ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 12

เข็มเงินพลิกฟ้าดิน

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นกำยานไป๋จื่อผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของคราบเลือดเก่าในตำหนักบูรพา ลอยอวลหนาจนแทบมองเห็นเป็นกลุ่มหมอกสีเทาจางๆ รัศมีเทียนไขนับสิบเล่มวาดเงาทอดยาวบนม่านไหมปักลายหงส์เหินที่บัดนี้หมองหม่นราวกับไร้ชีวิต บรรยากาศภายในห้องบรรทมกดดันจนแทบหยุดหายใจ เสียงครางแผ่วเบาด้วยความทรมานขององค์ชายใหญ่ดังลอดไรฟันที่ขบเข้าหากันจนสั่นระริก พระพักตร์ซีดเผือดเขียวคล้ำจนน่ากลัว เม็ดพระสุคนธ์ผุดพรายเต็มพระนลาฏ บ่งบอกว่าพิษร้ายในโลหิตกำลังกัดกินเส้นเอ็นและอวัยวะภายในทีละน้อย ดุจดั่งนับถอยหลังสู่วาระสุดท้ายแห่งชีวิต "หากภายในหนึ่งก้านธูปนี้ หมอหลวงยังไม่อาจขับพิษออกได้ ศีรษะของพวกเจ้าทั้งหมด... คงต้องประดับอยู่บนกำแพงเมืองหลวงเป็นแน่" เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น ดุจสายลมหนาวจากหุบเขาประจิมดังขึ้นทำลายความเงียบ ฉินอ๋องเซียวจ้านถิงประทับนั่งบนเก้าอี้ไม้จันทน์สลักลายมังกรอย่างสง่างาม พระเนตรคมกลาบกวาดมองกลุ่มหมอหลวงที่คุกเข่าตัวสั่นงันท่ามกลางกองผ้าพันแผลเปื้อนเลือด ชุดคลุมผ้าต่วนสีดำปักลายเมฆมงคลด้วยดิ้นทองสะท้อนแสงไฟวับวาว ขับเน้นให้บุคลิกอันองอาจและดุดันนั้นทรงอำนาจจนไม่มีผู้ใดกล้าสบพระพักตร์ แม้แต่ฮองเฮาที่ประทับอยู่ข้างพระแท่นยังต้องเบือนพระพักตร์หนีด้วยความหวาดหวั่น ท่ามกลางความตื่นตระหนกและเสียงสะอื้นไห้ของนางกำนัล มีเพียงร่างระหงในชุดฮั่น푸สีฟ้าครามปักลายดอกเหมันต์ที่ก้าวเดินอย่างมั่นคง รัศมีรอบกายของไป๋ลี่อินสงบนิ่งราวน้ำในบึงลึก นางไม่สนใจสายตาดูกล้าๆ กลัวๆ ของเหล่าหมอหลวงที่มองมา นางก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าพระแท่น ประสานมือคารวะฉินอ๋องด้วยท่าทีสง่างามไร้ที่ติ ก่อนจะปรายตามองพระอาการขององค์ชายใหญ่แวบหนึ่ง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยว "หม่อมฉันมาแล้วเพคะ... ท่านอ๋องโปรดทรงถอยห่างจากพระแท่นครู่หนึ่ง พิษนี้ไม่ใช่พิษธรรมดา หากเข้าใกล้เกินไป ละอองพิษอาจซึมเข้าสู่พระวรกายได้" เซียวจ้านถิงมิได้ตรัสอันใด พระเนตรคมกริบทอดมองสตรีผู้เป็นชายาด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทว่าแววตาดุดันกลับอ่อนแสงลงวูบหนึ่งอย่างไม่น่าเชื่อ เขาลุกขึ้นถอยหลังไปสองก้าว เปิดทางให้นางปฏิบัติหน้าที่ ทว่ามือหนายังคงกุมด้ามกระบี่ข้างกายแน่น พร้อมจะพลิกสถานการณ์ทุกเมื่อหากมีสิ่งใดผิดปกติ ไป๋ลี่อินไม่รอช้า นางสะบัดแขนเสื้อ เปิดกล่องเข็มทองคำบริสุทธิ์ที่ส่งประกายวาววับในความมืด นิ้วเรียวดุจลำหยกหยิบเข็มเล่มยาวออกมารวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ แววตาของนางเปลี่ยนเป็นจริงจังและเฉียบคมราวกับเซียนโอสถผู้กุมความเป็นความตายของมนุษย์ นางรู้ดีว่าเวลามีน้อยนิดเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น หากช้าไปแม้แต่ลมหายใจเดียว องค์ชายใหญ่จะต้องสิ้นพระชนม์ และความผิดทั้งหมดจะถูกโยนมาที่นางในฐานะผู้รับรักษาอย่างแน่นอน นี่คือหมากกระดานใหญ่ที่เหล่าขั้วอำนาจในราชสำนักจงใจวางไว้เพื่อกำจัดนางและสามีไปพร้อมกัน! *แคว่ก—!* นางใช้กรรไกรเงินตัดฉลองพระองค์บริเวณพระอุระขององค์ชายใหญ่ทิ้ง เผยให้เห็นผิวพระวรกายที่เริ่มปรากฏเส้นเลือดสีดำปักปูดโปนดุจใยแมงมุม ไป๋ลี่อินสูดลมหายใจเข้าลึก ตั้งจิตอธิษฐาน รวบรวมลมปราณไว้ที่ปลายนิ้ว ก่อนจะปักเข็มเล่มแรกี่จุด 'จงฝู' อย่างแม่นยำและรวดเร็ว "อึก...!" องค์ชายใหญ่สะดุ้งเฮือก พระเนตรเบิกโพลงด้วยความเจ็บปวดทรมาน เลือดสีดำคล้ำพุ่งทะลักออกจากพระโอษฐ์ทันที กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วตำหนัก เหล่าหมอหลวงถึงกับผงะถอยหลังด้วยความตกใจ บางคนถึงกับอุทานออกมาอย่างลืมตัว "ห้ามส่งเสียง!" ไป๋ลี่อินตวาดเสียงกร้าว ดวงตาคู่หงส์ตวัดมองด้วยอำนาจที่ทำให้ทุกคนต้องหุบปากฉับ "ผู้ใดส่งเสียงรบกวนสมาธิข้าในยามนี้ จะต้องมีอันเป็นไปพร้อมกับพิษในร่างองค์ชาย!" ความเฉียบขาดและสง่าราศีที่แผ่ออกมาจากร่างของฮูหยินรองทำให้แม้แต่เสนาบดีฝั่งตรงข้ามที่แอบลอบสังเกตการณ์อยู่มุมมืดถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงคอ นางช่างแตกต่างจากสตรีในห้องหอโดยสิ้นเชิง งดงาม ดุดัน และเต็มไปด้วยสติปัญญาที่น่าสะพรึงกลัว นิ้วเรียวของไป๋ลี่อินพลิ้วไหวราวกับสายน้ำ ปักเข็มเงินลงบนจุดชีพจรสำคัญทั้งเก้าเล่มตามคัมภีร์โบราณที่สูญหาย นางหมุนเข็มด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอและแม่นยำ ทุกครั้งที่เข็มหมุน เม็ดเหงื่อกาฬก็ผุดขึ้นตามไรผมของนาง ทว่าสมาธิของนางกลับแน่วแน่วดุจหินผา เสียงธูปที่กำลังเผาไหม้ใกล้หมดก้านเร่งเร้าเวลาให้เดินไปอย่างรวดเร็ว *แปะ... แปะ...* เสียงเลือดสีดำที่ไหลผ่านเข็มเงินลงสู่ภาชนะทองสำฤทธิ์ดังขึ้นเป็นจังหวะ สีหน้าขององค์ชายใหญ่เริ่มดีขึ้นทีละน้อย ความเขียวคล้ำบนพระพักตร์ค่อยๆ เจือจางลง เหลือไว้เพียงความเหนื่อยอ่อน ลมหายใจที่เคยติดขัดเริ่มกลับมาสม่ำเสมอขึ้นทีละน้อย เซียวจ้านถิงยืนมองภาพนั้นเงียบๆ พระโอษฐ์หยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความภาคภูมิใจ บุรุษผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในใต้หล้า กลับรู้สึกหัวใจเต้นแรงยามเมื่อเห็นสตรีของตนยืนหยัดสง่างามท่ามกลางพายุฝนแห่งอำนาจ นางคือคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝักนุ่มนวล และเขาก็พร้อมจะเป็นโล่คุ้มภัยให้นางฟาดฟันศัตรูให้ราบคาบ "เหลือเวลาอีกเค่อเดียว..." เสียงขันทีหน้าห้องขานเวลาด้วยความตื่นตระหนก ไป๋ลี่อินไม่หวั่นไหว นางตวัดมือครั้งสุดท้าย ดึงเข็มเล่มสุดท้ายออกจากจุด 'ไป่ฮุ่ย' บนพระเศียร พร้อมกันนั้น องค์ชายใหญ่ก็กระออกเลือดสีดำสนิทก้อนใหญ่ออกมาครั้งสุดท้าย ก่อนจะสลบไสลไปด้วยความอ่อนเพลีย ทว่าลมหายใจกลับยาวลึกและมั่นคงอย่างเห็นได้ชัด ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ก้านธูปมอดดับลงพอดีในวินาทีที่เข็มเล่มสุดท้ายถูกเก็บเข้ากล่อง ไป๋ลี่อินถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากเบาๆ ก่อนจะหันไปประสานมือคารวะฉินอ๋องด้วยรอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมด้วยชัยชนะ "ทูลท่านอ๋อง... พิษในร่างขององค์ชายใหญ่ถูกขับออกจนหมดสิ้นแล้วเพคะ พระองค์ทรงปลอดภัยแล้ว" สิ้นคำกล่าวของนาง ทั่วทั้งตำหนักพลันเกิดเสียงฮือฮาขึ้นเบาๆ หมอหลวงต่างก้มหน้ารับความอับอาย ขณะที่ฉินอ๋องก้าวเข้าไปใกล้ร่างบาง ยื่นมือหนาออกไปประคองเอวคอดของนางไว้ด้วยความทะนุถนอม สายตาที่ทอดมองนางเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและคลั่งไคล้อย่างปิดไม่มิด ทว่า ในวินาทีที่ความโล่งใจกำลังแผ่ซ่านไปทั่ว ขันทีหน้ารีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าตัวสั่น ประคองราชโองการลับสีทองอร่ามด้วยสองมือที่สั่นเทา "กราบทูลท่านอ๋อง... มีพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... สั่งให้ควบคุมตัวฮูหยินรองไป๋ลี่อินเข้าคุกหลวงทันข้อหา... ลอบปลงพระชนม์องค์ชายใหญ่พ่ะย่ะค่ะ!" เซียวจ้านถิงชะงัก รัศมีความเยือกเย็นและดุดันแผ่พุ่งออกมาจากวรกายจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันทีดุจน้ำแข็งขั้วโลก พระเนตรคมกลาบหรี่แคบลงอย่างอันตราย ขณะที่ไป๋ลี่อินกลับแย้มยิ้มเย็นเยียบออกมาที่มุมปากอย่างผู้รู้เท่าทันเกม ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาอันวิจิตรและเข้มข้นนี้ไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%