"ปล่อยผมครับ อาจารย์"
เสียงทุ้มต่ำของอัครินทร์เอ่ยขึ้น ทลายความเงียบงันภายในตรอกแคบอับชื้นหลังตึกร้างแห่งนั้น แรงบีบที่ต้นแขนจากมือเรียวของ ดร.รินรดา ไม่เพียงแต่ทำให้เนื้อผ้าชุ่มเหงื่อแนบติดผิว หากแต่มันกำลังสั่นเทาอย่างรุนแรง—อาการที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนตลอดการเดินทางร่วมกัน ผู้หญิงที่เคยยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางคดีฆาตกรรมอำมหิตและหลักฐานชวนคลื่นไส้ บัดนี้ดวงตากลับเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกถึงจิตวิญญาณ
ความมืดเบื้องหน้าถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟกะพริบสีแดงฉานจากหน้าต่างสถานีวิจัยร้าง เงาตะคุ่มของร่างสูงใหญ่ที่หลบซ่อนอยู่หลังกองลังไม้เก่ากำลังส่งเสียงคำรามในลำคอ คล้ายสัตว์ป่ากระหายเลือด แต่มันบิดเบี้ยวและผิดธรรมชาติยิ่งกว่าสิ่งมีชีวิตใดๆ บนโลกใบนี้
"คุณไม่เข้าใจหรอก อัครินทร์..." เสียงของอาจารย์สาวแหบพร่า ดวงตาคู่สวยสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ "แกแกะรอยเรามาตั้งแต่ชั้นใต้ดินของกรมตำรวจแล้ว มันไม่ใช่ผลงานของมนุษย์... และสมุดบันทึกเล่มนั้นในกระเป๋าของคุณ คือสิ่งเดียวที่มันต้องการเพื่อเปิดประตูบานนั้น!"
อัครินทร์ไม่ขยับเขยื้อน สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจดจ้องไปยังเงาปริศนาเบื้องหน้า ในหัวสมองของเขา เสียงแจ้งเตือนจากระบบกำลังรัวกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสปรากฏขึ้นกลางอากาศด้วยความเร็วสูงจนพร่าลาย
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานความหนาแน่นสูงระดับภัยคุกชาม 'A']
[ระบบ 'วิเคราะห์รอยเหลื่อม' กำลังปรับเทียบอัตโนมัติ...]
[คำเตือน: วัตถุเป้าหมายไม่ใช่สิ่งมีชีวิตตามกฎฟิสิกส์ ค่าความเข้ากันได้ของตรรกะต่ำกว่า 12%]
[คำแนะนำจากระบบ: ถอยร่นทันที หรือเตรียมรับมือความเสียหายทางจิตวิญญาณขั้นรุนแรง]
ชายหนุ่มขบกรามแน่น ความโกรธระคนความสงสัยพุ่งพล่านขึ้นมาในอก ตั้งแต่ก้าวแรกที่เขาเข้าร่วมไขปริศนาคดีการเสียชีวิตของครอบครัว ดร.รินรดาคือผู้ชี้นำ คือร่มเงาที่คอยปกป้อง และเป็นผู้ไขกุญแจสำคัญในทุกๆ ย่างก้าว แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้ เธอกลับเลือกที่จะสั่งให้เขา 'หนี' โดยปิดบังความจริงอันดำมืดเบื้องหลังโปรเจกต์ลับที่เธอมีส่วนเกี่ยวข้อง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขารู้สึกเหมือนเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดาน
"อาจารย์บอกให้ผมหนีอีกแล้วสินะครับ" อัครินทร์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่ถูกลับจนขึ้นเงา มือข้างหนึ่งค่อยๆ เอื้อมไปปลดกระเป๋าเอกสารคู่ใจอย่างใจเย็น "ทุกครั้งที่มีคำถามยากๆ เกิดขึ้น อาจารย์มักจะเลือกคำตอบเดิมๆ... ให้ผมถอย ให้ผมไม่รับรู้ และให้ผมเชื่อฟังอย่างไร้ข้อกังขา"
รินรดาชะงัก เงามืดบนใบหน้าของเธอทำให้ยากจะคาดเดาความรู้สึก "อัครินทร์... ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาประชดประชัน ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้ตรรกะบ้าๆ ของนักสืบมาตัดสินสิ่งนี้ คุณจะไม่มีวันได้เดินออกจากที่นี่ทั้งเป็น!"
"แล้วถ้าผมเลือกที่จะไม่หนีล่ะครับ?"
อัครินทร์สะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว เขาก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าว ยืนขวางระหว่างอาจารย์สาวกับเงาประหลาดที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที กลิ่นอายความอับชื้นและสนิมเหล็กคละคลุ้งในอากาศ ร่างของสิ่งนั้นก้าวพ้นความมืดออกมา เผยให้เห็นผิวหนังที่เย็บติดกันด้วยลวดสลิง ดวงตาสีเหลืองขุ่นไร้แววตา และที่สำคัญที่สุด... มันกำลังถือสมุดบันทึกหน้าตาคุ้นเคย เล่มที่สะท้อนแสงเรืองรองสีฟ้าจางๆ ออกมา
สมุดบันทึกเล่มที่ไร้คำตอบ—ชนวนเหตุทั้งหมดของเรื่องราว
"คุณเด็กน้อยเกินกว่าจะเข้าใจว่า 'ความจริง' บางอย่าง มันราคาแพงแค่ไหน" รินรดาคำรามออกมาด้วยความคับแค้นใจ น้ำเสียงของเธอยยยสั่นด้วยความอัดอั้น "คุณคิดว่าครอบครัวของคุณตายเพราะอุบัติเหตุหรือไง? คุณคิดว่ารอยเหลื่อมพวกนั้นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติงั้นเหรอ? ทุกอย่างมันเชื่อมโยงกับโต๊ะทำงานของฉัน และฉันกำลังปกป้องคุณไม่ให้พบจุดจบแบบเดียวกับพวกเขา!"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจอัครินทร์ ลลมหายใจของเขาติดขัด ดวงตาหลังกรอบแว่นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความทรงจำอันเจ็บปวดเมื่อหลายปีก่อน ภาพซากรถที่ไหม้เกรียมและกลิ่นควันไฟลอยวนกลับมาในหัวสมองอีกครั้ง
เขานิ่งงันไปชั่วขณะ—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความจริงที่ถูกกระชากออกมาต่อหน้า
"อาจารย์... รู้เรื่องนั้นด้วยงั้นเหรอครับ?" เสียงของเขาพร่าลงเล็กน้อย แต่แววตากลับเปล่งประกายความดื้อรั้นที่ไม่มีวันยอมจำนนต่อสิ่งใด "ถ้าอย่างนั้น อาจารย์ก็ควรจะรู้ด้วยว่า เหตุผลเดียวที่ผมยังยืนอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่เพราะอยากให้ใครมาปกป้อง แต่เพราะผมต้องการหา 'คำตอบ' ให้กับความตายของพวกเขาต่างหาก!"
ไม่ทันที่รินรดาจะได้เอ่ยคำใดต่อ เงาประหลาดเบื้องหน้าก็พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ แรงลมจากการเคลื่อนไหวสร้างคลื่นกระแทกจนฝุ่นตลบอบอวล อัครินทร์อาศัยจังหวะเสี้ยววินาทีนั้นเปิดใช้งานทักษะวิเคราะห์รอยเหลื่อมขั้นสูงสุด โฮโลแกรมสีฟ้าสว่างวาบขึ้นในดวงตา สมองของเขาประมวลผลวิถีการเคลื่อนไหว ความเร็ว และจุดอ่อนของโครงสร้างที่ผิดธรรมชาตินั้นอย่างรวดเร็ว
เปรี๊ยะ!
หมัดเหล็กของสิ่งมีชีวิตทดลองซัดเข้าใส่เสาปูนข้างตัวจนแตกละเอียด เศษปูนกระจายว่อน ทว่าอัครินทร์กลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับใช้สันกระเป๋าเอกสารกระแทกเข้าที่ข้อต่อของมันอย่างแม่นยำ เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น
"อาจารย์ถอยไปครับ!" อัครินทร์ตะโกนลั่น ท่ามกลางเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดของเป้าหมาย
ความขัดแย้งทางความคิดระหว่างทั้งสองคนในยามนี้ กำลังถูกทดสอบด้วยความเป็นความตาย แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าสัตว์ประหลาดเบื้องหน้า ก็คือความลับที่อาจารย์สาวปกปิดไว้ และรอยร้าวในความสัมพันธ์ที่กำลังขยายวงกว้างจนยากจะประสานคืน
ในวินาทีที่อัครินทร์กำลังจะเผด็จศึกด้วยข้อมูลตรรกะชุดสุดท้าย หน้าจอระบบสีฟ้าก็ดับวูบลงอย่างไร้สาเหตุ...
แทนที่ด้วยข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ท่ามกลางความมืดมิดที่โรยตัวลงมาปกคลุมทั่วบริเวณ
[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบรอยเหลื่อมระดับจักรวาลเปิดออก ณ พิกัดปัจจุบัน]
[เจ้าของสมุดบันทึกตัวจริง กำลังก้าวข้ามมิติเข้ามา...]
[เป้าหมาย 'รินรดา' ไม่ใช่ผู้ร่วมมือ... แต่คือ 'ผู้ถูกทดลอง' หมายเลข 01]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันเสมอนะครับ
นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกเล่มที่ไร้คำตอบ•ตอนที่ 15
รอยร้าวในความสัมพันธ์
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์กับสมุดบันทึกเล่มที่ไร้คำตอบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!