คุณหมอหญิงทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 5

ประกาศกร้าวไม่ขอเป็นเบี้ยล่าง

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
“ถ้าสะใภ้รองอย่างหลินอวี้ซินกล้าแยกบ้านในตอนนี้ ออกไปมือเปล่าแล้วยังจะคิดกอบโกยสมบัติอะไรอีก บ้านตระกูลจางของเราไม่ได้เลี้ยงคนอกตัญญู!” เสียงตวาดแหลมสูงของแม่สามีจ้าวซื่อดังทะลุประตูไม้เก่าๆ ออกไปถึงลานบ้าน ก้องกังวานเสียจนไก่ในเล้าข้างบ้านพากันส่งเสียงร้องกระพือปีกอลหม่าน ทว่าหลินอวี้ซินกลับไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยืนกอดอกพิงขอบประตูด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ดวงตากลมโตเป็นประกายคมกริบท่ามกลางแสงตะวันยามบ่ายที่สาดส่องเข้ามา นี่ไม่ใช่ยุคที่เธอจะต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมในฐานะแพทย์หญิงผู้โดดเดี่ยวในโรงพยาบาลสนามอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อทะลุมิติมาอยู่ในร่างของสะใภ้ตัวร้ายยุค 70 ที่ใครๆ ก็รังแก เธอก็พร้อมจะใช้วิชาแพทย์และสมองอันปราดเปรื่องสับขาหลอกพวกคนเห็นแก่ตัวเหล่านี้ให้ราบคาบค่ะ! จังหวะนั้นเอง ประตูรั้วไม้ไผ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงจากการเดินทางไกลก้าวเข้ามา ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนในลานบ้านต้องหุบปากฉับพลันไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นนายทหารระดับสูงผู้มีใบหน้าคมคายดั่งสลักจากหินผา ดวงตาคู่นคมกริบกวาดมองสถานการณ์ภายในบ้านตระกูลจางเพียงปราดเดียว ความกดดันมหาศาลก็แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณทันที “พี่เหว่ย!” แม่สามีจ้าวซื่อเปลี่ยนสีหน้าจากหน้ามือเป็นหลังมือในพริบตา นางรีบปั้นหน้าเศร้าโศกวิ่งเข้าไปหาบุตรชายคนโตผู้เป็นเสาหลักของบ้าน “เจ้ากลับมาก็ดีแล้ว! ดูเอาเถอะ เมียตัวดีของเจ้ารังแกฉันกับน้องๆ จะเป็นจะตาย นางเรียกร้องจะแยกบ้าน จะเอาข้าวสารครึ่งหนึ่งในยุ้งฉางกับเงินเก็บก้อนสุดท้ายไป ปราสจากความกตัญญูสิ้นดี เจ้าต้องสั่งสอนนางให้หลาบจำนะ!” จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าคมเข้มตึงเครียดขึ้นในทันที เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไร สายตากลับเหลือบไปเห็นภรรยาตัวน้อยของตนที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตู นางไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวหรือสำนึกผิดแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม หลินอวี้ซินกลับเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ส่งสายตาท้าทายและตัดพ้อมาให้เขาแบบนิ่งๆ ซึ่งทำเอาหัวใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวาบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด—นี่ไม่ใช่ภรรยาขี้ขลาดคนเดิมที่เขาจำได้ก่อนออกไปทำภารกิจชายแดนเลยสักนิด “ท่านแม่พูดจบหรือยังคะ?” เสียงหวานใสดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ นางก้าวเท้าเดินเข้าสู่กลางลานบ้านอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยสง่าราศีราวกับคุณหนูในห้องหอผู้สูงศักดิ์ แม้สวมชุดผ้าฝ้ายเก่าๆ ปะชุน แต่รัศมีที่เปล่งออกมากลับทำให้คนมองต้องยอมสยบ “ถ้าฉันเป็นคนอกตัญญู แล้วการที่พวกท่านฮุบเงินเบี้ยเลี้ยงทหารที่พี่เหว่ยส่งกลับมาทุกเดือน เอาไปให้ลูกชายคนโปรดแต่งเมีย จนฉันกับสามีแทบไม่มีข้าวกรอกหม้อกิน แบบนี้เขาเรียกว่าอะไรคะ? ปล้นกลางวันแสกๆ หรือเรียกว่าฆ่าคนทางอ้อมดีล่ะ?” “นัง... นังสารเลว!” แม่สามีหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ นางชี้นิ้วสั่นเทาด้วยความโกรธจัด “แกกล้าดียังไงมากล่าวหาฉันต่อหน้าหน้าหัวหน้าหมู่บ้านและนายทหารผู้กองจาง!” “ทำไมจะพูดไม่ได้ ในเมื่อมันคือความจริง!” หลินอวี้ซินก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด นางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่ซ่อนไว้ในอกเสื้อออกมาสะบัดต่อหน้าทุกคน “นี่คือบัญชีรายรับรายจ่ายที่ฉันรวบรวมไว้ตลอดสามปีที่ผ่านมา เงินที่พี่เหว่ยส่งมาสามร้อยหยวน ถูกพวกท่านผลาญจนไม่เหลือแม้แต่แดงเดียว แถมยังติดหนี้สหกรณ์หมู่บ้านอีกห้าสิบหยวนโดยอ้างชื่อฉัน วันนี้ถ้าไม่ยอมเซ็นชื่อแยกบ้านและแบ่งทรัพย์สินที่เป็นของฉันกับสามีให้ชัดเจน ฉันจะไปฟ้องสำนักงานคอมมูนให้มาตรวจสอบบัญชีฉ้อราษฎร์บังหลวงในครอบครัวนี้แน่!” คำขู่ที่เฉียบคมและทรงพลังนี้ทำเอาหัวหน้าหมู่บ้านที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือมาเช็ดเหงื่อบนขมับ เขาไม่คิดว่าสะใภ้รองตระกูลจางผู้เงียบขรับมาตลอดจะซ่อนเขี้ยวเล็บไว้คมกริบขนาดนี้ จางเหว่ยหันมามองภรรยาของตน แววตาคมปลาบมีความรู้สึกหลากหลายฉายชัด ทั้งตกตะลึง ประหลาดใจ และลึกๆ แล้วมีความภูมิใจระคนอยู่ไม่น้อย มือหนายื่นออกไปคว้ากระดาษบัญชีในมือมาพลิกดูผ่านๆ ก่อนจะหันไปสบตากับมารดาด้วยแววตาที่เย็นเยียบจนน่ากลัว “ท่านแม่... เรื่องทั้งหมดนี้เป็นความจริงหรือครับ?” “พี่เหว่ย! เจ้าอย่าไปเชื่อคำพูดของนังนี่นะ มัน...” แม่สามีละล่ำละลักแก้ตัวไม่ออก “พอเถอะครับ” จางเหว่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ เขากวาดสายตามองคนในครอบครัวที่ก้มหน้าหลบตาหนี “ผมกับอวี้ซินขอแยกบ้านในวันนี้ และพวกเราจะไม่ขอรับภาระหนี้สินที่ไม่ได้ก่อแม้แต่หยวนเดียว ส่วนสมบัติในบ้าน... ขอแค่ส่วนที่ควรจะเป็นของเราก็พอ หัวหน้าหมู่บ้านครับ เป็นพยานให้ผมด้วย” เมื่อสามีประกาศกร้าวออกมาเช่นนั้น แม่สามีและสะใภ้ใหญ่ถึงกับทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความเสียดายทรัพย์สิน หลินอวี้ซินแอบอมยิ้มกริ่มในใจ แผนการก้าวสู่ความอิสระและสร้างความมั่งคั่งด้วยมิติลับสำเร็จไปกว่าครึ่งทางแล้ว ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะหันหลังกลับเพื่อไปเก็บสัมภาระ จางเหว่ยก็เดินเข้ามาประชิดตัว ใช้มือใหญ่โอบเอวบางของเธอไว้แน่นโน้มใบหน้าลงมากระซิบใกล้ใบหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและแฝงความหมายลึกซึ้ง “จัดการคนอื่นเสร็จแล้ว... คราวนี้ถึงตาเธอกับฉันต้องเคลียร์เรื่องบัญชีสมรสกันให้รู้เรื่องแล้วนะ ยอดภรรยาตัวแสบของผม”
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%