ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 10

แขกผู้สูงศักดิ์มาเยือน

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นอายโสมภูเขาป่าเคี่ยวไฟอ่อนลอยกรุ่นเคล้ากับกลิ่นหมึกจีนชั้นดีบนกระดาษสาเนื้อหนา ปลายพู่กันขนหางหมาป่าในมือเรียวระบายตัวอักษรจีนตัวบรรจงลงบนใบสั่งยาอย่างมั่นคง ทว่าบรรยากาศภายในห้องตรวจโรคด้านหลังของโรงหมอ ‘อี้kang’ กลับมิได้สงบเยือกเย็นดังเช่นทุกครา เสียงซุบซิบและฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างระแวดระวังจากภายนอกลอดผ่านม่านมุกโปร่งเข้ามา สะท้อนถึงความไม่ชอบมาพากล “ใต้เท้าหลี่... ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าสตรีผู้นั้นเพียงแค่เปิดโรงหมอรักษาคนยากไร้จริง ๆ? ข้าได้ยินมาว่านางมีความเกี่ยวพันลึกซึ้งกับตระกูลเฉินที่เพิ่งขับไล่นางออกไปไม่นาน เหตุใดจู่ ๆ ถึงมีเงินทุนมหาศาลมาเปิดสถานพยาบาลใหญ่โตใจกลางเมืองหลวงเช่นนี้ได้เล่า” เสียงทุ้มต่ำของผู้ตรวจการกรมอาญา “หลี่เหวิน” ดังลอดมาจากห้องโถงรับรองด้านนอก แฝงไว้ด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ดวงตาของขุนนางเฒ่าผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาครึ่งค่อนชีวิตกวาดมองไปทั่วร้านด้วยความระแวดระวัง ไป๋ลี่อินชะงักปลายพู่กันเล็กน้อย มุมปากบางเฉียบยกยิศยเยาะขึ้นบางเบา นางมิได้เงยหน้าขึ้นจากกระดาษตรงหน้า ทว่าโสตประสาทกลับเงี่ยฟังทุกความเคลื่อนไหวอย่างใจจดใจจ่อ หึ... ขุนนางหูเบาที่ถูกซื้อตัวด้วยเศษเงินของตระกูลไป๋และอดีตสามีตาบอดอย่างเฉินเฟย ช่างขยันขันแข็งเสียจริง คิดจะมาขุดคุ้ยหาความผิดเพื่อปิดปากหมอชาวบ้านอย่างนางกระนั้นหรือ? ฝันไปเถอะ! “เรียนใต้เท้าหลี่ ข้าสืบมาแน่ชัดแล้วขอรับ นางคือ ‘ไป๋ลี่อิน’ ฮูหยินรองที่ถูกหย่าร้างเพราะทำตัวไร้คุณธรรม แถมยังมีข่าวลือว่านางแอบคบชู้กับชายชั่ว... วันนี้เกรงว่าโรงหมอแห่งนี้อาจใช้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังหรือซ่อนตัวของพวกกบฏกระมังพ่ะย่ะค่ะ!” เสียงสมรู้ร่วมคิดของขุนนางชั้นผู้น้อยดังเสริมขึ้นอย่างกระตือรือร้น ภายในห้องตรวจ ไป๋ลี่อินแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ ช่างเป็นข้อหาที่น่าขันสิ้นดี ชู้หรือ? กบฏหรือ? พวกมันช่างสรรหาคำมาปรักปรำนางได้ไม่เว้นแต่ละวันจริง ๆ ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนวูบ อุณหภูมิในห้องตรวจที่เคยอบอุ่นจากเตาถ่านกลับลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ราวกับสายลมหนาวจากทุ่งหญ้าประจิมพัดผ่านเข้ามาในห้องปิดทึบ เงาร่างสูงใหญ่ทาบทับลงบนประตูม่านมุก กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว กลิ่นอายฆ่าฟันอันเข้มข้นที่ผ่านสมรภูมิรบมาโชกโชนระลอกแล้วระลอกเล่ากดทับจนแม้แต่เสียงหายใจก็ยังต้องผ่อนเบา ไป๋ลี่อินไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ นางย่อมรู้ดีว่าผู้ใดที่ก้าวเข้ามาในยามวิกาลเช่นนี้โดยไม่มีผู้ใดกล้าขัดขวาง “ดูท่าว่าโรงหมอของเปิ่นหวาง จะมีแมลงวันน่ารำคาญบินมาสร้างความรำคาญให้ชายาของเปิ่นหวางเสียแล้วกระมัง” น้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปีดังขึ้น เซียวจ้านถิง หรือ ฉินอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพประจิม ปรากฏกายขึ้นอย่างสง่างามในชุดคลุมยาวปักลายพยัคฆ์ทะยานเมฆสีดำสนิท ขอบแขนเสื้อกุดั่นด้วยดิ้นเงินบริสุทธิ์ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมองม่านมุกด้านนอกด้วยแววตาดุร้ายเยือกเย็น รัศมีอำนาจกดดันแผ่ซ่านจนน่าหวาดหวั่น เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องโต๊ะทำงานของนาง มือหนาสวมแหวนหยกมันแพะล้ำค่าเอื้อมมากุมมือเรียวที่ถือพู่กันไว้เบา ๆ สัมผัสอุ่นร้อนจากมือของเขาถ่ายทอดความมั่นคงมาสู่นาง ทว่าสายตากลับทอดมองนางด้วยความอ่อนโยนล้ำลึกที่สงวนไว้ให้เพียงสตรีผู้นี้คนเดียวเท่านั้น “ท่านอ๋อง... ลมอะไรหอบพระองค์มาถึงโรงหมอเล็ก ๆ ของหม่อมฉันกันเพคะ? เกรงว่าการเสด็จมาอย่างเปิดเผยเช่นนี้ จะทำให้เหล่าขุนนางผู้ใหญ่ด้านนอกอกสั่นขวัญแขวนกันหมดแล้วกระมัง” ไป๋ลี่อินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เอ่ยเย้าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตากลับระยิบระยับด้วยความรู้ทัน “ให้พวกมันอกแตกตายไปเสียสิ” เซียวจ้านถิงแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ดวงตาคมดุหรี่ลงเล็กน้อย “เปิ่นหวางอยากรู้ยิ่งนักว่า สุนัขตัวใดมันบังอาจส่งเสียงเห่าหอนรบกวนเวลาพักผ่อนของชายาข้า ถึงกับกล้าส่งคนมาสืบสวนถึงถิ่นกำเนิดหมอเทวดาผู้ช่วยชีวิตทหารนับหมื่นในกองทัพประจิม!” สิ้นคำพูดของฉินอ๋อง ฝีเท้าหนักหน่วงก็ก้าวเข้ามาหยุดที่หน้าห้องตรวจ ร่างของใต้เท้าหลี่และขุนนางผู้ติดตามพากันผลุนผลันเปิดม่านเข้ามาด้วยความร้อนใจ ตั้งใจจะเข้ามาจับกุมตัวผู้กระทำความผิด ทว่า... เมื่อสายตาของขุนนางเฒ่าปะทะเข้ากับร่างสูงตระหง่านในชุดฉลองพระองค์สีดำสนิท ใบหน้าที่เคยเหิมเกริมและเต็มไปด้วยความสงสัยพลันซีดเผือดไร้สีเลือด เข่าทั้งสองข้างอ่อนยวบลงทันที ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกในอุ้งมือพญาอินทรี “ถ… ถวายบังคม… ฉินอ๋อง… พ่ะย่ะค่ะ!” ใทร้เท้าหลี่กราบหมอบลงกับพื้นจนหน้าผากแทบชิดพื้นไม้ เย็นเยียบจนเหงื่อกาฬไหลซกเต็มแผ่นหลัง เซียวจ้านถิงไม่แม้แต่จะชายตามองขุนนางผู้ต่ำต้อยเหล่านั้น ร่างสูงสง่าขยับกายบังร่างบางของชายาตนไว้ครึ่งหนึ่งราวกับพญาอินทรีปกป้องรัง นัยน์ตาดุร้ายกวาดมองกลุ่มคนเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ไปไม่ถึงดวงตา “พวกเจ้าบอกว่า... ชายาของเปิ่นหวางกำลังซ่องสุมกำลังและคบชู้กระนั้นหรือ?” สุ้มเสียงราวมัจจุราชเรียกวิญญาณดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัด ใต้เท้าหลี่ตัวสั่นเทาน้ำตานองหน้า แทบอยากจะกลืนคำพูดของตนเองกลับลงท้องไปเสีย ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด บ่าวรับผิดชอบหน้าตาตื่นวิ่งหน้าตั้งถือถาดไม้กระเบื้องเคลือบเข้ามาด้านใน พร้อมกับรายงานเสียงสั่นเครือ “ท… ท่านอ๋อง! ฮูหยินรอง! มี… มีพระราชโองการด่วนจากในวังหลวง ส่งตรงถึงโรงหมอโดยขันทีคนสนิทของไทเฮาพ่ะย่ะค่ะ!” เซียวจ้านถิงหรี่ตาลงคมกริบ ทันทีที่คำว่า ‘พระราชโองการจากไทเฮา’ หลุดออกมา รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนมุมปากของท่านอ๋องก็ปรากฏชัดขึ้น พร้อมกับที่ไป๋ลี่อินหรี่ตามองม้วนพระราชโองการสีเหลืองทองในมือบ่าวด้วยสัญชาตญาณอันตรายที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด! *** ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาอันวิจิตรและเข้มข้นนี้ไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ ***
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%