั้นสูงเพื่อช่วยชีวิตคนไข้ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ยังคงต้องใช้พลังสมาธิและเรี่ยวแรงมหาศาล
“อึก...”
เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเซียวของนางเฝิง เปลือกตาที่ปิดสนิทกระตุกไหวเล็กน้อย ก่อนที่ลมหายใจที่ติดขัดเมื่อครู่จะเริ่มผ่อนคลายและสม่ำเสมอขึ้น สีหน้าที่เคยเขียวคล้ำเริ่มมีเลือดฝาดกลับคืนมาทีละน้อย
อวี้ซินถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก นางหยิบขวดน้ำยาบำรุงฟื้นฟูเซลล์สมองจากมิติลับป้อนให้คนไข้ดื่มผ่านหลอดหยดอย่างระมัดระวัง เพียงไม่กี่นาที อาการโคม่าที่อยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตายก็ถูกดึงกลับมาได้ทันท่วงที
ภายนอกห้อง เสียงทุบประตูปังๆ และเสียงโวยวายของสะใภ้รองยังคงดังแทรกเข้ามาไม่ขาดสาย
“เปิดประตูนะ! นังอวี้ซิน! แกทำอะไรแม่ฉันข้างใน! ถ้าแม่เป็นอะไรไป แกต้องติดคุกหัวโตแน่!”
อวี้ซินเก็บเข็มเงินเข้าที่ เรียบร้อยเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินไปปลดกลอนประตูแล้วกระชากเปิดออกด้วยใบหน้าเรียบเฉย เย็นชา และทรงพลังจนสะใภ้รองที่กำลังเงื้อมือเตรียมทุบประตูอีกครั้งถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ
“ตะ... แก... แม่ฉันเป็นยังไงบ้าง?” สะใภ้รองละล่ำละลักถาม น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความตกใจเมื่อเห็นอวี้ซินยืนมองหล่อนนิ่งๆ
“ถ้าไม่อยากให้แม่แกตายจริงๆ คราวหลังก็หัดหุบปากแล้วเลิกสร้างความวุ่นวายเสียบ้างนะคะ” อวี้ซินกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น “ตอนนี้อาการของแม่ปลอดภัยแล้ว พักผ่อนอีกสักครู่ก็ฟื้น”
สิ้นคำพูดนั้น ชาวบ้านที่ยืนรอด้านนอกต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความตะลึงงัน หมอประจำสถานีอนามัยรีบพุ่งพรวดเข้าไปในห้องตรวจ ตรวจวัดชีพจรและปฏิกิริยาของนางเฝิงด้วยความตื่นตะลึง ดวงตาของหมอเฒ่าเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ “นะ... นี่มัน... ชีพจรกลับมาปกติแล้ว! เลือดหยุดไหลแล้วจริงๆ ด้วย! สะใภ้ใหญ่... ฝีมือการแพทย์ของเธอ...”
“ฉันแค่บังเอิญอ่านตำราการแพทย์โบราณมาพอดีค่ะ” อวี้ซินตัดบทด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ไม่อาจคาดเดาความหมาย
จางเหว่ยเดินเข้ามาโอบไหล่บางของภรรยาไว้แน่น ดวงตาคมเข้มมองนางด้วยความลึกซึ้งและเทิดทูนระคนโล่งอก เขารู้ดีว่าภรรยาของตนมีเรื่องน่าอัศจรรย์ซ่อนอยู่มากมาย และเขาก็พร้อมจะปกป้องความลับนั้นด้วยชีวิต
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนพร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายจากหน้าสถานีอนามัยก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ
“หลินอวี้ซิน! จางเหว่ย! พวกแกออกมานี่เลยนะ! เรื่องหนี้สินที่บ้านพวกแกติดไว้ ถึงเวลาต้องชำระแล้ว ไม่อย่างนั้น... วันนี้ฉันจะมาพังบ้านพวกแกให้ราบคาบ!”
ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มท่าทางเจ้าเล่ห์ นามว่า "เฉินต้าหลง" อันธพาลประจำหมู่บ้าน พร้อมด้วยสมุนอีกสามคน ก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางทางออก พร้อมกับชูสัญญาเงินกู้แผ่นเก่าขึ้นโบกสะบัดต่อหน้าทุกคน ท่ามกลางสายตกใจของชาวบ้านที่ต่างพากันถอยกรูด
จางเหว่ยหรี่ตาลงอันตราย หมัดหนากำแน่นขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นหน้าศัตรูเก่า
***
รี้ดเดอร์ที่รักคะ ตอนนี้ตื่นเต้นและลุ้นระทึกมากๆ เลยใช่ไหมคะ? มาร่วมลุ้นกันต่อในตอนหน้าว่าอวี้ซินจะจัดการกับเจ้าอันธพาลหน้าเลือดผู้นี้อย่างไร ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะคะ!
— อวี้ซินหมอยายุค 70
คุณหมอหญิงทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 11
ศัตรูหัวใจหรือแค่นักฉวยโอกาส
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!