กลิ่นอายโสมภูเขาป่าร้อยปีคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นชาดอกเบญจมาศอุ่นกรุ่นในเตาสำริดลายเมฆาล่องลอยอบอวลไปทั่วห้องรับรองด้านหน้า ป้ายไม้ลงรักปิดทองคำเปลวบริสุทธิ์สลักอักษรสามตัวด้วยลายมือทรงพลัง—*‘อิ่นถัง’*—สะท้อนประกายวาววับรับกับแสงตะวันยามบ่ายที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างแกะสลักลวดลายมงคล
ไป๋ลี่อินในอาภรณ์ปักลายหงส์บินสีฟ้าครามเข้ม ทับด้วยเสื้อคลุมผ้าต่วนเนื้อนุ่มปักลายบัวสวรรค์สีขาวบริสุทธิ์ เส้นผมดำขลับถูกเกล้าขึ้นเป็นมวยทรงสูงประดับด้วยปิ่นหยกขาวสลักลายเมฆา ยามที่นางขยับกาย กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรจีนและมวลพฤกษาประจำกายก็โชยแตะจมูก สร้างความรู้สึกสงบเยือกเย็นแก่ผู้พบเห็น ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งประกายกระบี่ ทอดมองบัญชีรายรับรายจ่ายบนโต๊ะไม้จันทน์หอมด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"คุณหนู... บัตรคิวสำหรับวันนี้หมดลงตั้งแต่ยามอู่ (11.00-12.59 น.) แล้วเจ้าค่ะ บรรดาฮูฮยินจากจวนขุนนางใหญ่ต่างก็ส่งบ่าวไพร่มาจองคิวล่วงหน้ายาวไปจนถึงเดือนหน้าแล้วเจ้าค่ะ" ชุนฮวา สาวใช้คนสนิทเอ่ยรายงานด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้นระคนภาคภูมิใจ
ลี่อินเพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้น้ำชาอุ่นร้อนชะล้างลำคอ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะด้วยกิริยาประณีตงดงามไร้ที่ติ นางแย้มยิ้มบางเบาที่มุมปาก "เงินสินเดิมที่ข้าหอบหิ้วออกมาจากจวนสกุลไป๋ และเบี้ยหวัดที่ได้จากการรักษาโรคในคราแรก บัดนี้ได้ผันแปรมาเป็นศิลาฤกษ์แห่งความมั่นคงของ ‘อิ่นถัง’ แห่งนี้แล้ว... ข้าไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแพทย์ผู้รักษาโรค แต่ข้าต้องการสร้างรากฐานที่แม้แต่ราชสำนักก็ยังต้องเกรงใจ"
การเปิดโรงหมอผดุงคุณธรรม ‘อิ่นถัง’ ในครั้งนี้ หาใช่เป็นเพียงแค่การรักษาชาวบ้านทั่วไปไม่ แต่ทว่ามันคือหมากตารุกสำคัญบนกระดานอำนาจแห่งเมืองหลวง การใช้ทักษะการแพทย์อันล้ำเลิศเข้าซื้อใจราษฎรและบรรดาฮูหยินตระกูลใหญ่ในห้องหอ คือเกราะคุ้มภัยชั้นดีที่แม้แต่ไป๋ซิ่วอ잉ผู้มีจิตใจอำมหิต หรืออดีตสามีตาบอดอย่างแม่ทัพเฉินเฟยก็มิอาจแตะต้องนางได้ง่ายดายอีกต่อไป
ทว่า ความเงียบสงบภายในห้องโถงลับด้านหลังกลับถูกทำลายลงด้วยฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงที่ก้าวเข้ามาโดยไม่มีผู้ใดกล้าขัดขวาง เงาร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมสีดำปักดิ้นทองลายมังกรห้ากรงเล็บแผ่ซ่านไอสังหารและกลิ่นอายอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวออกมาทั่วบริเวณ เซียวจ้านถิง หรือฉินอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพประจิม ปรากฏกายขึ้นราวกับพญายมที่ก้าวเดินลงมาจากแดนมิคสยอง
บรรดาบ่าวไพร่ต่างพากันคุกเข่าหมอบกราบตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ทว่าไป๋ลี่อินกลับมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเพียงปรายตามองบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแคว้นผู้นี้ด้วยแววตานิ่งAเรียบ ก่อนจะผุดลุกขึ้นย่อกายคำนับตามธรรมเนียมอย่างสง่างาม
"ถวายบังคมท่านอ๋องเพคะ... ลมภายนอกหนาวยิ่งนัก เหตุใดจึงเสด็จมาเยือนโรงหมอเล็กๆ แห่งนี้ด้วยพระองค์เองเล่า หรือว่าแผลเก่าที่หัวไหล่ของพระองค์กำเริบขึ้นมาอีกแล้วเพคะ" น้ำเสียงหวานใสเอ่ยเย้าแหย่เล็กน้อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน
เซียวจ้านถิงก้าวเข้าไปใกล้ร่างระหง เร็วจนลี่อินไม่ทันตั้งตัว วงแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กเอื้อมมารวบเอวบางไว้แนบกาย ปลายจมูกโด่งเป็นสันสูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นของสมุนไพรจากร่างบาง ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยความคลั่งรักและดุดันในคราเดียวกัน
"เปิ่นหวาง (เรา) หาได้เจ็บป่วยตรงที่ใดไม่..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยชิดริมหใบหูของนาง จนลี่อินรู้สึกจักจี้และร้อนผ่าวที่พวงแก้ม "เพียงแต่วันนี้... มีข่าวลือหนาหูในท้องพระโรงว่า ชายารองผู้ชาญฉลาดของเปิ่นหวาง กำลังใช้โรงหมอแห่งนี้เป็นฐานอำนาจในการชักใยขุนนางในราชสำนัก เจ้าไม่คิดจะอธิบายให้เปิ่นหวางฟังหน่อยหรือ หืม... ลี่อินของข้า"
ลี่อินเงยหน้าขึ้นสบตากลมโตกับดวงเนตรคมดุของเขา รอยยิ้มเย้ายวนปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว "หม่อมฉันเป็นเพียงแพทย์หญิงผู้หนึ่ง เหตุใดจึงต้องชักใยผู้ใดเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่ช่วยชีวิตผู้คน และในขณะเดียวกัน... ก็เปิดโอกาสให้สตรีในห้องหอได้มีที่พึ่งพิงยามถูกรังแกก็เท่านั้น ท่านอ๋องทรงระแวงเก่งเกินไปแล้วกระมังเพคะ"
เซียวจ้านถิงหัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจ นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนใสของนางอย่างแผ่วเบา ความอ่อนโยนนี้มีเพียงสตรีในอ้อมแขนผู้นี้เท่านั้นที่ได้รับ "เจ้ากล้าหาญถึงเพียงนี้ มิเกรงกลัวว่าฮ่องเต้จะระแวงหรืออย่างไร"
"หากหม่อมฉันมัวแต่หวาดกลัว เกรงว่าป่านนี้คงถูกคนในจวนสกุลไป๋และตระกูลเฉินรุมทึ้งจนตายตกไปตามกันแล้วเพคะ" ลี่อินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "การก้าวเดินในวังหลังและสนามการเมือง จำเป็นต้องมีทั้งอำนาจและเงินตรา... และ ‘อิ่นถัง’ แห่งนี้ ก็คือหมากตัวแรกที่หม่อมฉันวางไว้เพื่อปกป้องตนเอง"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองอบอวลไปด้วยความตึงเครียดและเสน่หาอันลึกซึ้ง ความรักของพวกเขามิใช่ความรักแบบเด็กหนุ่มสาวในหอโคมเขียว หากแต่เป็นความผูกพันของสองวิญญาณที่ยืนอยู่บนปากเหวแห่งอำนาจ พร้อมที่จะร่วมมือกันฟาดฟันศัตรูให้ราบคาบ
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุมห้องรับรอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากด้านนอกโรงหมอ ชุนฮวารีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"คุณหนูเจ้าคะ... ไม่ดีแล้วเจ้าค่ะ! ทางหน้าโรงหมอมีราชองครักษ์หลวงจากวังหลวงมาพร้อมกับราชโองการ... พวกเขาบอกว่า มีคนนำยาพิษชนิดหายากมาทูลฟ้องร้องว่า ‘อิ่นถัง’ ของเราลักลอบผลิตยาต้องห้าม บัดนี้... ขุนนางฝ่ายตรวจสอบกำลังนำกำลังเข้ามาค้นโรงหมอแล้วเจ้าค่ะ!"
ดวงตาคมกริบของลี่อินหรี่แคบลงทันที รอยยิ้มบนใบหน้างามหายวับไป เหลือเพียงความเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี นางหันไปสบตากับเซียวจ้านถิงผู้เป็นสวามีในนาม ผู้ซึ่งบัดนี้แววตาดุร้ายดั่งพญาเสือโคร่งกำลังลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ
เซียวจ้านถิงแค่นหัวเราะเสียงต่ำ บรรยากาศรอบกายแผ่ไอสังหารออกมาราวกับจะแช่แข็งทุกสิ่งในห้อง "ช่างหาที่ตายไม่เลือกจริงๆ กล้าดียังไงมาเล่น3ไม้สกปรกกับชายาของเปิ่นหวาง"
ลี่อินสูดลมหายใจเข้าลึก3 ตั้งสติรับมือกับคลื่นลมแห่งอำนาจที่กำลังซัดสาดเข้ามาอย่างดุเดือด นางเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของเซียวจ้านถิงเบาๆ เป็นเชิงห้ามปรามไม่ให้เขากระทำการบุ่มบ่ามเกินกว่าเหตุ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทรงอำนาจและสง่างามดั่งพญาหงส์
"ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมนี้นัก... ข้าก็จะเปิดประตูต้อนรับพวกมันด้วยตัวเอง!"
นางก้าวเดินนำออกไปด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและสง่างาม โดยมีท่านอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพก้าวตามเคียงข้างประหนึ่งเงาพญามาร ทว่า เมื่อเดินมาถึงลานหน้าโรงหมอ บุคคลที่ยืนรออยู่เบื้องหน้าท่ามกลางเหล่าองครักษ์หลวง กลับมิใช่ขุนนางฝ่ายตรวจสอบธรรมดา หากแต่เป็นร่างสูงโปรดของแม่ทัพเฉินเฟย อดีตสามีผู้มีดวงตาเลื่อนลอย ไร้แววตา และสตรีในชุดขาวบริสุทธิ์ที่แสร้งบีบน้ำตาซบอยู่ข้างกายเขา—ไป๋ซิ่วอ잉
ไป๋ซิ่วอ잉แอบซ่อนรอยยิ้มร้ายกาจไว้ใต้ร่มผ้า นางเงยหน้าขึ้นสบตากับลี่อินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสะใจและถือไพ่เหนือกว่า
"พี่หญิง... ข้าเสียใจจริงๆ ที่ต้องทำเช่นนี้ แต่เพื่อความปลอดภัยของชาวเมืองหลวง จำเป็นต้องตรวจค้นโรงหมอของท่านให้ละเอียดเสียแล้วเพคะ!"
*** ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาอันวิจิตรและเข้มข้นนี้ไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ ***
ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก•ตอนที่ 9
เปิดโรงหมอผดุงคุณธรรม
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาร้ายทวงบัลลังก์รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!