"หน้าต่างสถานะของระบบ... ทำไมถึงเป็นสีแดงฉานขนาดนั้นล่ะครับอาจารย์!"
เสียงทุ้มของอัครินทร์ตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือหนังตวัดกลางอากาศเพื่อเรียกอินเทอร์เฟซโฮโลแกรมขึ้นมา ทว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ตัวเลขสถิติสีฟ้าครามอันคุ้นเคย หรือข้อความวิเคราะห์รอยเหลื่อมทางนิติวิทยาศาสตร์อันสุขุม หากแต่เป็นกลุ่มก้อนโค้ดอักขระสีเลือดที่กำลังบิดเบี้ยวและส่งเสียงหึ่งต่ำในโสตประสาท ราวกับเครื่องจักรกลโบราณกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
ดร.รินรดาละสายตาจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ทว่าแววตาสีเข้มใต้กรอบแว่นไร้กรอบกลับฉายแววเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หญิงสาวสาวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานตัวยาว กลิ่นจางๆ ของกาแฟดำและกระดาษตำราเก่าลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"ระบบไม่ได้แค่รวนนะอัครินทร์..." เสียงนุ่มลึกของอาจารย์สาวเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง ขณะกวาดสายตามองแถบพลังงานสีแดงที่ดิ่งฮวบลดลงทีละเปอร์เซ็นต์ "มันกำลังถูก 'รีเซ็ต' จากภายนอก แรงกระแทกทางจิตวิญญาณเมื่อครู่ตอนที่เราไขคดีฆาตกรรมห้องปิดตาย ทำหน้าที่เหมือนค้อนปอนด์ทุบเข้าที่แกนกลางของตรรกะระบบโดยตรง"
อัครินทร์กัดฟันกรอด ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจากข้อมือซ้าย บริเวณที่รอยสักเรืองแสงรูปแว่นขยายกำลังกะพริบถี่ๆ สลับกับความมืดมิด สมุดบันทึกเล่มหนาที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นสะเทือนเบาๆ หน้ากระดาษสีเหลืองนวลพลิกเปิดเองด้วยความเร็วสูงโดยไม่มีลมพัดผ่านแม้แต่น้อย ราวกับตัวอักษรทุกบรรทัดที่เขาเคยบันทึกหยาดเหงื่อและคราบเลือดลงไป กำลังถูกลบเลือนด้วยมือที่มองไม่เห็น
นี่ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางเทคนิค... แต่มันคือวิกฤตที่อาจลบตัวตนของเขาออกไปจากประวัติศาสตร์หน้าคดีทั้งหมด
"ถ้าแกนกลางล่มสลาย ข้อมูลการสืบสวนทั้งหมด รวมถึงรอยเหลื่อมที่เชื่อมโยงกับคดีของครอบครัวคุณจะหายไปตลอดกาล" อัครินทร์พึมพำกับตัวเอง หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความทรงจำอันเลือนรางของเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว ภาพเงาสีดำปริศนาในคืนฝนตก กลิ่นคาวเลือด และเสียงกระซิบที่ไร้คำตอบ ทุกอย่างเริ่มสั่นคลอนตามเสถียรภาพของระบบที่กำลังพังทลาย
"เราต้องทำอะไรสักอย่างครับอาจารย์ ปล่อยให้มันลบข้อมูลไม่ได้เด็ดขาด" อัครินทร์หันไปสบตากับดร.รินรดาอย่างขอความช่วยเหลือ
"มีทางเดียว..." ดร.รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหยิบแฟลชไดร์ฟโลหะสีเงินวาววับจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ออกมา มันคืออุปกรณ์เข้ารหัสลับที่เธอซ่อนไว้ในเซฟนิรภัยตลอดหลายปีที่ผ่านมา "คุณต้องเชื่อมต่อจิตสำนึกเข้ากับแกนกลางของระบบโดยตรงผ่านสมุดบันทึกเล่มนั้น เป็นการประสานงานแบบแมนนวลเพื่อดึงข้อมูลสำรองออกมา... แต่มันเสี่ยงมาก ถ้าจิตใจของคุณไม่นิ่งพอ คุณอาจจะหลงติดอยู่ในห้วงความคิดของระบบและไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงเตือน "Warning! System Failure at 15%" ที่ดังขึ้นเป็นระยะอย่างน่ากลัว
อัครินทร์มองหน้าดร.รินรดา เขาเห็นความห่วงใยที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้านิ่งสงบนั้น ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาใช้ชีวิตอยู่กับการไขปริศนา หาความจริงจากความตาย และเผชิญหน้ากับความกลัวมานับครั้งไม่ถ้วน ครั้งนี้ก็คงไม่ต่างกัน
"ผมพร้อมแล้วครับ" อัครินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเด็ดเดี่ยว
ชายหนุ่มวางมือขวาลงบนหน้ากระดาษที่กำลังพลิกวนไปมาของสมุดบันทึก ดวงตาสคมกริบปิดลงช้าๆ ขณะที่แสงสว่างวาบสีทองคำขาวพุ่งทะยานจากปลายนิ้วเข้าสู่สันปกสมุด เสียงคำรามทุ้มต่ำของระบบดังสนั่นก้องกังวานในห้วงความคิด ราวกับประตูกลอนโบราณกำลังถูกกระชากเปิดออกด้วยพละกำลังมหาศาล
ร่างของอัครินทร์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม ขณะที่สติของเขากำลังถูกดูดกลืนลงไปในความมืดมิดอันเวิ้งว้างของระบบนิติวิทยาศาสตร์ที่ไร้ขอบเขต
และในเสี้ยววินาทีที่สติสัมปชัญญะเกือบจะดับวูบลง เสียงแจ้งเตือนรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ก็ดังฝ่าความโกลาหลเข้ามาในโสตประสาทอย่างชัดเจน
*[ตรวจพบผู้บุกรุกในระบบระดับสูง: 'รหัสผู้ดูแลระบบเงา' กำลังเข้ายึดครองเซิร์ฟเวอร์หลัก]*
*[คำเตือน: เจ้าของเดิมถูกปฏิเสธสิทธิ์ - เริ่มกระบวนการลบข้อมูลถาวรในอีก 10... 9... 8...]*
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกเล่มที่ไร้คำตอบ•ตอนที่ 22
นาทีวิกฤตของระบบ
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกเล่มที่ไร้คำตอบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!