รสชาติของความตาย... ช่างขมปร่าและเจือกลิ่นคาวเลือดจางๆ เสียจริงค่ะ
"ฮูหยินรอง... ดื่มเสียเถอะเจ้าค่ะ อย่าให้บ่าวต้องใช้กำลังกับท่านเลย ถือว่าท่านเวทนาพวกเรา ให้จวนหลังนี้ได้สงบสุขเสียที"
เสียงแหบห้าวของ ‘ชุนฮวา’ บ่าวรับใช้คนสนิทที่แปรพักตร์ดังลอดผ่านม่านตาที่พร่ามัว กลิ่นอับชื้นของเรือนปีกขวาที่ถูกทอดทิ้ง ปะปนกับกลิ่นหอมหวานเอียนของดอกกุ้ยฮวาแห้งที่โรยอยู่ในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหม่น ภายในนั้น... มียาพิษ ‘สลายจันทร์’ ที่พร้อมจะแผดเผากระเพาะลำไส้ให้แหลกละเอียดภายในหนึ่งก้านธูป บรรยากาศภายในห้องมืดสลัว มีเพียงแสงเทียนริบหรี่ที่สาดกระทบใบหน้าบิดเบี้ยวของบ่าวไพร่สามคนที่ยืนล้อมเตียงไม้แกะสลักเก่าคร่ำคร่า
ไป๋ลี่อินขยับเปลือกตาอย่างยากลำบาก ความทรงจำอันซับซ้อนหลั่งไหลเข้ามาดั่งกระแสน้ำวน นางไม่ใช่คุณหนูผู้อ่อนแอที่ยอมให้ใครรังแกอีกต่อไปแล้วค่ะ แต่นางคือแพทย์หญิงอัจฉริยะแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ผู้เชี่ยวชาญทั้งศาสตร์การแพทย์แผนโบราณและพิษวิทยาอันล้ำลึก ทว่าบัดนี้กลับต้องมาอยู่ในร่างของสตรีอับโชคผู้มีนามเดียวกันในยุคต้าเฉิน ฮูหยินรองแห่งจวนแม่ทัพเฉิน ผู้ถูกใส่ร้ายป้ายสีจนสามีอย่างแม่ทัพเฉินเฟยสั่งกักบริเวณ และปล่อยให้จำนนต่อความตายด้วยมือของอนุภรรยาจอมมารยาอย่างไป๋ซิ่วอิง น้องสาวต่างมารดาผู้เหี้ยมโหด
"พวกเจ้า... กล้าดียังไง"
เสียงที่เปล่งออกมาแหบแห้งราวกับกระดาษทรายถูกเสียดสี แต่กลับทรงพลังอำนาจประหลาดจนชุนฮวาที่กำลังยื่นถ้วยยาเข้ามาถึงกับชะงักมือ ดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นหมอง บัดนี้กลับพินิจมองบ่าวรับใช้ตรงหน้าด้วยประกายตาวาวโรจน์ดุจดั่งพญาเหยี่ยวที่กำลังจ้องเหยื่อ มันเยือกเย็น คมกริบ และเต็มไปด้วยจิตสังหารที่กดดันจนคนตัวสั่นเทา
"ฮูหยิน... ท่านอย่าได้โทษพวกบ่าวเลยนะเจ้าคะ นายท่านสั่งไว้ว่าตระกูลไป๋ไม่อาจมีมลทิน เพราะท่านทำตัวแพศยา ลักลอบได้เสียกับชายชู้ นายท่านจึงมอบความตายนี้ให้เพื่อรักษาเกียรติวงศ์ตระกูล!" ชุนฮวาเชิดหน้าขึ้นพยายามกลบเกลื่อนความกลัวด้วยการอ้างชื่อผู้เป็นนาย
ไป๋ลี่อินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแผ่วเบาแต่กลับดังก้องกังวานเสียดแทงจิตใจของคนฟัง นางค่อยๆ ใช้ข้อศอกยันกายลุกขึ้นพิงหัวเตียง อาภรณ์สีขาวซีดไร้ซึ่งความปราณีประดับประดาด้วยคราบน้ำตาและรอยเปื้อน ทว่าท่าทีกลับสง่างามราวกับฮองเฮาผู้ครองบัลลังก์ หาใช่สตรีที่กำลังรอความตายไม่
"เกียรติวงศ์ตระกูลรึ?" ไป๋ลี่อินทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดืดมีดโกนที่เคลือบยาพิษ "หึ... สามีตาบอดที่หลงเชื่อคำยุยงของอนุต่ำช้า กับตระกูลไป๋ที่เอาแต่เกาะกินอำนาจ มีหน้ามากล่าวคำว่าเกียรติกระนั้นหรือ ชุนฮวา... เจ้าจำไม่ได้หรอกกระมัง ว่าเมื่อสามปีก่อน ตอนที่มารดาของเจ้าล้มป่วยปางตายด้วยโรคห่าระบาด เป็นใครกันที่ควักเงินก้อนโตและจ่ายยาช่วยชีวิตนางไว้? ถ้าไม่ใช่เพราะข้า มารดาของเจ้าคงกลายเป็นผีเฝ้าหลุมไปนานแล้ว แต่วันนี้ เจ้ากลับเป็นคนถือถ้วยยาพิษมาสังหารผู้มีพระคุณเช่นนั้นหรือ? จิตใจของเจ้าทำด้วยสิ่งใด... หรือทำด้วยเดรัจฉานเดรัจฉาน?"
"ข้า..." ชุนฮวาหน้าถอดสี ถ้วยยาในมือสั่นระริกจนของเหลวสีดำส่งกลิ่นฉุนกระฉอกออกมาเปื้อนขอบถ้วย นางละล่ำละลักปฏิเสธ "ท่าน... ท่านอย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อนะ! ดื่มเข้าไปเสีย!"
"อยากให้ข้าดื่มนักใช่ไหม?"
รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอิ่มสวย ไป๋ลี่อินขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างมั่นคง แม้ร่างกายจะยังอ่อนระโหยโรยแรงจากการถูกวางยามาหลายวัน แต่รัศมีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวนางกลับทำให้บ่าวไพร่ทั้งสามก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว นางก้าวเข้ามาประชิดตัวชุนฮวาอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของบ่าวรับใช้สาวอย่างแม่นยำ จุดชีพจรที่ข้อมือนั้นถูกกดลงด้วยน้ำหนักพอเหมาะจนชุนฮวาร้อง "โอ๊ย" ออกมาด้วยความเจ็บปวด ถ้วยยาในมือร่วงหล่นลงกระแทกพื้นกระเบื้องแตกกระจาย กลิ่นฉุนของพิษคละคลุ้งไปทั่วห้องหมางเมิน
"พิษ 'สลายจันทร์' ชั้นต่ำเช่นนี้ ใช้ได้กับคนโง่เท่านั้นแหละ" ไป๋ลี่อินโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหอชุนฮวาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าเยือกเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก "หากข้าดื่มเข้าไป เก้าส่วนสิบคือตายสนิท แต่ถ้าเจ้าเป็นคนทำถ้วยยาหกและถูกบังคับให้ดื่มมันแทนข้า... เจ้าคิดว่าเลือดในกายของเจ้าจะไหลออกทางทวารทั้งเจ็ดใช้เวลาพานพบยมบาลนานแค่ไหนกัน?"
"ฮูหยินไว้ชีวิตด้วย! บ่าวไม่ได้ตั้งใจ! เป็นคุณหนูใหญ่... เป็นคุณหนูใหญ่ไป๋ซิ่วอิงที่สั่งให้พวกบ่าวทำนะเจ้าคะ!" ชุนฮวาเข่าทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นโขกศีรษะโขกสაბกราบกรานด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นเทายิ่งกว่าลูกนกตกน้ำ บ่าวอีกสองคนที่เหลือต่างพากันหน้าซีดเผือด คุกเข่าตามลงไปอย่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ไป๋ลี่อินกวาดสายตาคมปลาบมองบ่าวไพร่ที่หมอบราบคาบแก้วเบื้องล่าง รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นอีกครั้ง นางจัดสาบเสื้อผ้าแพรพรรณเก่าๆ ให้เข้าที่อย่างใจเย็น แม้เรือนหลังนี้จะหนתเหน็บและไร้ซึ่งความเมตตาจากผู้เป็นสามี แต่นี่คือจุดเริ่มต้น... จุดเริ่มต้นที่นางจะทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะเป็นของตนเอง และส่งความพินาศกลับคืนสู่ผู้ที่เคยเหยียบย่ำนางอย่างสาสม
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบงันเริ่มปกคลุมเรือนหมางเมินอีกครั้ง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังนับสิบคู่ก็ดังขึ้นกะทันหันจากนอกประตูเรือน เสียงเกราะเหล็กกระทบกันดังกรุ้งกริ้งบ่งบอกถึงกองกำลังทหารอารักขาชั้นยอด บรรยากาศรอบกายพลันลดฮวบลงจนหนาวยะเยือกถึงกระดูกดำ
ปัง!
ประตูไม้เก่าถูกถีบจนกระเด็นหลุดจากวงกบ เศษฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว ท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืนที่สาดส่องเข้ามา ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมปักลายพยัคฆ์ทมิฬคาดแถบหยกเลือดก้าวเข้ามาอย่างองอาจ เย็นชา และดุร้ายดั่งพญายม
ฉินอ๋อง ‘เซียวจ้านถิง’ ผู้กุมอำนาจกองทัพประจิม ผู้ที่ใครๆ ต่างเล่าลือว่าโหดเหี้ยมอำมหิตไร้ความปราณี เหตุใดจึงมาปรากฏตัว ณ เรือนฮูหยินรองที่ถูกกักบริเวณในยามวิกาลเช่นนี้?
ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสภาพห้องที่เละเทะ ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวบางของไป๋ลี่อินที่ยืนสง่านิ่งอยู่กลางกองเลือดและเศษถ้วยยาพิษ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย แต่กลับเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งและอันตรายที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล
"กล้าหาญนักนะ..." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น แววตาที่มองนางนั้นเต็มไปด้วยความลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นภายใต้ความเยือกเย็น "ชายาของเปิ่นหวัง... ใครอนุญาตให้เจ้าตายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากข้า?"
ไป๋ลี่อินชะงัก หรี่ตามองบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่ก้าวเข้ามาหาตนทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาอันวิจิตรและเข้มข้นนี้ไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนชีพในเรือนหมางเมิน
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!