"ท่านพี่... ท่านต้องให้ความเป็นธรรมแก่ซิ่วเอ๋อร์ด้วยนะเพคะ!"
เสียงร่ำไห้ปานใจจะขาดของไป๋ซิ่วอิงดังระงมขึ้นท่ามกลางโถงรับแขกตระกูลเฉิน ร่างบอบบางในอาภรณ์ผ้าไหมปักลายบุปผาฤดูใบไม้ผลิสีชมพูอ่อนทิ้งตัวลงคุกเข่าบนพื้นพรมขนสัตว์อย่างน่าเวทนา นางซบใบหน้าอาบหยาดน้ำตาลงกับอาภรณ์ของแม่ทัพเฉินเฟย ผู้เป็นสามีอย่างออดออเซาะ สองบ่าบอบบางสั่นเทิ้มรา2กับลูกนกตกน้ำ
ดวงตาหงส์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ขนตางอนงามชุ่มน้ำตาแอบชำเลืองมองสตรีอีกนางหนึ่งที่ยืนอยู่อย่างสง่างามด้วยความริษยาและเคียดแค้น
ลี่อินแย้มยิ้มบางเบา นางยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ที่ไร้ระลอกคลื่น อาภรณ์สีม่วงเข้มปักดิ้นเงินลายเมฆมงคลขับเน้นให้ร่างระหงดูสง่างามและน่าเกรงขามในคราเดียวกัน ปิ่นหยกมันแพะปักอยู่บนมวยผมทรงเทพธิดา สะท้อนประกายวาววับตามจังหวะการหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีร่องรอยความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
"พี่หญิง... เหตุใดท่านจึงใจร้ายถึงเพียงนี้ แม้ท่านจะเกลียดชังข้าที่เข้ามาอยู่ในจวนแห่งนี้ในฐานะอนุ แต่อาหารสำรับนี้เป็นถึงยาบำรุงครรภ์ที่ฮูหยินผู้เฒ่าประทานให้ ท่านกลับกล่าวหาว่าข้าคิดวางยา... ท่านรังเกียจข้าไม่ว่า แต่เหตุใดต้องทำลายสายเลือดบริสุทธิ์ของสกุลเฉินด้วยเล่าเพคะ!"
คำกล่าวหาอันร้ายกาจพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากสั่นระริกของไป๋ซิ่วอิง นางเลือกใช้คำพูดที่บาดลึกเพื่อดึงความเห็นใจจากสามี และโยนความผิดฐาน "คิดฆ่าเลือดเนื้อเชื้อไขของสกุล" ให้แก่ลี่อินอย่างแนบเนียน
แม่ทัพเฉินเฟยขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นหว่างคิ้วลึกเป็นเลขสาม ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดดุดัน สายตาดุจพญาอินทรีหันขวับมาจ้องมองอดีตภรรยาหลวงด้วยความผิดหวังและรังเกียจเดียดฉันท์ ความโกรธเกรี้ยวพลุ่งพล่านในอกจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
"ลี่อิน!" เฉินเฟยคำรามต่ำในลำคอ น้ำเสียงทรงอำนาจของแม่ทัพผู้ผ่านศึกสงครามมาโชกโชนกดดันจนบรรยากาศในโถงหนาทึบขึ้นถนัดตา "เจ้ากล้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ? เพราะเจ้าถูกปลดลงเป็นเพียงบ่าวไพร่ในเรือนหลัง หรือเพราะความริษยาที่ซิ่วเอ๋อร์กำลังตั้งครรภ์ทายาทให้แก่ตระกูลเฉิน เจ้าจึงจิตใจคับแคบถึงขั้นวางยาพิษในสำรับอาหาร นางเป็นถึงน้องสาวแท้ๆ ของเจ้า เหตุใดจิตใจของเจ้าจึงดำมืดดั่งงูพิษไร้หัวใจเช่นนี้!"
สิ้นเสียงคำรามของสามี เหล่าบ่าวไพร่ที่ยืนหมอบอยู่รอบโถงต่างพากันตัวสั่นงันท่อนด้วยความหวาดกลัว บางคนถึงกับก้มกราบจนหน้าผากแนบพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ทว่า ไป๋ลี่อินกลับไม่สะท้านสะเทือน นางเพียงปรายตามองบุรุษผู้โง่งอมัวเมาในตัณหาและคำหวานด้วยแววตาสสมเพชเวทนาคละเคล้าความเย็นชา
*โง่เขลาเบาปัญญาถึงเพียงนี้... เหตุใดในอดีตชาตินางจึงเคยเอาใจใส่บุรุษเช่นนี้ได้ลงคอ*
ลี่อินค่อยๆ ยกมือขึ้นจัดแขนเสื้อให้เรียบเร้อย ท่าทางเยือกเย็นและสง่างามนั้นช่างตัดกับความเกรี้ยวกราดของสามีโดยสิ้นเชิง นางมิได้รีบร้อนแก้ตัว แต่น้ำเสียงนุ่มนวลทว่ากังวานใสกลับดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ งดงามราวดนตรีบรรเลงท่ามกลางพายุทลาย
"ท่านแม่ทัพกล่าวหาข้ารวดเร็วถึงเพียงนี้ เกรงว่าจะรีบใช้ความลำเอียงตัดสินความยุติธรรมเกินไปกระมังเพคะ" ลี่อินกล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "ท่านบอกว่าข้าวางยาพิษในสำรับบำรุงครรภ์ของน้องรอง... แต่ท่านเคยใช้สมองอันชาญฉลาดของแม่ทัพผู้เกรียงไกร ไตร่ตรองดูสักนิดหรือไม่เล่า ว่าข้าได้แตะต้องสำรับนั้นแม้แต่น้อยหรือยัง?"
เฉินเฟยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่น
"หลักฐานคาตา บ่าวรับใช้เห็นเจ้าสั่งให้คนยกสำรับนี้เข้ามา..."
"บ่าวรับใช้เห็น หรืออนุไป๋บอกให้ท่านเห็นกันแน่เพคะ?" ลี่อินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเฉียบคมราวใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง นางหันไปสบตากับไป๋ซิ่วอิงที่สะดุ้งเฮือก สีหน้าซีดเผือดลงชั่วขณะก่อนจะรีบปรับเปลี่ยนเป็นแววตาน่าสงสารตามเดิม
"น้องรอง..." ลี่อินก้าวเท้าเข้าไปหาอนุภรรยาช้าๆ ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยสง่าราศี กดดันให้ไป๋ซิ่วอิงต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "เจ้าบอกว่านี่คือยาบำรุงครรภ์ล้ำค่าที่ท่านย่าประทานให้... แต่กลิ่นอายจางๆ ที่ลอยมาจากถ้วยยาคายความขื่นขมนี้ เหตุใดจึงคุ้นเคยนักเล่า?"
"ทะ... ท่านพี่พูดเหลိုးอะไร ซิ่วเอ๋อร์ไม่เข้าใจ..." ไป๋ซิ่วอิงเสียงสั่น หลบสายตา
"เจ้าไม่เข้าใจ หรือแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจกันแน่!" ลี่อินสะบัดชายแขนเสื้อ หันไปหยิบถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามขึ้นมาถือไว้ด้วยมือเรียวบาง นางใช้ปลายนิ้วแตะลงบนน้ำยาเล็กน้อย ก่อนจะนำขึ้นมาดมใกล้จมูกเพียงนิดแล้วแย้มยิ้มเย้ยหยัน
"น้ำต้มราก 'เซียงเฉ่า' ผสมเกสร 'ดอกเหมันต์ไร้เงา' แม้จะเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์อุ่นช่วยบำรุงโลหิตในยามปกติ แต่หากสตรีมีครรภ์ดื่มเข้าไปแม้แต่หยดเดียว... มันจะกลายเป็นยาขับเลือดฤทธิ์รุนแรง ทำให้แท้งบุตรภายในหนึ่งก้านธูป!"
สิ้นคำพูดของลี่อิน โถงรับแขกทั้งห้องพลันตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า
เฉินเฟยเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับแดงด้วยความตกตะลึง เขาหันขวับไปมองอนุภรรยาข้างกายทันที
ไป๋ซิ่วอิงหน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทายิ่งกว่าเดิม นางละล่ำละลักปฏิเสธเสียงหลง "มะ... ไม่จริงนะเพคะท่านพี่! พี่หญิงกล่าวหาข้า! นางเกลียดข้า นางจึงแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายเด็กในท้อง..."
"หุบปาก!" ลี่อินตวาดลั่น น้ำเสียงทรงพลังอำนาจจนไป๋ซิ่วอิงสะดุ้งเฮือก ปิดปากเงียบสนิทด้วยความหวาดกลัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"เจ้าบอกว่าข้าใส่ร้ายงั้นหรือ?" ลี่อินแค่นหัวเราะในลำคอ นางหันไปส่งสัญญาณให้สาวใช้คนสนิทก้าวออกมายืนเบื้องหน้า พร้อมกับชูห่อกระดาษสีน้ำตาลเก่าๆ ขึ้นให้ทุกคนได้เห็นประจักษ์แก่สายตา
"ในเมื่อน้องรองยืนกรานว่าบริสุทธิ์ เช่นนั้นข้าคงต้องเชิญ 'หมอหลวงหลี่' ผู้ตรวจสำรับยาประจำจวนมาเป็นพยานแล้วกระมังเพคะ!" ลี่อินกวาดสายตามองสามีที่กำลังยืนนิ่งอึ้งพูดไม่ออก "และที่สำคัญ... ห่อสมุนไพรนี้ ข้าพบบนโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนของอนุไป๋ พร้อมกับคราบผงยาที่ยังเช็ดออกไม่หมด หากท่านแม่ทัพไม่เชื่อ จะให้คนไปค้นเรือนของนางตอนนี้เลยดีหรือไม่เล่าเพคะ!"
หลักฐานมัดตัวแน่นหนาราวกับเชือกถักที่รัดคอจนดิ้นไม่หลุด แม่ทัพเฉินเฟยอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนพูดไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอับAายและความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่กระแทกเข้าหน้าอย่างจัง สตรีที่ตนปกป้องและปรนเปรอด้วยความรัก แท้จริงแล้วกลับเป็นงูพิษที่กล่าวร้ายป้ายสีคนอื่นเพื่อกำจัดเสี้ยนหนาม แม้กระทั่งเลือดเนื้อของตนเองนางก็ยังกล้าเอามาเป็นเครื่องมือ!
ไป๋ซิ่วอิงหน้าซีดเผือดราวกระดาษ ล้มพับลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง นางอ้าปากพะงาบๆ จะแก้ตัวแต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาสักคำ
ลี่อินมองภาพความอัปยศเบื้องหน้าด้วยแววตาเรียเฉย มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างงดงามและเยือกเย็น
นี่เป็นเพียงการตบหน้าครั้งแรกเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ร่างเดิมเท่านั้น... ความแค้นที่สั่งสมมาทั้งหมด บัญชีเลือดนี้ นางจะค่อยๆ ทวงคืนทีละต้นทุนอย่างสาสม!
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงของทหารองครักษ์นับสิบชีวิตก็ดังขึ้นที่หน้าประตูโถง พร้อมกับเสียงประกาศก้องกังวานของขันทีเฒ่าผู้ถือราชโองการจากวังหลวง
"ราชโองการด่วนจากฝ่าบาท... สมโภชพระราชทานสมรส!"
สิ้นเสียงประกาศ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์คลุมสีดำปักลายมังกรทองห้ากรงเล็บอันทรงอำนาจ ก็ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ท่ามกลางสายตาหวาดผวาของทุกคนในโถง เฉินเฟยและบ่าวไพร่ต่างพากันคุกเข่าหมอบกราบลงกับพื้นแทบไม่ทัน
มีเพียงไป๋ลี่อินคนเดียวที่ยืนหยัดอย่างสง่างาม นางเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมกริบ เยือกเย็น และดุร้ายดั่งพญาหมาป่าของบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพประจิม—ฉินอ๋อง เซียวจ้านถิง
เซียวจ้านถิงปราบสายตามองสำรับพิษในมือของนางแวบหนึ่ง ก่อนมุมปากหยักลึกจะยกยิ้มร้ายกาจ ทอดเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ
"ฮูหยินเฉิน... ดูท่าเจ้าจะจัดการปัญหาในบ้านได้น่าสนุกไม่น้อย สนใจจะไปดื่มชาคุยกับเปิ่นหวางที่จวนอ๋อง เพื่อวางแผน 'จัดการ' คนอื่นต่อเลยดีหรือไม่?"
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาอันวิจิตรและเข้มข้นนี้ไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 2
ตบหน้าอนุคนโปรดครั้งแรก
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!