ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 6

ถ้วยชาเคลือบยาพิษกลางงานเลี้ยง

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้ลอยอบอวลผสมผสานกับกลิ่นคาวสนิมจางๆ ของอำนาจที่คุกรุ่นอยู่ภายใต้ร่มเงาของศาลาแปดเหลี่ยม ภายในจวนอ๋องยามนี้ไม่ได้เงียบสงบอย่างที่เปลือกนอกควรจะเป็น เสียงดีดพิณบรรเลงทำนอง ‘เหมันต์รำลึก’ ขับกล่อมบรรยากาศในงานเลี้ยงน้ำชาตระการตา ทว่าเบื้องหลังรอยยิ้มพริ้มเพราของเหล่าคุณหญิงคุณนาย กลับซ่อนสายตาคมปลาบที่คอยจับจ้องความเคลื่อนไหวของสตรีในชุดต่วนปักลายหงส์เพลิงสีชาดนางนั้น—ไป๋ลี่อิน ร่างระหงนั่งหลังตรงสง่างาม เรือนผมปักปิ่นหยกขาวสลักลายดอกบัวคู่สั่นไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหวเล็กน้อย ชุดกระโปรงผ้าไหมแพรต่วนเนื้อดีขับเน้นทรวดทรงให้อ่อนช้อย ทว่าแววตากลับเยือกเย็นดั่งธารน้ำแข็งพันปี นางตวัดสายตาคมกริบมองไปยังเบื้องหน้า ไป๋ซิ่วอิง น้องสาวต่างมารดาผู้สวมชุดผ้าโปร่งสีชมพูอ่อนราวกับบุปผาแรกแย้ม ทว่ารอยยิ้มบนเรียวปากของอีกฝ่ายกลับอาบเคลือบด้วยยาพิษแห่งความริษยาอย่างมิดชิด "พี่หญิงรองเจ้าคะ..." น้ำเสียงหวานหยดย้อยราวกับเคลือบน้ำผึ้งเอ่ยขึ้น พร้อมกับเรียวแขนขาวเนียนที่เอื้อมไปหยิบกาชาเคลือบกระเบื้องเคลลายครามมาบรรจงรินน้ำชาสีอำพันลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบเนื้อบางเบา "น้องอุตส่าห์ให้บ่าวต้มใบชาผู่เออร์ชั้นดีที่ท่านอ๋องโปรดปรานมาให้ท่านพี่โดยเฉพาะ เพื่อเป็นการไถ่โทษเรื่องความเข้าใจผิดในคราก่อน... เชิญดื่มให้หมดจดเพื่อเชื่อมสัมพันธ์พี่น้องเถิดเจ้าคะ" สายตาของคนในงานต่างเหลือบมองมาเป็นตาเดียว ความเงียบงันเริ่มกัดกินบรรยากาศรอบกาย เสียงพิณพลอยเบาลงราวกับรู้ว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะก่อตัว ไป๋ลี่อินมิได้หวาดหวั่น นางเพียงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของไป๋ซิ่วอิงกระตุกวูบอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ในฐานะแพทย์หญิงอัจฉริยะที่เคยผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน กลิ่นจางๆ ของ ‘ผงมธุรสโลหิต’ ที่เจือปนอยู่ในไอร้อนของถ้วยชานั้น ชัดเจนเสียยิ่งกว่ากระดาษสีขาวแต้มหมึกดำ พิษชนิดนี้ไร้สีไร้กลิ่น หากดื่มเข้าไปเพียงครึ่งจิบ จะทำให้เส้นประสาททั่วร่างชาดิก อวัยวะภายในบิดเกร็ง และสิ้นใจอย่างทรมานภายในสามลมหายใจ โดยที่แพทย์ทั่วไปจะวินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจกำเริบอย่างกะทันหัน ช่างเป็นแผนการที่แยบยลและอำมหิตสมกับเป็นน้องรักของนางเสียจริง "น้ำชาถ้วยนี้... ช่างหอมกรุ่นจนน่าประทับใจยิ่งนัก" ไป๋ลี่อินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ กิริยาท่าทางนุ่มนวลราวกับสตรีสูงศักดิ์ผู้ไร้พิษภัย นางยื่นมือเรียวบางออกไปรับถ้วยชาจากมือของไป๋ซิ่วอิง ในเสี้ยววินาทีที่มือของทั้งคู่สัมผัสกัน ไป๋ซิ่วอิงส่งสายตาเป็นประกายด้วยความสะใจระคนสมเพช ลอบซ่อนรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมไว้ภายใต้ชายแขนเสื้อ แต่นางหารู้ไม่ว่า... ความเร็วนั้นยังช้ากว่าสติปัญญาของไป๋ลี่อินอยู่หลายขุม ด้วยความรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด ไป๋ลี่อินอาศัยจังหวะที่โน้มตัวลงทำทีเป็นรับถ้วย สลับถ้วยชาของตนเองกับถ้วยชาที่เตรียมไว้สำรองของไป๋ซิ่วอิงอย่างแนบเนียนอย่างไร้รอยต่อ อาศัยความกว้างของชายแขนเสื้อบังตาผู้คนรอบกายได้อย่างสมบูรณ์แบบ "ในเมื่อน้องหญิงมีความจริงใจถึงเพียงนี้ พี่หญิงไหนเลยจะกล้าปฏิเสธน้ำใจ" ไป๋ลี่อินเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส ทว่าแฝงความนัยล้ำลึก นางเลื่อนถ้วยชาที่แท้จริง (ซึ่งไร้พิษ) ไปวางไว้ตรงหน้าตนเอง ส่วนถ้วยชาอาบพิษร้ายกาจถูกส่งกลับไปวางตรงหน้าไป๋ซิ่วอิงโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว ไป๋ซิ่วอิงชะงักไปเล็กน้อยด้วยความงุนงง แต่นางคิดว่าพี่สาวคงเพียงแค่วางสลับตำแหน่งถ้วยตามมารยาท จึงมิได้ใส่ใจ นางหัวเราะคิกคักในลำคอด้วยความลำพองใจ คิดว่าบัดนี้แผนการกำจัดเสี้ยนหนามตำใจใกล้จะสำเร็จผลแล้ว "เช่นนั้น... เชิญพี่หญิงดื่มก่อนเถิดเจ้าคะ น้องถึงจะสบายใจ" ไป๋ซิ่วอิงเร่งเร้า รอยยิ้มบนใบหน้าบานสะพรั่งด้วยความกระหายชัยชนะ ไป๋ลี่อินปรายตามองนางอย่างเวทนา ดั่งพญาสิงห์ที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้าสู่กรงขังด้วยความโง่เขลา นางยกถ้วยชาของตนขึ้นจิบช้าๆ ลิ้มรสชาติชาชั้นดีอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้ไป๋ซิ่วอิงผู้ร้อนรนรีบคว้าถ้วยชาที่มียาพิษของตนเองขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและเร่งเร้าให้นางดื่มตาม "หมดแล้วนะเจ้าคะ... พี่หญิงคงไม่รังเกียจที่จะดื่มมันให้หมดหรอกกระมัง?" ไป๋ซิ่วอิงวางถ้วยแคว้งลงบนโต๊ะด้วยความโล่งอก ทว่า... เวลาผ่านไปเพียงอึดใจเดียว รอยยิ้มระรื่นบนใบหน้าของไป๋ซิ่วอิงก็พลันแข็งค้าง ลมหายใจติดขัดอย่างกะทันหัน ดวงตาเบิกโพงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด มือเรียวบางที่เคยหยิบจับสิ่งของได้อย่างคล่องแคล่วกลับสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้ นางยกมือขึ้นกุมลำคอของตนเองราวกับมีก้อนเหล็กแหลมคมมาจุกอยู่ภายใน "อึก... แค๊กๆ! ชะ... ชา... นี่มัน...!" ไป๋ซิ่วอิงอ้าปากพะงาบๆ คล้ายปลาขาดน้ำ ใบหน้าที่เคยงดงามบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมาน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเขียวคล้ำ พิษร้ายเริ่มกัดกินหลอดอาหารและแผ่ซ่านไปทั่วร่างอย่างรวดเร็วดั่งไฟลามทุ่ง ร่างระหงทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเรือน ส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย "คุณหนูรอง! เป็นอะไรไปเจ้าคะ!" สาวใช้ข้างกายกรีดร้องเสียงหลงวิ่งเข้ามาประคอง ท่าင်กลางความแตกตื่นโกลาหลของแขกเหรื่อในงาน ทุกสายตาหันมามองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงพรเพริด บรรยากาศในศาลาแปดเหลี่ยมพลันเย็นเยียบลงทันตาเห็น ไป๋ลี่อินยังคงนั่งนิ่งสงบ ดื่มชาในมือต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน นางวางถ้วยมาประทับลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันของกระเบื้องดังขึ้นท่ามกลางเสียงโหยหวนของไป๋ซิ่วอิงที่เริ่มชักดิ้นชักงอ น้ำลายฟูมปากอย่างน่าอนาถ ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองร่างที่กำลังดิ้นรนทุรนทุรายด้วยแววตาเยียบเย็น ไร้ซึ่งความสงสารเวทนาแม้แต่น้อย "น้องหญิง..." ไป๋ลี่อินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวาน นุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "เจ้าคงจะเตรียมชาถ้วยนี้ไว้ต้อนรับแขกคนสำคัญสินะ... น่าเสียดายจริงๆ ที่ความประสงค์ดีของเจ้า กลับย้อนกลับมากลืนกินเจ้าเสียเอง" สิ้นคำพูดนั้น ร่างของไป๋ซิ่วอิงก็กระตุกเฮือกใหญ่หมดสติคาพื้นเรือน ท่ามกลางเสียงกรีดร้องระงมของบ่าวไพร่ที่วิ่งวุ่นกันอลหม่าน ทว่า ความโกลาหลยังไม่ทันสงบลง ประตูทางเข้าศาลาแปดเหลี่ยมก็ถูกผลักออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือทรงพลัง ลมพายุลูกใหญ่พัดโหมกระหน่ำเข้ามาพร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่สง่างามในชุดคลุมสีดำปักลายมังกรเงินสะท้อนแสงไฟ—ฉินอ๋องเซียวจ้านถิง เสด็จมาถึงแล้ว! ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวตวัดกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของไป๋ลี่อินผู้มีรอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนเรียวปาก ท่ามกลางซากความวุ่นวายที่นางเป็นผู้ควบคุมเกมไว้ทั้งหมด ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาอันวิจิตรและเข้มข้นนี้ไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%