ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 7

ใบหย่าที่ถูกโยนใส่หน้า

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นอายอันเย็นเยียบของชาหลงจิ่งชั้นดีลอยกรุ่นอยู่เบื้องหน้า ทว่ากลับมิอาจดับความระอุคุกรุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากบรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่แห่งจวนแม่ทัพได้เลยแม้แต่น้อย เสียงกระเบื้องเนื้อดีกระทบกันดัง *กริ๊ง* เบาๆ ทว่ากลับบาดลึกเข้าไปถึงโสตประสาทของทุกคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้น ไป๋ลี่อินในอาภรณ์ปักลายหงส์เหมันต์สีขาวบริสุทธิ์ ขอบแขนเสื้อกุ๊นด้วยดิ้นเงินลายเมฆมงคล นางนั่งหลังตรงสง่างามดั่งสนทศวร ท่วงทีสงบนิ่งราวน้ำในบึงลึกที่ไร้ระลอกคลื่น แม้เบื้องหน้าของนางจะคือสายตาดุดันและเต็มไปด้วยความดูแคลนของแม่ทัพเฉินเฟย ผู้เป็นสามีในนาม และไป๋ซิ่วอิงผู้เป็นน้องสาวต่างมารดาที่กำลังบีบน้ำตาซบอยู่ข้างกายเขา "ไป๋ลี่อิน เจ้าช่างสามหองนัก! เพียงเพราะข้าแต่งตั้งซิ่วอิงขึ้นเป็นฮูหยินเอกเคียงคู่ เจ้าถึงกับกล้าใช้วิธีสกปรกวางยาพิษนางในงานเลี้ยงรับรองตำแหน่งของข้าเชียวหรือ!" เสียงคำรามต่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวของเฉินเฟยดังสะท้อนก้องห้องโถง ชุดเกราะเหล็กสีดำสนิทที่เขาสวมใส่ยังคงส่งกลิ่นอายคาวเลือดและสนามรบ แต่วันนี้มันกลับถูกนำมาใช้ข่มขู่สตรีอ่อนแอผู้หนึ่ง นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองนางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ มือหนากำดาบข้างกายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ไป๋ลี่อินมิได้สะท้านสะเทือน นางเพียงปรายตามองบุรุษที่ครั้งหนึ่งนางเคยโง่งอมอบหัวใจให้ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างบางเบา งดงามทว่าเย็นชาเสียจนเฉินเฟยต้องชะงัก "วางยาพิษ? ท่านแม่ทัพเฉิน... ท่านเอาตาเนื้อหรือตาหามองสิ่งใดตัดสินข้ากันแน่" น้ำเสียงหวานใสกังวานราดรดลงบนความเงียบงัน นางค่อยๆ ยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าสูงส่งราวนางพญา "น้องรองมีอาการท้องไส้ปั่นป่วนเพราะกินของแสลงในครัวเอง เหตุใดจึงโยนโคลนมาให้ข้าผู้เป็นพี่สาวเล่า หรือว่า... สมองของท่านที่เคยใช้บัญชาการกองทัพ ตอนนี้ถูกความหลงใหลในเรือนร่างของนางระเหิดหายไปจนหมดสิ้นแล้ว" "พี่หญิง... ท่านอย่าได้กล่าววาจาร้ายกาจเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ" ไป๋ซิ่วอิงเงยหน้าขึ้นจากอกของเฉินเฟย ดวงตาหงส์แดงก่ำหยาดหยดน้ำตาคลอเบ้า งดงามน่าเวทนาสมบทบาทดอกบัวขาวผู้แสนอาภัพ "ข้ารู้ว่าท่านพี่รักใคร่ข้าและมอบตำแหน่งฮูหยินเอกให้ข้า ทำให้ท่านพี่ลี่อินไม่พอใจ แต่ท่านจะกล่าวหาว่าข้ากุเรื่องขึ้นเพื่อใส่ร้ายท่านพี่ได้อย่างไรกันเจ้าคะ ท่านแม่ทัพ... โปรดให้ความเป็นธรรมแก่ข้าด้วยเถิด" เฉินเฟยเห็นหยาดน้ำตาของสตรีในอ้อมกอด ความโกรธเคืองก็ยิ่งพวยพุ่งขึ้นเป็นเท่าทวี เขาตบโต๊ะข้างกายเสียงดังสนั่นจนถ้วยชาสั่นสะเทือน "ลี่อิน! เจ้ายังไม่ยอมสำนึกผิดอีก! ไร้คุณธรรม ไร้ความอิจฉาริษยา สตรีเช่นเจ้าไม่มีคุณสมบัติพอที่จะอยู่ในจวนแม่ทัพแห่งนี้อีกต่อไปแล้ว! คุกเข่ารับโทษเสีย แล้วถอดป้ายฐานะฮูหยินของเจ้ามอบให้ซิ่วอิงซะ!" ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่าน บรรยากาศรอบกายอึมครึมจนเหล่าบ่าวรับใช้ต่างพากันก้มหน้าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ทว่าไป๋ลี่อินกลับหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา นางวางถ้วยชาลงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหยิบม้วนกระดาษสีเหลืองนวลที่เตรียมไว้ออกมาจากแขนเสื้อ แล้วสะบัดมันตกลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีเบื้องหน้าเฉินเฟยอย่างไม่แยแส ปัง! เสียงกระดาษกระทบโต๊ะเรียกความสนใจจากทุกคนได้ทันที เฉินเฟยขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ ก้มลงมองม้วนกระดาษนั้นด้วยสายתสงสัย "ท่านบอกว่าข้าไม่มีคุณสมบัติจะอยู่..." ไป๋ลี่อินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจสะกดทุกผู้คนให้ต้องเงี่ยหูฟัง นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายผ้าไหมสีขาวสะบัดพริ้วไหวตามการเคลื่อนไหว สง่างามและเย่อหยิ่งเกินกว่าผู้ใดจะอาจเอื้อม "เช่นนั้น... ท่านก็ไม่ต้องไล่ข้าหรอก เพราะข้า... เป็นฝ่ายขอสลัดทิ้งเศษสวะอย่างท่านเองต่างหาก!" "เจ้าว่ากระไรนะ!" เฉินเฟยผุดลุกขึ้นยืนตาม ดวง เบิกกว้างด้วยความตกใจ "ในม้วนกระดาษนั้น คือ 'หนังสือหย่า' ที่ข้าเขียนขึ้นด้วยลายมือตนเอง!" ไป๋ลี่อินเชิดหน้าขึ้น นัยน์ตาดำขลับทอประกายเด็ดเดี่ยวเจิดจ้า "ข้าไป๋ลี่อิน ขอตัดขาดจากทะเบียนสมรสและสิ้นสุดความสัมพันธ์สามีภรรยากับท่าน ณ บัดนี้! นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ท่านจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ก็มิใช่ ธุระเก่งกาจอันใดของข้าอีก!" สิ้นคำประกาศิตนั้น ทั่วทั้งห้องโถงก็ตกอยู่ในความเงียบงันสนิท บ่าวรับใช้ต่างอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง ข่าวลือเรื่องฮูหยินรองผู้เงียบขรึมกล้าประกาศหย่าขาดจากแม่ทัพผู้เรืองอำนาจ เป็นเรื่องที่แม้แต่ในความฝันก็ไม่มีผู้ใดกล้าจินตนาการ! เฉินเฟยหน้าถอดสี ความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความอับอายและตกตะลึงจนพูดไม่ออก มือหนาคว้ากระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านด้วยมือที่สั่นเทา ลายมือพู่กันที่คมกริบและเด็ดเดี่ยวปรากฏเด่นชัด พร้อมตราประทับประจำตัวของนาง "เจ้า... เจ้ากล้าหย่ากับข้าอย่างนั้นหรือ?!" เฉินเฟยกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้นจนกรามขึ้นสันนูน "คิดว่าตระกูลไป๋จะหนุนหลังเจ้าหรือไง! คิดว่าจวนแม่ทัพของข้าจะยอมให้เจ้าเดินออกไปเฉยๆ งั้นรึ!" "จวนแม่ทัพที่เต็มไปด้วยกลิ่นเน่าเฟะแห่งความโลภนี้ ข้าเหยียบย่างเข้ามาก็ถือว่าเสียเกียรติเป็นที่สุดแล้ว เหตุใดข้าจะต้องอาศัยอยู่ต่อ?" ไป๋ลี่อินแค่นAเสียงเยาะหยัน กวาดสายตามองหน้าเฉินเฟยและไป๋ซิ่วอิงที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "จำเอาไว้... สิ่งที่พวกท่านแย่งชิงและเหยียบย่ำในวันนี้ วันหน้าพวกท่านจะต้องคุกเข่าคลานมาขอร้องให้ข้ากลับมามองด้วยซ้ำ!" นางสะบัดแขนเสื้ออย่างสง่างาม หันหลังเตรียมจะก้าวเดินออกไปจากขุมนรกแห่งนี้โดยไม่แม้แต่จะชายตามองกระดาษใบหย่าที่ถูกขยำไว้ในมือของเฉินเฟยที่กำลังสั่นระริกด้วยความคลุ้มคลั่ง ทว่า ในวินาทีที่ไป๋ลี่อินก้าวเท้าพ้นธรณีประตูห้องโถง ท้องฟ้าด้านนอกที่เคยกระจ่างใสกลับมืดครึ้มลงฉับพลัน เสียงเกือกม้าจำนวนนับร้อยควบทะยานเข้ามาล้อมรอบจวนแม่ทัพอย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมทั่วทุกอณูอากาศ จนแม้แต่ทหารยามของจวนยังต้องทรุดฮวบลงกับพื้น บานประตูใหญ่ถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยพลังภายในอันรุนแรง ร่างสูงสง่าในอาภรณ์คลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินดิ้นทองก้าวเข้ามาอย่างเยือกเย็นและดุร้าย นัยน์ตาคู่นคมดั่งพญาอินทรีวาวโรจน์ด้วยความเหี้ยมเกรียม ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ทว่ากลับทรงอำนาจล้นฟ้าจนทุกคนในที่นั้นต้องคุกเข่าหมอบกราบลงโดยสัญชาตญาณ เซียวจ้านถิง... ฉินอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพประจิม ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าไป๋ลี่อิน สายตาเย็นชาคู่นั้นกวาดมองเอกสารใบหย่าในมือเฉินเฟยแวบหนึ่ง ก่อนจะทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยความอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความดุร้ายอย่างแนบเนียน "เปิ่นหวางได้ยินว่า..." น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันทั้งหมดลงอย่างสิ้นเชิง "มีคนกล้าอาจหาญรังแกชายาของเปิ่นหวาง... ดูท่าว่าศีรษะบนบ่าของพวกเจ้า คงจะอยู่บนคอมานานเกินไปแล้วกระมัง?" ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาอันวิจิตรและเข้มข้นนี้ไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%