ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 11

โรคประหลาดขององค์ชายใหญ่

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นอายโสมภูผาอายุร้อยปีผสมผสานกับกลิ่นกำยานชะมดเชียงลอยอวลอยู่เบื้องพระพักตร์ ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่โชยมาจากตำหนักบูรพาได้เลยแม้แต่น้อย แผ่นป้ายประกาศผ้าแพรสีเหลืองทองอร่ามประทับตราหยกมังกรห้าเล็บถูกปักประกาศไว้ทั่วทุกตรอกซอกซอยของเมืองหลวง ใจความระบุชัดเจนถึงราชโองการเร่งด่วนจากฮ่องเต้—ผู้ใดสามารถรักษาอาการประหลาดขององค์ชายใหญ่ ลี่ซ่าน ให้หายขาดได้ จะได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ขั้นหนึ่ง พร้อมทองคำหมื่นตำลึงและการล้างมลทินให้แก่ตระกูล แต่นับตั้งแต่วันที่ประกาศถูกกางออก ณ ประตูไท่เหอ เหล่าหมอหลวงและแพทย์ชื่อดังทั่วหล้าต่างเดินเรียงหน้าเข้าวังด้วยความหวัง แล้วถูกหามออกมาด้วยสภาพลมหายใจรวยริน บางรายถึงกับสิ้นชื่อคาตำหนักด้วยความผิดพลาดในการวินิจฉัยโรค ไป๋ลี่อินแย้มสรวลน้อยๆ ที่มุมปาก ดวงหน้างามล้ำลวดลายเย้ายوانประดุจภาพวาดพู่กันจีนสลัก นัยน์ตาดอกท้อคู่นั้นกวาดมองแผ่นป้ายประกาศที่สะท้อนอยู่ในกระจกทองเหลืองอย่างพินิจพิเคราะห์ วันนี้ฮูหยินรองแห่งจวนแม่ทัพสวมชุดกระโปรงยาวผ้าต่วนสีม่วงเข้มปักลายหงส์บินวาดปีกด้วยดิ้นทองคำขาว ทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกหิมะสีขาวบริสุทธิ์ ขับให้ผิวพรรณผุดผ่องราวน้ำนม ขัดแย้งกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่แฝงไว้ด้วยคมมีดซ่อนในแพรไหม "ฮูหยินเจ้าคะ... บ่าวได้ยินมาว่า อาการขององค์ชายใหญ่นั้นประหลาดนัก ยามค่ำคืนจะกรีดร้องด้วยเสียงคล้ายสัตว์ป่า ร่างกายผอมโซจนเหลือแต่กระดูก ทั้งที่เสวยอาหารได้ปกติ แต่กลับขับพิษออกมาทางผิวหนังจนเนื้อตัวเน่าเฟะ หมอหลวงต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทรงถูก ‘คุณไสยโลหิต’ ร้ายแรงจากแดนใต้ เป็นภัยต่อความมั่นคงของราชสำนัก เกรงว่า..." สาวใช้ข้างกายเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา มือเรียวคอยจัดกระชายหยกและเข็มเงินชุดใหม่ลงในหีบไม้จันทน์หอม "กลัวอันใดกันเล่า อาการเช่นนั้นหาใช่คุณไสยไม่..." ลี่อินเอ่ยขัดขึ้น น้ำเสียงราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ ทว่าแฝงประกายปัญญาเฉียบคม "มันคือพิษ 'หนอนกู่โลหิต' เจ็ดราตรีต่างหากเล่า... ผู้ที่ลงมือช่างใจคอโหดเหี้ยมนัก กล้าใช้พระโอรสองค์โตเป็นเครื่องมือชักใยเกมการเมืองในวังหลัง" นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่วงท่าองอาจราจนางพญาหงส์ ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยสง่าราศีที่กดขี่ผู้คนโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ในใจย่อมรู้ดีว่าการก้าวเท้าเข้าสู่ตำหนักบูรพาในยามนี้ เท่ากับการเอาศีรษะแขวนไว้บนเส้นด้าย ทว่านี่คือโอกาสทองที่จะสร้าง 'อำนาจต่อรอง' อันไร้ผู้ต่อต้าน เมื่อฮ่องเต้จนตรอก พระองค์ย่อมต้องยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้พระโอรสรอดชีวิต และนั่นจะทำให้นางถือไพ่เหนือกว่าตระกูลไป๋ รวมถึงอดีตสามีตาบอดอย่างแม่ทัพเฉินเฟยที่กำลังกระวนกระวายหาทางไต่เต้าในราชสำนักเช่นกัน ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าห้องเรือนพัก ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมผ้าไหมปักลายกิเลนสีดำสนิทก้าวเข้ามา ประกายตาดุดันเยือกเย็นคู่นั้นกวาดมองภรรยาคนงามตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เซียวจ้านถิง—ฉินอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพประจิม ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมอำมหิต ยามนี้กลับมีแววตารุ่มร้อนระคนกังวลฉายชัดอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม "เจ้าจะเข้าวังไปรับราชโองการรักษานั้นจริงๆ หรือ ลี่อิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจนัก พระองค์สาวเท้าเข้ามาใกล้ ยื่นมือหนาขึ้นโอบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวอย่างถือสิทธิ์ "วังหลังเวลานี้มิใช่สถานที่ที่สตรีควรเอาชีวิตไปทิ้ง องค์ชายใหญ่เป็นหมากตัวหนึ่งในมือฮองเฮชา หากเจ้าพลาดพลั้ง แม้แต่เปิ่นหวางก็อาจปกป้องเจ้าไม่ทัน" ลี่อินมิได้ดิ้นรนหลุดจากอ้อมแขนที่แข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กนั้น นางกลับเงยหน้าขึ้น สบตากับบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดินรองจากฮ่องเต้ แววตาของนางไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความท้าทายและรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ "ท่านอ๋องทรงกังวลเกินไปแล้วเพคะ..." นางเอ่ยเสียงหวาน ระคนหยอกเย้า ทว่าแววตากลับจริงจัง "หม่อมฉันมิใช่กวางน้อยที่วิ่งเข้าสู่ปากเสือ แต่หม่อมฉันคือพรานผู้ถือหน้าไม้ต่างหาก องค์ชายใหญ่สิ้นชื่อไม่ได้ในเวลานี้ มิฉะนั้นดุลอำนาจระหว่างฉินอ๋องกับฝ่ายฮองเฮาจะเสียสมดุล การที่หมหม่อมฉันก้าวเข้าไปช่วยชีวิตพระองค์ เท่ากับการดึงอำนาจตัดสินใจมาไว้ในกำมือของเราเอง พระองค์ไม่ทรงโปรดเกมการเมืองที่เฉียบขาดเช่นนี้หรอกหรือเพคะ?" เซียวจ้านถิงจ้องมองสตรีในอ้อมกอดเนิ่นนาน หัวใจที่ด้านชาและอาบไล้ด้วยเลือดในสนามรบมาค่อนชีวิตกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความฉลาดล้ำลึกและความเด็ดเดี่ยวของนางทำให้เขาทั้งหลงใหลและนึกมันเขี้ยวในเวลาเดียวกัน มือใหญ่เลื่อนขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ข้างแก้มของนางอย่างทะนุถนอม ราวกับเผลอลืมไปว่าตนเองคือแม่ทัพผู้เหี้ยมเกรียมต่อหน้าผู้คน "เจ้ามัน... ดื้อรั้นเสียจริง" ฉินอ๋องถอนหายใจยาวด้วยความจำนนต่อเสน่ห์อันร้ายกาจของภรรยา "หากเจ้าต้องการเล่นเกมนี้ เปิ่นหวางจะคอยถือหางให้เจ้าอยู่เบื้องหลัง ต่อให้ฟ้าถล่มลงมา ข้าก็จะใช้กองทัพประจิมกวาดล้างราชสำนักให้ราบคาบเพื่อความปลอดภัยของเจ้า จำไว้!" สิ้นคำประกาศิตอันหนักแน่น รถหรูหราประดับหยกและม่านแพรสีดำสนิทของฉินอ๋องก็เคลื่อนตัวออกจากจวน มุ่งตรงสู่ประตูวังหลวงที่ปิดตาย ท่ามกลางสายตาหวาดผวาของเหล่าขุนนางที่แอบมองอยู่ห่างๆ ครั้นรถพระទីนั่งเทียบท่าที่หน้าตำหนักบูรพา กลิ่นอับชื้นและกลิ่นยาขมพุ่งเข้าปะทะนางทันที ขันทีและนางกำนัลต่างหมอบกราบลีลาศด้วยความหวาดกลัว ฮ่องเต้ประทับนั่งอยู่บนพระแท่นด้วยพระพักตร์อิดโรยและเคร่งเครียด ทรงทอดพระเนตรสตรีในชุดม่วงเข้มที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างามราวกับเทพเซียนลงมาโปรดสัตว์ "เจ้าคือฮูหยินรองแห่งจวนฉินอ๋อง ผู้กล้าอาสาถวายการรักษาองค์ชายใหญ่กระนั้นหรือ?" พระสุรเสียงแหบพร่าเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยไว้วางพระทัยนัก ลี่อินย่อกายลงถวายพระพรอย่างงดงามไร้ที่ติ ก่อนจะเงยพระพักตร์ขึ้นสบพระเนตรด้วยรอยยิ้มมั่นคง "ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันไป๋ลี่อิน มั่นใจว่าจะสามารถขับพิษในพระวรกายขององค์ชายใหญ่ให้หมดสิ้นไปได้ภายในสามวันเพคะ... แต่ทว่า..." นางเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาไปยังกลุ่มขุนนางฝ่ายฮองเฮาที่ยืนหน้าซีดอยู่มุมห้อง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงกังวานก้อง ก้องกังวานไปทั่วตำหนักที่เงียบสงัด "เงื่อนไขในการรักษาของหม่อมฉัน มีเพียงข้อเดียว..." ยังไม่ทันที่ลี่อินจะเอ่ยเงื่อนไขนั้นจบ ประตูตำหนักด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ขันทีเฒ่าผู้หนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าตัวสั่นงันท่ามกลางความตกใจของทุกคน พร้อมกับชูพระราชโองการลับฉบับใหม่ที่เพิ่งมาถึงขึ้นเหนือหัวด้วยมือที่สั่นเทา "ฝ่าบาท... ะ...แย่แล้วพะย่ะค่ะ! มี...มีพระราชโองการด่วนจากแดนประจิม... กองทัพของฉินอ๋องถูกซุ่มโจมตี... และ..." ลี่อินหันขวับกลับไปมอง รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าแข็งค้างไปในเสี้ยววินาที ขณะที่เซียวจ้านถิงซึ่งยืนรออยู่ด้านนอก กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับข่าวสารที่พลิกผันสถานการณ์ทุกอย่างให้ดิ่งลงสู่เหวลึกแห่งความตาย ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาอันวิจิตรและเข้มข้นนี้ไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%