เสียงไม้กระดานผุ ๆ ลั่นเอี๊ยดอ๊าดใต้รองเท้าคอมแบทคู่เก่าที่เต็มไปด้วยคราบโคลนแห้งกรัง สะท้อนถึงความเร่งร้อนของผู้สวมใส่ กลิ่นอายของควันปืนและฝุ่นสนามฝึกยังคงติดตรึงอยู่บนเสื้อผ้าสีเขียวขี้ม้าของ ‘จางเหว่ย’ นายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและระเบียบวินัย แต่ในยามนี้ ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นกลับแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนตกใจ เมื่อภาพเบื้องหน้าคือภรรยาตัวน้อยของเขากำลังถูกรุมล้อมด้วยสายตารังเกียจจากคนในบ้านตระกูลจาง
"พวกท่านกำลังทำอะไรกัน?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังดิ่งลึกลงไปในโสตประสาทของทุกคนในห้องโถง แรงกดดันระดับนายทหารหน่วยรบพิเศษแผ่ซ่านจนแม่สามีจอมเจ้าเล่ห์ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สะใภ้รองที่เคยทำปากยื่นปากยาวใส่หลินอวี้ซินเมื่อครู่ ถึงกับหดคอหลบสายตาแทบไม่ทัน ไม่มีใครคาดคิดว่าจางเหว่ยจะกลับมากลางคันในยวันหยุดพิเศษที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าเช่นนี้
หลินอวี้ซินกะพริบตาปริบ ๆ หญิงสาวยืนนิ่งสงบ ทว่าสมองกลับประมวลผลอย่างรวดเร็ว ร่างเจ้าของร่างเดิมในความทรงจำหวาดกลัวสามีคนนี้ยิ่งกว่าเสือร้าย เนื่องจากจางเหว่ยแต่งงานกับนางตามคำสั่งของผู้ใหญ่และไม่ค่อยได้กลับบ้าน ทว่าสำหรับแพทย์หญิงอัจฉริยะจากศตวรรษที่ 21 อย่างนาง สายตาที่จางเหว่ยใช้มองมาที่นางในเวลานี้... ไม่มีร่องรอยของความรังเกียจเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความห่วงใยที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้
"พี่เหว่ย..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ นางจงใจบีบน้ำเสียงให้สั่นเครือเล็กน้อยเพื่อเรียกคะแนนความน่าสงสาร "พวกแม่กับสะใภ้รองบอกว่าฉันขโมยแป้งสาลีในครัวไปซ่อน และยังหาว่าฉันทำตัวไม่สมเป็นสะใภ้..."
"เหลวไหล!" จางเหว่ยตวาดลั่นจนฝุ่นบนคานบ้านร่วงกวาดลงมา เขาก้าวฉับ ๆ เข้ามาขวางหน้าภรรยาเอาไว้ราวกับแม่ไก่ปกป้องลูก ร่างสูงใหญ่บังร่างบอบบางของนางจนมิด "แป้งสาลีถุงนั้นฉันเป็นคนซื้อหามาเองกับมือจากในเมืองตอนลาพักร้อนครั้งก่อน ข้าบอกชัดเจนแล้วว่าให้เก็บไว้บำรุงร่างกายอวี้ซิน พวกท่านเอาสิทธิ์อะไรมาค้นห้องนาง!"
แม่สามีหน้าเสีย รีบปั้นหน้าหยิกแกมหยอกกลบเกลื่อนความผิด "อ้าว... ตาเหว่ย แกจะมาดุแม่ไม่ได้นะยะ นังเด็กนี่มันมือเติบ วัน ๆ เอาแต่กินนอน ใครจะไปรู้ว่ามันแอบเอาไปซ่อนไว้ไหน ถึงอย่างไรบ้านเราก็ต้องช่วยกันประหยัด..."
"ประหยัด?" จางเหว่ยแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามของสัตว์ป่า "ประหยัดด้วยการอดอาหารเมียผมจนผอมโซ แต่แบ่งข้าวสารอาหารแห้งไปให้ครอบครัวน้องสาวทุกเดือนอย่างนั้นหรือครับแม่?"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงถนัดตา ไม่มีใครกล้าต่อปากต่อคำกับจางเหว่ยในยามนี้ แม้แต่แม่สามีก็ยังต้องยอมถอยร่นไปสองก้าว ทว่าสายตาที่สะใภ้รองมองมาที่หลินอวี้ซินยังคงเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย หญิงสาววัยกลางคนกัดริมฝีปากแน่น คิดในใจว่า *'นังตัวดี มีผัวกลับมาปกป้องรึ ฝากไว้ก่อนเถอะ!'*
หลินอวี้ซินแอบอมยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น นางก้าวออกมาจากด้านหลังแผ่นหลังกว้างของสามี ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้า นางรู้วิธีจัดการกับคนพาลประเภทนี้ดีโดยไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อยเปล่า
ในมิติลับของโรงพยาบาลส่วนตัว เข็มเงินสเตอริไลซ์บรรจุในซองสูญญากาศปรากฏขึ้นบนมือเรียวที่ซ่อนอยู่ใต้ชายแขนเสื้อยาว หลินอวี้ซินแสร้งทำเป็นเดินเข้าไปใกล้สะใภ้รองที่กำลังทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคือง
"พี่สะใภ้รอง สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนะคะ ช่วงนี้คงนอนไม่หลับเพราะคิดมากเรื่องของคนอื่นสินะคะ" หลินอวี้ซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานราวกับห่วงใยจากใจจริง
สะใภ้รองสะดุ้งโหย่ง ถอยหลังหนี "แก... แกจะทำอะไร ถอยไปนะ!"
"ฉันเป็นห่วงหรอกนะ..." ร่างเพรียวบางเคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งสายลม ปลายนิ้วเรียวที่ถือเข็มเงินเล่มบางซ่อนอยู่แนบเนียน สะบัดออกไปเพียงชั่วพริบตา ฝังลงที่จุดชีพจร ‘เฮ่อกู่’ และ ‘เน่ย관’ บริเวณข้อมือและหลังมือของสะใภ้รองอย่างแม่นยำไร้ที่ติ!
*จึก!*
"โอ๊ย! เจ็บ!" สะใภ้รองร้องลั่นสะดุ้งเฮือก นางอ้าปากค้างจะด่าทอ แต่ทว่า... เสียงของนางกลับหายวับไปกับตา ลิ้นแข็งทื่อ ขยับปากพะงาบ ๆ ได้แต่ส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ "อื้อ... อ่อ... อึก!"
ทุกคนในห้องหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความตกตะลึง แม่สามีเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ส่วนจางเหว่ยหรี่ตามองภรรยาอย่างพิจารณา เขาสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและเด็ดขาดเมื่อครู่ ชัดเจนว่าภรรยาตัวน้อยของเขาไม่ได้อ่อนแอไร้ทางสู้เหมือนที่ผ่านมา
"ตายจริง พี่สะใภ้รองเป็นอะไรไปคะ อยู่ ๆ ก็พูดไม่ออก สงสัยลมปราณจะตีกลับเพราะความโลภและความอิจฉาริษยาเข้าครอบงำจิตใจ..." หลินอวี้ซินแสร้งยกมือขึ้นปิดปากอุทานด้วยความตกใจ ทว่าแววตากลับระยิบระยับด้วยความสะใจ "ไม่ต้องห่วงนะคะ อาการแบบนี้ทางแพทย์แผนโบราณเรียกว่า 'โรคปากพล่อยเฉียบพลัน' ฉันมียาฝังเข็มแก้เคล็ดให้ รับรองว่า... จะพูดไม่ออกไปอีกสามวันเต็ม ๆ เลยค่ะ!"
สะใภ้รองน้ำตาซึมด้วยความคับแค้นใจ นางชี้หน้าหลินอวี้ซินเนื้อตัวสั่นเทา แต่ทำได้แค่ส่งเสียงอู้อี้ "อื้อ ๆๆ!" น่าสมเพชเวทนาจนคนอื่นไม่กล้าแม้แต่จะหัวเราะ
จางเหว่ยลอบยิ้มมุมปากอย่างขบขัน เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าภรรยาของตนจะมีด้านที่แสบสันถึงเพียงนี้ ทว่าเขากลับรู้สึกพึงพอใจอย่างบอกไม่ถูก ผู้หญิงของจางเหว่ยไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้ใครหน้าไหนทั้งสิ้น!
"อวี้ซิน ปล่อยนางเถอะ เดี๋ยวเรื่องจะบานปลาย" จางเหว่ยเอ่ยเสียงนุ่มเมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว
"ก็ได้ค่ะ เห็นแก่หน้าพี่เหว่ยหรอกนะ..." หลินอวี้ซินแสร้งถอนหายใจยาว นางใช้นิ้วดีดเบา ๆ ที่ปลายเข็มเงิน ดึงกลับเข้าสู่มิติลับอย่างแนบเนียน สะใภ้รองทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นทันที พร้อมกับอ้าปากหอบหายใจเฮือกใหญ่ และเตรียมจะแผדเสียงโวยวาย
"ใครกล้าส่งเสียงโวยวายในบ้านฉันอีกคน... ลองดู!" จางเหว่ยปล่อยจิตสังหารระดับทหารผ่านศึกออกมาเต็มพิกัด ทำให้แม่สามีและสะใภ้รองรีบหุบปากฉับทันทีด้วยความหวาดกลัวฝังAลึก
บรรยากาศตึงเครียดถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนที่จางเหว่ยจะหันมามองภรรยาด้วยแววตาอ่อนโยนผิดจากหน้ามือเป็นหลังมือ "เจ้าไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าใช่ไหม? ไปเถอะ... เดี๋ยวผมเข้าครัวทำอะไรร้อน ๆ ให้กินเอง"
หลินอวี้ซินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่นายทหารร่างยักษ์ผู้เคร่งขรึมคนนี้จะมีมุมพ่อบ้านแม่เรือนติดตัวมาด้วย ทว่าก่อนที่นางจะได้ตอบรับ เสียงท้องร้องโครกครากของตัวเองก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ทำให้ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่ารัก
จางเหว่ยหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างเอ็นดู เขาจูงมือภรรราบอบบางเดินเลี่ยงออกจากห้องโถงที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอึมครึม มุ่งหน้าสู่ห้องครัวเล็ก ๆ หลังบ้าน
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องครัว กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วและเครื่องเทศจีนสูตรลับเฉพาะตัว ก็ลอยฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณบ้านตระกูลจาง จนบ้านใกล้เรือนเคียงต่างพากันสูดจมูกฟุดฟิดด้วยความอยากอาหาร... แต่ทว่า สิ่งที่จางเหว่ยกำลังเปิดฝาหม้อดูในเวลานี้ กลับไม่ใช่เนื้อตุ๋นธรรมดา ทว่ามันคือหม้อตุ๋นยาจีนบำรุงกำลังที่หลินอวี้ซินแอบแฝงวัตถุดิบชั้นเลิศจากมิติลับลงไปเคี่ยวจนส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจไปไกลครึ่งค่อนหมู่บ้าน!
และในวินาทีที่จางเหว่ยใช้ทัพพีตักน้ำซุปสีอำพันเข้มข้นขึ้นมาเป่าเบา ๆ เพื่อป้อนให้ภรรยาชิม เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายด้วยสำเนียงคุ้นหูของ 'หัวหน้าหมู่บ้าน' ที่พ่วงตำแหน่งญาติห่าง ๆ ของแม่สามี—
"จางเหว่ย! ออกมานี่เดี๋ยวนี้! แกกล้าดียังไงถึงทำร้ายคนในตระกูล!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
คุณหมอหญิงทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 3
ฟาดกลับด้วยวิชาแพทย์
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!